ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์" อดีตนายก อบจ.สตูล "สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์" พ่อ รมช.วรศิษฎ์ ผิดอาญาด้วยฐานสนับสนุน ในคดีไม่บอกเลิกสัญญาจ้างเอกชนก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จ.สตูล ปีงบประมาณ 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามแผนได้ทุกครั้ง ที่ประชุมให้บอกเลิกสัญญา แต่นายกฯอบจ.กลับให้ผ่อนปรนเอกชน พร้อมจัดทำแผนใหม่มาโดยตลอด
6 กรกฎาคม 2569 - นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กับพวก กรณีไม่บอกเลิกสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เมื่อปีงบประมาณ 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล โดยนายสัมฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ในฐานะผู้ว่าจ้าง ได้ลงนาม ในสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา ผู้รับจ้าง เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว วงเงิน 29,800,000 บาท เริ่มต้นสัญญาวันที่ 28 กันยายน 2559 และสิ้นสุดลงวันที่ 22 ธันวาคม 2560 (ระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน) จำนวน 11 งวดงาน
ปรากฏว่า หลังจากทำสัญญาจ้างผู้รับจ้างไม่ได้เข้าทำงานเลย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลจึงได้มีหนังสือเร่งรัดดำเนินงาน รวม 4 ครั้ง ก่อนที่สัญญาจ้างจะครบกำหนด และหลังจากครบกำหนดสัญญาจ้าง ปรากฏว่าในวันที่ 12 มกราคม 2561 ผู้รับจ้างทำงานจ้างได้เพียงร้อยละ 25.79 ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลได้มีหนังสือแจ้งการปรับและเร่งรัดการก่อสร้างไปยังผู้รับจ้างมาโดยตลอด
และนายสัมฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ได้เห็นชอบให้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และให้ผู้รับจ้างจัดทำแผนปฏิบัติงานใหม่มาโดยตลอด แต่ผู้รับจ้างก็ไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผนทุกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือและมีความเห็นให้บอกเลิกจ้างมาโดยตลอด เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา ไม่เข้าดำเนินงานตามแผนและมีค่าปรับจำนวนมากเกินร้อยละ 213 คิดเป็นเงิน 58,106,100 บาท
แต่นายสัมฤทธิ์ กลับสั่งการให้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาจ้าง และมีหนังสือแจ้งค่าปรับและเร่งรัดการก่อสร้างพร้อมทั้งให้ผู้รับจ้างปรับแผนใหม่ แต่ผู้รับจ้างก็ไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผนมาโดยตลอด เป็นระยะเวลา 6 ปีเศษ จนถึงวันที่ 23 มกราคม 2567 ผู้รับจ้างได้มีหนังสือส่งมอบงาน และคณะกรรมการตรวจการจ้างจึงได้ตรวจรับงานจ้างเป็นที่เรียบร้อย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ 1. การกระทำของนายสัมฤทธิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 77 วรรคสาม
2.การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำของนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ คือ บิดาของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้นำฝ่ายค้าน คุยลั่นซักฟอกรัฐบาล ตีแผ่ระบอบสีน้ำเงินกำลังกัดกินประเทศ
'เท้ง' เตรียมถกพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นซักฟอก อุบล็อกเป้าใครบ้าง บอกขอคุยพรรคอื่นก่อน บอก คดีฮั้ว สว.ต้องบี้ก่อน กกต.มีมติ 31 ส.ค.นี้ ลั่น พร้อมตีแผ่ระบอบสีน้ำเงินกัดกินประเทศ
ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น จ.ศรีสะเกษ
"ดีเอสไอ" รับลูก กมธ.ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบ ยันยังไม่พบหลักฐานโยงถึง 3 นักการเมือง ชี้เป็นเพียงข่าว น้ำหนักไม่พอ โดย กมธ.แนะเชิญ “โรม” ให้ข้อมูล
ป.ป.ช. ขยายผล 'โกงสอบท้องถิ่น' พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้าน เชื่อมโยงทุจริตปี 64
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564
ป.ป.ช. ยันมีมาตรการเชิงรุกตรวจทุจริตโครงการ TH-AI Passport บอกประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่ามีการเอื้อประโยชน์และล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนหรือไม่ ว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
'ลลิดา' ท้าฝ่ายค้านเปิดหลักฐานกล่าวหารัฐบาลทำไอโอหนุน TH-AI Passport ชี้เป็นแค่ข้อสงสัย ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
รองโฆษกรัฐบาล สวน “รักชนก” กล่าวหากระทรวงทำ IO หลักฐานอยู่ไหน? ชี้ตรวจสอบรัฐบาลต้องใช้หลักฐาน ไม่ใช่เปลี่ยน “ข้อสงสัย” ให้เป็น “ข้อเท็จจริง”
มท.4 ลั่นไม่มีฟอกขาวฝ่ายการเมืองเอี่ยว 'โกงสอบท้องถิ่น' ถ้ามีรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้
มท.4 ร่วม ถก กมธ.กระจายอำนาจ ปมรักษาสิทธิผู้สอบท้องถิ่นที่สุจริต ชี้ กระบวนการถอดถอนรายชื่อ 5,925 คนไม่ยืดเยื้อ ยัน ไม่ใช่กระบวนการฟอกขาว ถ้ามีรบ.ก็อยู่ไม่ได้ ท้า “โรม” มีหลักฐานให้ ยื่น ป.ป.ช. หากไม่ไว้ใจฝ่ายการเมือง พร้อมรับมือศึกซักฟอก

