ชู 'อบจ.' ขับเคลื่อนงานฟื้นฟูสมรรถภาพ เชื่อมระบบฟื้นฟูกายใจชุมชนครบวงจร

สสส.ชวน อบจ.เข้าร่วมกองทุนฟื้นฟูฯเกิดขึ้นทั่วประเทศ ขณะที่ นายกสมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป และ นายกสมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทยชี้ระบบต้องเชื่อม ฟื้นฟู -กาย -ใจ ชุมชนให้ครบวงจร

20 ต.ค.2567 –       จากสถานการณ์ ผู้ป่วย ผู้พิการ ที่เกิดจากปัญหาอุบัติเหตุ ยาเสพติด หรือ ผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้งานฟื้นฟูสมรรถภาพ ทั้งทางกายและ ทางจิตใจ ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีความสำคัญ 

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์  ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า การฟื้นฟู สมรรถภาพมันจะเกิดขึ้น ตอนที่มีความเจ็บป่วย และพอความพิการและความเจ็บป่าวยเกิดขึ้นแล้ว จำเป็นจะต้องฟื้นฟูให้กับเข้าสู่ปกติ สามารถไปทำงานเป็นกำลังสำคัญของสังคมได้  เพราะฉะนั้นบทบาทของการฟื้นฟูจึงเหมือนกับการส่งเสริมสุขภาพ  ก็คือการป้องกันก่อนที่จะแย่เกินไปเพราะถ้าช้าไปจนกระทั่งกลับไปสู่สภาพเดิมไม่ได้ ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย

ทั้งนี้ จากเดิมที่งานฟื้นฟูฯเป็นเรื่องของกายอุปกรณ์ ที่ผู้ป่วย และผู้พิการจำนวนมากประสบปัญหา เข้าถึงอุปกรณ์ เช่น รถเข็น ทำให้กองทุนฟื้นฟูฯ หรืองานฟื้นฟู จึงทำหน้าที่เพียงให้ยืมอุปกรณ์ แต่ปัจจุบันบทบาทของงานฟื้นฟูต้องเพิ่มมากขึ้น โดยต้องสามารถฟื้นฟูความเจ็บป่วย ความพิการที่เกิดขึ้นแล้วอย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถเข้าสู่ภาวะปกติ ทำงานได้ หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

“ สสส.พยายามเข้าไปชวยเสริมในกระบวนการ ต่างๆ ให้ดำเนินการไปได้ด้วยดี และพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ในเรื่องการฟื้นฟูแบบครบวงจร โดยจะเข้าไปหนุนเสริมการทำงานกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช) กับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ)และภาคีทีค่เกี่ยวข้องห้มีการแลกเปลี่ยนการทำงานให้ดีขึ้น โดยขณะนี้มีกองทุนกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพยังไม่ครบทุกจังหวัดมีเพียง 70 จังหวัด  จึงอยากเชิญชวน อบจ.เข้ามาร่วมทำงานฟื้นฟูให้ครบทั่วประเทศ “   นพ.พงศ์เทพ ระบุ

 ขณะที่ แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร นายกสมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  งานฟื้นฟูมีความสำคัญมากขึ้นจากสังคมผู้สูงอายุ หรือปัญหายาเสพติดที่มีผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพยามากขึ้นแต่งานฟื้นฟูต้องขยายจาการดูแลผู้พิการด้านร่างกาย ที่ต้องอาศัยเครื่องมือ อุปกรณ์อย่างเดียวเป็นการฟื้นฟูทั้งทางกายและทางใจ เป็นระบบที่เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวม

“ เดิมงานฟื้นฟูเริ่มจากผู้พิการ ทำให้โรงพยาบาลไม่มีฝ่ายฟื้นฟูโดยตรง แม้จะมีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูแต่ ก็มีจำนวนน้อย ขณะที่งานบริการสุขภาพส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญเรื่อง การรักษา ส่งเสริม  ป้องกัน  ส่วนงาน ฟื้นฟู จะอยู่ปลายทาง บางครั้งแพทย์ก็หมดแรงไปกับ การรักษา ส่งเสริม  ป้องกัน  จนทำให้งานฟื้นฟูไม่ได้รับความสำคัญมากนัก ทั้งนี้โอกาสในอนาคตของ ของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีนิยามครอบคลุมเรื่องของกาย-ใจ ซึ่งในส่วนงานบริการฟื้นฟู อยากให้มีกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างท้องถิ่น หน่วยบริการใกล้บ้าน  นักกายภาพ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว   แพทย์แผนไทยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบฟื้นฟูให้เกิดขึ้นทั่วประเทศได้” แพทย์หญิงสุพัตรา ระบุ

ขณะที่ รศ.ดร.กภ.มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์ อาจารย์ประจำคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า  ถ้ามองประเทศไทยจริงๆวางแผนของงานฟื้นฟูไว้ดีพอสมควร เพียงแต่ยังขาดภาพหลัก โดยเฉพาะเมื่อลงไปถึงปฐมภูมินโยบายเรื่องการฟื้นฟูในพื้นที่ยังไม่ชัดเจน จึงเห็นว่า กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจะช่วยเติมเต็ม ทำให้มีการดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในงานฟื้นฟูเพราะท้องถิ่นมีความสำคัญเพราะดึงชุมชนเข้ามาร่วมได้

“กองทุนฟื้นฟูฯเป็นกลไกที่ดี ทำให้เกิดความร่วมมือคนในพื้นที่ และกลไกลทุกหน่วยงานรวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่ ซึ่งเห็นปัญหาจริงๆ  ถ้ามีนโยบายจากส่วนกลางจริงๆ ที่ชัดเจนการทำงานของกองทุนฯก็อาจจะเข้าไปถึงชาวบ้านที่มีปัญหา  จึงเห็นว่าควรจะพัฒนากลไกลของกองทุนฟื้นฟูฯให้ครบคลุมมากขึ้น” รศ.ดร.กภ.มัณฑนา ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สูบเยอะจนน่าห่วง สสส.คิกออฟระบบช่วยเด็กไทยเลิกบุหรี่

สสส. จับมือเครือข่าย Kick off กิจกรรมส่งเสริมเด็กเยาวชน 60 สถานศึกษาภาคตะวันออก เข้าระบบเลิกบุหรี่&พอด คัดกรอง-ส่งต่อ ตั้งเป้าที่ 2,000 คน

Active Youth รักปลอดภัย รู้ทันปัจจัยเสี่ยง

สสส.จับมือเครือข่ายเยาวชน จัดกิจกรรม Active Youth “รักต้องรู้” รณรงค์ให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับความรัก ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงไปด้วยกัน

เด็กพิการ..ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง!! การศึกษาเปิดโลกสร้างงานมีศักดิ์ศรี

ในสังคมที่การศึกษาเป็นประตูสำคัญสู่คุณภาพชีวิตที่ดี คำถามหนึ่งที่ยังคงสะท้อนอยู่เงียบๆ คือ เหตุใดเด็กพิการจำนวนมากจึงไม่สามารถเดินไปถึงปลายทางเดียวกับเด็กทั่วไป

เพิ่มทักษะ “องค์ความรู้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน” บทเรียนจากความสูญเสีย... สู่พลังการเรียนรู้ร่วมกัน

อุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณะสำคัญของประเทศไทย ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องเดินทางไป

หยุดเหล้า-หยุดพนัน หยุดความรุนแรงในบ้าน

ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่ “เรื่องในบ้าน” อย่างที่สังคมไทยคุ้นชิน หากแต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่กัดกินความมั่นคงของครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม