'ภูมิธรรม' เตรียมเสนอแผนแก้น้ำท่วมดินโคลนถล่มภาคเหนือ เข้าครม.สัญจร 29 พ.ย.นี้

25 พ.ย.2567 - ที่ห้องประชุม 108 อรรถไกวัลวที ชั้น 1 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ครั้งที่ 4/2567 โดยมีนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายภูมิธรรม กล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ได้มีหารือกรอบแนวทางการแก้ไขการทำงานต่อเนื่อง เรื่องของดินถล่มและอุทกภัยที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายถือเป็นสถานการณ์อุทกภัยที่หนักมากในหลาย 10 ปี ซึ่งขณะนี้สภาพอากาศทางภาคเหนือไม่มีฝน แต่ในส่วนของภาคใต้จากที่ได้รับรายงานยังมีพายุฝนมากกว่าปกติ ดังนั้น ขอให้ทุกหน่วยงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุทกภัยรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานกองทัพให้ความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย พร้อมขอบคุณฝ่ายพลเรือน กองทัพ หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ ที่ช่วยกันสรรพกำลังระดมให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้งความสามัคคีที่ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว และประชาชนมีความอุ่นใจในการได้รับความช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ ดังนี้

1. รับทราบการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาวางแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ

2. รับทราบสรุปผลการประชุมและผลการดำเนินงานภายใต้คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.)

3. รับทราบรายงานการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยวาตภัย และดินโคลนถล่ม ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567

4. เห็นชอบการดำเนินงานของคณะทำงานศึกษาวางแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ

5. เห็นชอบหลักการมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์การศึกษา เครื่องแบบ ตลอดจนซ่อมแซมสถานศึกษา และให้ ศธ.หารือกับ กค. เพื่อหาข้อสรุปเรื่องความซ้ำซ้อนในการเบิกจ่ายงบประมาณก่อนเสนอ ครม.ต่อไป

6. เห็นชอบแผนการดำเนินงานการขุดลอกเพื่อการป้องกันปัญหาน้ำท่วมในแม่น้ำระหว่างประเทศ (ไทย - พม่า)

ภายหลังการประชุม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะนำข้อสรุปแผนรองรับสถานการณ์อุทกภัยในปี 2568 เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งคณะทำงานฯ เห็นชอบในหลักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงงานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาเยียวยาให้ได้ภายในเดือนธันวาคมและวางแผนการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์ฤดูฝน ซึ่งจะต้องทำงานให้เต็มที่ตามกรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการขุดลอกลำน้ำคูคลองแม่น้ำปิงและแม่น้ำกก ว่า ได้มอบหมายให้หน่วยทหารพัฒนารับผิดชอบเข้าไปขุดลอกเป็นหน่วยปฏิบัติการ ส่วนทางเลขาคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน อีกทั้ง กระทรวงมหาดไทยจะต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องพื้นที่รุกล้ำ เวนคืน และต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ส่วนแม่น้ำสายเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศจะต้องมีการพูดคุยกับประเทศเมียนมา ซึ่งกองบัญชาการทหารสูงสุดได้รับมอบหมายให้ดำเนินการพูดคุยกับทางประเทศเมียนมาเรียบร้อยแล้ว โดยทางประเทศเมียนมายินดีให้ดำเนินการขุดลอกพื้นที่ร่วมกัน ทั้งนี้ ได้มีการตกลงกันเบื้องต้นแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการในข้อกฎหมายระหว่างประเทศให้เสร็จสิ้น

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในเรื่องการบุกรุกลำน้ำ ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดรับผิดชอบในการดำเนินการเคลียร์พื้นที่ โดยเฉพาะแม่น้ำสายที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่บุกรุกจนทำให้เหลือทางน้ำไหลผ่านน้อยลง ทั้งนี้ จะต้องมีการหาทางออกให้กับประชาชนในพื้นที่นั้นด้วย โดยจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคมนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

ภูมิธรรม แจงเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย เพราะต้องการเข้าไปทำงานให้ประชาชน

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai  การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทยอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่