'ภูมิธรรม' เผยเมียนมาส่งเหยื่อค้ามนุษย์ในเมียวดี 261 คน พร้อมส่งกลับประเทศต้นทาง

"ภูมิธรรม" เผยวันนี้เมียนมาส่งเหยื่อค้ามนุษย์ในเมียวดี 261 คน ผ่านทางอำเภอพบพระ จ.ตาก ประสานสถานทูตเตรียมส่งกลับประเทศต้นทาง

12 ก.พ.2568 - นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ประเทศไทยเตรียมรับตัวเหยื่อค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในชเวก๊กโก่และเคเคปาร์ค จำนวน 53 คน โดยกลุ่มเหยื่อดังกล่าวจะถูกส่งตัวผ่านทางด่านบ้านช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.

สำหรับกลุ่มบุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือและแยกสัญชาติได้แล้ว 53 คน เป็นพลเมืองจาก 8 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ 12 คน เคนยา 4 คน แทนซาเนีย 1 คน บราซิล 2 คน เอธิโอเปีย 21 คน ปากีสถาน 5 คน บังกลาเทศ 2 คน เนปาล 6 คน และอีก 208 คน จะต้องมาทำการแยกสัญชาตือีกครั้งเมื่อถึงประเทศไทย ล่าสุดได้รับการประสานจากเมียนมาจะนำตัวมาเพิ่มอีก 208 คน รวมเป็น 261 คน

โดยหลังจากประเทศไทยรับตัวเหยื่อค้ามนุษย์กลุ่มนี้แล้ว โดยนำตัวไปที่จุดคัดกรอง ณ จุดกองร้อย ตชด.346 เพื่อคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยใช้กระบวนการ National Referral Mechanism (NRM) ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้ดูแลและช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์

จากนั้น กระทรวงการต่างประเทศจะประสานงานกับสถานทูตของแต่ละประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเอกสาร และจัดเตรียมแผนการส่งตัวกลับประเทศต้นทางให้เร็วที่สุด

นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีนโยบายจัดตั้งศูนย์พักพิงหรือศูนย์อพยพ สำหรับบุคคลเหล่านี้ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการกลับเข้าสู่วงจรค้ามนุษย์อีกครั้ง

รัฐบาลไทยมีมาตรการเข้มงวดในการปราบปรามและป้องกันขบวนการค้ามนุษย์ โดยจะตรวจสอบข้อมูลของเหยื่อแต่ละรายอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการส่งตัวกลับเพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ามนุษย์

ปัจจุบัน เมืองเมียวดี เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ของขบวนการค้ามนุษย์ที่ล่อลวงแรงงานจากหลายประเทศไปทำงานผิดกฎหมาย เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ และแรงงานหนักในโรงงานเถื่อน

การรับตัวเหยื่อค้ามนุษย์ครั้งนี้เป็นผลจาก ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและเมียนมา ซึ่งมีเป้าหมายในการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์และช่วยเหลือผู้เสียหายให้ได้รับความคุ้มครองและกลับประเทศต้นทางอย่างปลอดภัย

รัฐบาลไทยยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับนานาชาติและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วธ. เดินหน้าบูรณะปราสาทตาควายให้เสร็จสมบูรณ์ ก่อนเร่งประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

วธ. เดินหน้าบูรณะโบราณสถานชายแดนไทย-เขมร ย้ำปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานตามแนวเป็นของไทย

แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5

กระตุกไทย 'เมียนมา' อยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ เร่งสร้างบทบาทลดความขัดแย้ง

“ปณิธาน” ชี้ เมียนมาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไทยควรเป็นตัวกลางหยุดยิง นักวิจัยย้ำเร่งสร้างบทบาทเชิงรุกเหตุอยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ อาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว

ส่ออีกรอบ! ทภ.2 ยิงเตือนกัมพูชา หลังพบเคลื่อนกำลัง-ส่องเลเซอร์ใส่ฐานไทย

กองทัพภาคที่ 2 รายงานเหตุการณ์ตึงเครียดแนวชายแดน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ หลังตรวจพบความเคลื่อนไหวกำลังพลและการส่องแสงคล้ายเลเซอร์จากฝั่งกัมพูชาเข้าหาฐานปฏิบัติการของไทย จึงดำเนินการยิงแจ้งเตือน ก่อนผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายประสานคลี่คลายสถานการณ์

'กสม.' ชี้โรงไฟฟ้าหงสาในลาว เสี่ยงก่อมลพิษข้ามแดนกระทบน่าน

กสม. ชี้โครงการโรงไฟฟ้า–เหมืองถ่านหิน 'หงสา' ในลาว เสี่ยงสูงก่อมลพิษข้ามพรมแดนกระทบชาวน่าน จี้บริษัทเอกชน–กฟผ.ใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงสุด ติดตั้งระบบตรวจวัดสารปรอท 24 ชม.