รัฐบาลโอ่ผลงานยกระดับเส้นทางสู่ภาคตะวันออกเชื่อมโยงอีอีซี

รัฐบาลยกระดับเส้นทางสู่ภาคตะวันออก เพิ่มประสิทธิภาพการจราจร เชื่อมโยงอีอีซี ล่าสุดกรมทางหลวงขยาย 4 ช่องจราจร ทล.3481 ตอน บ้านหัวไผ่ - การเคหะฯ จังหวัดปราจีนบุรี แล้วเสร็จ

21 พ.ย.2567 - น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับเส้นทางสู่ภาคตะวันออก เพิ่มประสิทธิภาพการจราจร เชื่อมโยงอีอีซี ล่าสุด สำนักก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม ดำเนินโครงการก่อสร้าง ทางหลวงหมายเลข 3481 สายบ้านบางขนาก - ปราจีนบุรี ตอน บ้านหัวไผ่ - การเคหะฯ ปราจีนบุรี ระหว่าง กม. ที่ 47+200 - 53+300 และ 54+450 - 60+200 พื้นที่อำเภอเมือง และบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ระยะทาง 11.8 กิโลเมตร แล้วเสร็จ เพื่อรองรับปริมาณจราจรในอนาคต เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี

นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า ทางหลวงหมายเลข 3481 สายบ้านบางขนาก - ปราจีนบุรี ตอน บ้านหัวไผ่ - การเคหะฯ ปราจีนบุรี เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี รองรับการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ และการขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาค ซึ่งมีปริมาณจราจรที่หนาแน่นและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เดิมมีขนาด 2 ช่องจราจร (ไป - กลับ)สภาพเส้นทางมีความเสียหายเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและการขนส่งของประชาชนด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทล. จึงได้บูรณะและขยายสายทางให้เป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ระหว่าง กม. ที่ 47+200 - 53+300 และ 54+450 - 60+200 ผิวจราจรแบบแอสฟัสท์คอนกรีต ความกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร แบ่งทิศทางการจราจรด้วยเกาะกลางแบบยก (Raised Median) และแบบกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) รวมงานติดตั้งไฟแสงสว่าง ไฟสัญญาณจราจร และติดตั้งป้ายเตือนเพื่อความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

“ถนนสายนี้สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย สนับสนุนระบบการขนส่งโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มความปลอดภัย รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เชื่อมโยงโครงข่ายกับอีอีซี สนับสนุนระบบโลจิสติกส์ระหว่างภาคตะวันออกกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งเสริมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว เสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

จัดงบ 4.4 พันล้านบาทหนุน 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง'

รัฐบาลเดินหน้าช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ จัดงบกว่า 4,400 ล้านบาท หนุน 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ลดภาระหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านกว่า 8 ล้านคนทั่วประเทศ

ข่าวดี! รัฐบาลขยายทุน ODOS รุ่น 2 ส่งเด็ก ม.6-สายอาชีพเรียนต่อต่างประเทศ

เด็กไทยต้องไม่พลาดสิทธิ์ รัฐบาลขยายทุน ODOS รุ่น 2 ส่งเด็ก ม.6-สายอาชีพ เรียนต่อต่างประเทศ กำชับเครือข่ายเร่งสร้างการรับรู้พื้นที่ห่างไกล ให้เด็กยื่นสิทธิ์ก่อน 15 มิ.ย. นี้

ปลื้มยอดต่างชาติเที่ยวไทยยังแกร่งสร้างรายได้กว่า 7 แสนล้านบาท

รัฐบาลปลื้มยอดต่างชาติเที่ยวไทยยังแกร่ง สร้างรายได้กว่า 7 แสนล้านบาท เผยช่วง พ.ค. นักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว ร้อยละ 3.54 สร้างรายได้กว่าแสนล้านบาท