ส่งชาวจีน 621 รายกลับประเทศ บันทึกข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ขึ้นแบล็กลิสต์

หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ร่วมส่งตัวชาวจีน 621 รายกลับประเทศ หลังรัฐบาลร่วมมือจีน-เมียนมา ปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ

22 ก.พ.2568 - กองทัพบกโดยหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ซึ่งเป็นผู้ประสานงานหลักผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) ได้ดำเนินการรับกลุ่มบุคคลชาวจีนจำนวน 111 ราย จากจุดพักคอยในเมืองเมียวดี เข้ามายังประเทศไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 จังหวัดตาก ก่อนดำเนินการส่งกลับไปยังประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

ทั้งนี้ จากการที่รัฐบาลไทยได้ร่วมมือกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัฐบาลเมียนมา ในการส่งตัวชาวจีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งอาชญากรรมออนไลน์เดินทางกลับประเทศ

ซึ่งในระหว่างกระบวนการส่งตัว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้มีการแจ้งปฏิเสธการเข้าเมือง เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง นอกจากนี้ยังได้มีการบันทึกข้อมูลในระบบไบโอเมตริกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อจัดเก็บข้อมูลในระบบแบล็กลิสต์ (Blacklist) ต่อไป โดยหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการด้านคนเข้าเมือง บุคคลกลุ่มดังกล่าวได้ถูกนำตัวขึ้นรถโดยสารไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด และเดินทางกลับประเทศจีนด้วยสายการบิน China Southern Airlines

สำหรับการส่งตัวชาวจีนกลับประเทศมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยปัจจุบันได้มีการส่งตัวกลับแล้วรวม 621 คน มีรายละเอียดดังนี้ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 200 คน วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 300 คน และวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 121 คน (เป็นยอดรับตัวกลับจากเมียนมาในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 111 คน รวมยอดที่รอส่งกลับจำนวน 10 คน)

การดำเนินการดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้หน่วยทหารบูรณาการกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มขีดความสามารถ ในการป้องกันและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเตือนภัย 'วันวาเลนไทน์' ระวังรักปลอม หลอกโอนเงิน

รัฐบาลเตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวัง 'รักปลอม' หลอกโอนเงิน เช็กให้ชัวร์ ก่อนจะเทใจ-เทเงิน มิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา สั่งการตำรวจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง

ทบ. รอดูความจริงใจกัมพูชา ก่อนถก JBC ครั้งต่อไป ต้องมั่นใจพื้นที่ชายแดนปลอดทุ่นระเบิด

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่มีข้อตกลงหยุดยิง ตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตามข้อตกลงมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วว่า

กองทัพย้ำวางตัวเป็นกลาง ปรามนักการเมืองเลิกหาเสียงเหน็บแนม

'ผบ.ทบ.' สนับสนุนกำลังพลใช้สิทธิเลือกตั้ง ลงประชามติตามดุลยพินิจส่วนตัว แจงไม่มีการขอใช้พื้นที่ทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง อย่าพาดพิงชี้นำทำคนเข้าใจผิด ย้ำกองทัพวางตัวเป็นกลาง

ทบ. ตอกกัมพูชาไม่ร่วมปราบสแกมเมอร์ หลังประท้วงไทยพาทูตทหารต่างชาติลงพื้นที่โอร์เสม็ด

ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ ชี้กัมพูชาควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ป้องกันการเพิ่มความขัดแย้งในพื้นที่โดยไม่จำเป็น

กระตุกไทย 'เมียนมา' อยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ เร่งสร้างบทบาทลดความขัดแย้ง

“ปณิธาน” ชี้ เมียนมาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไทยควรเป็นตัวกลางหยุดยิง นักวิจัยย้ำเร่งสร้างบทบาทเชิงรุกเหตุอยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ อาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว