ราชกิจจาฯ ประกาศ พื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

18 ม.ค.2568 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่อง พื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เห็นชอบให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา โดยใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติตามกฎหมายแทนเพื่อให้สามารถนำมาตรการตามกฎหมายดังกล่าวมาใช้ในการบริหารจัดการรักษาความสงบและความปลอดภัยให้เป็นไปโดยต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรพ.ศ. ๒๕๕๑ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ดังต่อไปนี้

ให้เขตพื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทำแผนการดำเนินการในการบูรณาการ การกำกับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘
แพทองธาร ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ธงทอง’ เป็นนายกสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ แทน ‘บวรศักดิ์’

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

'อนุทิน' ประเมินสถานการณ์ชายแดน ยังไม่มีสัญญาณขัดแย้งถึงขั้นปะทะรอบ 3

"อนุทิน" สยบข่าวลือ! ยันไม่มีสัญญาณสู้รบชายแดนรอบ 3 หลังลงพื้นที่สระแก้วตรวจแนวรบ เผยปมกัมพูชาขุด "คูเลต" เป็นยุทธวิธีป้องกันประเทศเขา

วางกำลังตำรวจ 126,000 นาย ดูแลความปลอดภัย 10 จังหวัดชายแดน รับมือเลือกตั้ง

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.-12 ก.พ.69 โดยศูนย์ดังกล่าวจะบูรณาการร่วมกับ กกต. ฝ่ายปกครอง และทหาร