รัฐบาลย้ำข้อมูลเท็จเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อน (HTPs) ว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่ทั่วไป เตือนเพิ่มความเสี่ยงป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ถึง 2 เท่า พร้อมแนะประชาชนระมัดระวังอันตรายที่ส่งผลต่อสุขภาพและการเสียชีวิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี
22 มีนาคม 2568 - นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป มีความเข้าใจผิดต่อบุหรี่ไฟฟ้า ว่ามีความปลอดภัยมากกว่าบุหรี่ธรรมดา แต่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดเต็มไปด้วยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยหนึ่งในประเภทของบุหรี่ไฟฟ้าที่อันตรายมาก คือ บุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อน (Heated Tobacco Products: HTPs) ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่า ปลอดภัยกว่าบุหรี่ซิกาแรต เพราะไม่มีการเผาไหม้ แต่มีความเสี่ยงป่วย NCDs เพิ่มถึง 2 เท่า
ทั้งนี้จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า ตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมากลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย โดยมีคนไทยป่วยด้วยโรค NCDs ถึง 14 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 300,000 คนต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตก่อนอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี
นายอนุกูล กล่าวว่า ปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากที่ยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อาทิ การศึกษาของสถาบันชีวการแพทย์และการแพทย์ สาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับมหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพิ่มความเสี่ยงถึง 2 เท่า ทำให้เกิดภาวะ อ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูง และเสี่ยงเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวผลงานวิจัยที่สำคัญสรุปได้ว่า สำหรับผู้สูบบุหรี่ HTPs ในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ใด ๆ เลย จะเสี่ยงเกิดโรค NCDs เพิ่มขึ้น 68% และส่วนของกลุ่มผู้สูบบุหรี่ HTPs ที่สูบบุหรี่ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จะเสี่ยงเกิดโรค NCDs เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือเพิ่มขึ้น 33% ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ HTPs ที่สูบมากกว่า 16 ครั้งต่อวัน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs สูงกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา
เขา กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้านอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างเลวร้ายแล้ว ยังมีโทษตามกฎหมาย ทั้งผู้ค้า ผู้ครอบครอง และผู้สูบ ดังนี้ 1. ผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ริบบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะใด ๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าบุหรี่ไฟฟ้านั้นด้วย
นอกจากนี้ ยังถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 244 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. ผู้ครอบครองหรือรับฝากไว้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่งของ พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 และ 4. สูบในที่สาธารณะ หากสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มี "นิโคติน" เป็นส่วนประกอบ "ในเขตปลอดบุหรี่" ถือเป็นความผิดตามมาตรา 42 ของ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท (บัญญัติไว้ในมาตรา 67).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เหลืออีก 5 วัน! ผู้ขับรถโดยสารผ่านแอปฯ ต้องจดทะเบียนประเภทรถให้ถูกต้อง
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบการให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride Sharing) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและทำให้การรับผู้โดยสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะอย่างถูกกฎหมาย
สูบเยอะจนน่าห่วง สสส.คิกออฟระบบช่วยเด็กไทยเลิกบุหรี่
สสส. จับมือเครือข่าย Kick off กิจกรรมส่งเสริมเด็กเยาวชน 60 สถานศึกษาภาคตะวันออก เข้าระบบเลิกบุหรี่&พอด คัดกรอง-ส่งต่อ ตั้งเป้าที่ 2,000 คน
ผนึกภาคีเครือข่าย สร้างสังคมปลอดภัยไร้ควัน
แม้สังคมไทยจะพูดถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ความจริงที่ยังคงปรากฏชัดคือ ควันบุหรี่ยังไม่เคยหายไปจากชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมซึ่งพวกเขาไม่มีอำนาจต่อรอง
เปิด 'หนังสือนิทานเด็ก' สื่อกลางสร้างภูมิคุ้มกันบุหรี่ไฟฟ้า
ผุดหนังสือนิทานเด็กสกัดบุหรี่ไฟฟ้า“สสส.” จับมือกับ “มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว” เปิดตัวชุดหนังสือนิทาน “ครอบครัวสุขภาพดี..ไม่มีบุหรี่ไฟฟ้า” หวังเป็นสื่อกลางให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ใช้อ่านสร้างความตระหนักรู้ให้เด็กเข้าใจพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า
นายกฯ สั่งพิจารณามาตรการเพิ่ม ลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่า

