ป.ป.ช. ลุยตรวจหอศิลป์เมืองตรัง ทิ้งร้าง 8 ปี พบในจังหวัดมี 23 โครงการยังสร้างไม่เสร็จ

5 ก.พ.2568 - ที่โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง ในการเสวนาเรื่องความเสี่ยงในการจัดจ้างต่อเติมงานก่อสร้างหอศิลป์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ที่สำนักงาน ป.ป.ช.จัดขึ้น นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง กล่าวถึงภาพรวมการทุจริตใน จ.ตรัง ว่า กรณีปัญหาการทิ้งงาน หรือทิ้งร้าง สร้างความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน โดยภาพรวมทั้งหมดในจังหวัดตรังมี 23 โครงการงบประมาณ 2,095 ล้านบาทพร้อมยกตัวอย่างการจัดจ้างต่อเติมงานก่อสร้างหอศิลป์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ โครงการนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2559 ใช้งบประมาณไป 4 ครั้ง และตอนนี้ยังไม่เสร็จ งบประมาณมีจำนวนมาก ใช้งบรวมกันไม่น้อยกว่า 390 ล้านบาท โดยจังหวัดตรังในขณะนั้นใช้งบกลุ่มจังหวัด จำนวน 39 ล้านบาทเศษ ต่อมามีเงื่อนไขว่าจะมอบให้เทศบาลนครตรังดูแล โดยในปี 2560 เทศบาลนครตรังได้ตั้งจ่ายงบใหม่เพื่อใช้ในโครงการนี้ 61 ล้านบาท หลังจากนั้นในปี 2562 จะดำเนินการสร้าเพื่อโอนให้เทศบาลนครตรัง แต่การก่อสร้างโครงสร้างต่าง ๆ ก็ยังไม่เสร็จ

นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า เมื่อทิ้งระยะมานานจนกระทั่ง ป.ป.ช.ไปลงติดตามเรื่องนี้ หลังจากนั้นก็มีการจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ โดยใช้ค่าจ้าง 3.5 ล้านบาท ปรากฏว่า ดำเนินการตามสัญญาจ้างเรียบร้อย ณ วันนี้ และมีการตรวจรับงานด้าน ที่ปรึกษา ได้ปรึกษาเนื้อหาแนวทางแล้ว จนเคาะราคากลางก่อสร้าง ปรากฏว่าการกำหนดราคากลางเป็นส่วนหนึ่งคือ 287 ล้านบาท อย่างไรก็ดีตามกฎหมายท้องถิ่น หากจะใช้งบเกิน 200 ล้านบาท ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าฯตรัง เทศบาลตรังจึงมีหนังสือถึงผู้ว่าฯอนุมัติ แต่ผู้ว่าฯตรังเห็นว่ายังไม่ครบถ้วน จึงขอเหตุผลเพิ่มเติม เช่น โครงการใหญ่ขนาดนี้ คุ้มค่าหรือไม่ การแสดงศิลปวัฒนธรรมดำเนินการหรือไม่ การบริหารจัดการอาคารนี้หลังจากนี้บริหารจัดการต่อเนื่องหรือไม่ ตนได้ประสานกับ สตง. เรื่องความคุ้มค่า เราต้องร่วมมือติดตามเรื่องนี้จนทุกวันนี้เทศบาลนครตรัง มีหนังสือถึงผู้ว่าฯ ว่าเสนอไปแล้ว แต่ยังไม่อนุมัติ

“ทำไมเรื่องนี้เราให้ความสำคัญ หลังจากนี้เมื่อมีการบริหารจัดการโครงสร้าง โครงการขนาดใหญ่ นอกจากจะดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ เกรงว่าจะทิ้งร้าง เพราะในตรัง 23 โครงการทิ้งร้างไป 2 พันกว่าล้านบาท แล้วโครงการนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ จะทิ้งร้างอีกหรือไม่ เราจะติดตามต่อเนื่องแน่นอน ไม่อย่างนั้นสภาพปัญหาต่างๆ เกิดขึ้น ผมจึงเสนอว่ากรณีอย่างนี้ ก่อนสร้างโครงการทำไมไม่ศึกษาความเป็นไปได้ก่อน งบประมาณขนาดนี้ ถต้องศึกษาความเป็นไปได้ ความเสี่ยง” นายบัณฑิต กล่าว

จากนั้น เวลา 16.00 น. นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความเสี่ยงในการจัดจ้างต่อเติมงานก่อสร้างหอศิลป์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ที่มีนายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ์ รองนายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมคณะ มาให้ข้อมูล

โดยนายสาโรจน์ กล่าวว่า กรณีดำเนินการอี- บิดดิ้งเพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อในวงเงินกว่า 200 ล้านบาท จะต้องเป็นความรับผิดชอบของคู่สัญญา ซึ่งจะต้องบริหาเป็นไปตามสัญญา แต่ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างคือ สถานที่ที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้น ต้องมีแผนรองรับในการดำเนินการจัดกิจกรรมและจัดงาน และค่าใช้จ่ายในการดูแลสถานที่ที่จะต้องคิดต่อว่าจะหาเงินมาจากไหน ไม่เช่นนั้นหากอาคารก่อสร้างเสร็จแล้ว หากไม่วางแผนรองรับไว้ ก็จะไปต่อลำบาก และจะเกิดสภาพการใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ เมื่อใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ก็จะไม่เกิดรายได้ แต่มีค่าใช้จ่าย ดังนั้น โครงการลักษณะนี้มีหลายจุดที่เป็นปัญหาจึงฝากเป็นข้อสังเกตไว้ เชื่อว่าทีมงานเทศบาลจะเตรียมการในเรื่องนี้ไว้ และแม้ว่าทรัพย์สินนี้จะตกเป็นของกระทรวงการคลัง ขอผู้รับเหมาอย่าทิ้งงานและอย่าทิ้งร้าง

นายสาโรจน์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของอาคารนี้เดิมคือ ทำเพื่อเป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ดังนั้น ต้องดูกลุ่มเป้าหมายด้วย และมีความเป็นไปได้อย่างไร และวางแผนต่อไปว่าหากมีคนเข้ามาดูจำนวนน้อยจะทำอย่างไรต่อ เมื่อจะทำในเชิงพาณิชย์ก็อาจจะผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้น จึงฝากให้เทศบาลไปดูด้วย

ทั้งนี้ นายนิวรณ์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าการก่อสร้างว่า เมื่ออาคารสร้างเสร็จเทศบาลก็จะเข้ามาดูแล บริหารจัดการ ให้ใช้ประโยชน์ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ขณะนี้มีแผนเตรียมการไว้แล้วว่าจะมีการดำเนินโครงการ ทีเค ปาร์ค ซึ่งได้ทำข้อตกลงไว้แล้ว อาร์ซีตรัง และพิพิธภัณฑ์ ที่ขณะนี้ให้มิวเซียมสยามมาเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งทุกอย่างได้ประสานและตกลงกันเรียบร้อยหมดแล้ว ส่วนอาคารที่เหลือก็ต้องหาวิธีบริหารจัดการจะใช้พื้นที่อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถือเป็นโจทย์ที่ทางเทศบาลจะต้องดำเนินการ ซึ่งเป็นแผนการเดิม ส่วนเงื่อนไขที่จะต้องตกลงกับกรมธนารักษ์ ซึ่งอาคารนี้เป็นทรัพย์สินของกระทรวงการคลังท่่มีเงื่อนไขไม่ให้หาผลประโยชน์ ดังนั้น จะต้องมีการพูดคุยกันต่อไป เพราะลำพังเทศบาลดูแลเองคงไม่ไหว โดยหลักการต้องให้อาคารนี้ดูแลตัวเองได้ เป็นเป้าหมายที่คาดหวังและเป็นโจทย์ที่ต้องคิดต่อไป

ขณะที่การก่อสร้างอาคารหลังจากนี้ นายนิวรณ์ กล่าวว่า มีแผนเดิมคือ 18 งวดงาน จะต้องดำเนินการใน 720 วัน ซึ่งมีคณะกรรมการกำกับดูแลคาดหวังว่าหากไม่มีปัญหาใดๆ งานก็จะแล้วเสร็จในปี 2570 หลังจากนั้นจะมาบริหารจัดการอาคาร ทางนี้มั่นใจว่าจะสร้างอาคารให้แล้วเสร็จ แต่ขึ้นอยู่กับผู้รับจ้าง ที่ขณะนี้เตรียมพร้อมที่จะเข้าซ่อมแซมอาคารแล้ว และได้เช็นสัญญาไปแล้ว ส่วนข้อห่วงใยของ ป.ป.ช.นั้น เมื่อได้ข้อมูลแล้วจะนำไปวางแผนต่อและปรับเนื้องานให้เสร็จและต้องเกิดความคุ้มค่าและประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด นั่นคือความคาดหวังที่เราจะต้องทำให้ได้ แต่เหลือเวลาอีก 2 ปีที่จะต้องศึกษาเรียนรู้ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้จาก ป.ป.ช. จะไปหาวิธีการ ว่าจุดเสี่ยงอยู่ตรงไหน ประเด็นปัญหาจะต้องแก้อย่างไร เป็นโจทก์หนึ่งที่จะต้องเตรียมไว้ในอีก 2 ปีข้างหน้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน

ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ

ป.ป.ช. ชี้มูล 'เกรียง กัลป์ตินันท์' พร้อมเครือญาติกับพวก ทุจริตก่อสร้างถนน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่น 6,014 คน มีชื่อ 2 อดีตอธิบดี สถ. ภรรยากรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาด้วย

เปิด 4 กลุ่มถูก ป.ป.ช. ตั้งกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบมีมีจำนวนมากถึง 6,014 คน โดยในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีชื่อของ 2อดีตอธิบดีคือ 1.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันที่ 29 ก.ค.-11 พ.ย. 2568

ป.ป.ช. ลุยตั้งกก.ไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' เป็นคดีพิเศษ พุ่งเป้า 4 กลุ่ม รวมอธิบดี สถ.

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯป.ป.ช. แถลงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือใ

ป.ป.ช. ฟันขบวนการรีดเงินต่างชาติ 6 ล้านบาท แลกปล่อยตัวจาก ตม.ภูเก็ต

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวิทยา สมศรีษมสกุล กับพวก รวม 6 คน กรณีร่วมกันเรียกรับทรัพย์สิน จํานวน 6 ล้านบาท เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานเพื่อให้ดําเนินการปล่อยตัว (ประกันตัว)

ป.ป.ช. ฟัน อดีตนายก อบจ.สตูล พร้อมพ่อ 'รมช.วรศิษฎ์' คดีไม่บอกเลิกสัญญาจ้างเอกชนก่อสร้างล่าช้า

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯ ป.ป.ช. แถลงมติชี้มูลความผิด นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กับพวก กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เมื่อปีงบประมาณ 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า