ผนึกภาคีเครือข่าย สร้างสังคมปลอดภัยไร้ควัน

แม้สังคมไทยจะพูดถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ความจริงที่ยังคงปรากฏชัดคือ ควันบุหรี่ยังไม่เคยหายไปจากชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมซึ่งพวกเขาไม่มีอำนาจต่อรอง บ้าน โรงเรียน ชุมชน พื้นที่สาธารณะ และโลกออนไลน์ ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ควันพิษแฝงตัวอยู่เงียบๆ และกัดกินสุขภาพ สิทธิ และอนาคตของคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ปัญหาบุหรี่จึงไม่ใช่เรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มแข็ง ช่องโหว่ของการควบคุมตลาดผิดกฎหมาย และทัศนคติของสังคมที่ยังยอมรับการสูบในพื้นที่ที่ควรปลอดภัย เด็กจำนวนมากยังต้องหายใจเอาควันบุหรี่มือสองและมือสามในบ้านและพื้นที่สาธารณะ ทั้งที่สิทธิในการมีสุขภาพดีคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับ

ข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การสูบบุหรี่ภายในบ้านยังพบในสัดส่วนสูง ส่งผลให้เด็กต้องสัมผัสสารพิษอย่างต่อเนื่อง ควันบุหรี่มือสามที่ตกค้างตามเสื้อผ้า ผนัง และสิ่งของ กลายเป็นภัยเงียบที่ส่งผลต่อพัฒนาการสมอง ระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพในระยะยาว โดยที่เด็กไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยตนเอง

ขณะเดียวกัน บุหรี่ไฟฟ้าได้กลายเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงเยาวชนได้ง่าย ผ่านภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย กลิ่นหอม และการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้จะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่การลักลอบจำหน่ายยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เด็กจำนวนไม่น้อยถูกทำให้เข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย หรือเป็นเพียงของเล่น ทั้งที่แฝงสารเสพติดและสารพิษจำนวนมาก

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ควันพิษยังวนเวียนอยู่ในสังคมไทย การสร้าง “สังคมปลอดภัยไร้ควัน” จึงไม่อาจรอเพียงมาตรการจากภาครัฐ หรือการรณรงค์ตามวาระ แต่จำเป็นต้องอาศัยการผนึกกำลังของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานด้านสุขภาพ การศึกษา ครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

หนึ่งในกลไกที่สะท้อนการรวมพลังของภาคีเครือข่าย  คือเวที “No Vape, Know Rights หยุดควัน ปกป้องสิทธิ์” ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่ เนื่องในวันสิทธิเด็กสากล ประจำปี 2568 (Universal Children’s Day) ซึ่งเวทีดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นพื้นที่ให้เสียงของเด็กและเยาวชนจากหลายพื้นที่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน

ภายในเวที มีการแลกเปลี่ยนมุมมองจากเครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่ 8 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ สงขลา, ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, นนทบุรี, ภูเก็ต, นครศรีธรรมราช, พัทลุง และปัตตานี ที่ร่วมกันตั้งคำถามต่อสังคมว่า เหตุใดพื้นที่ห้ามสูบยังไม่ถูกเคารพ เหตุใดเด็กยังต้องแบกรับผลกระทบจากการสูบของผู้ใหญ่ และสังคมไทยจะทำอย่างไรให้ “พื้นที่ปลอดควัน” เป็นความจริง ไม่ใช่เพียงข้อความบนป้ายหรือในกฎหมาย

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชี้ว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันต้องจัดการอย่างจริงจัง ตั้งแต่การกวดขันการบังคับใช้กฎหมาย การทำลายสินค้าผิดกฎหมายที่ตรวจยึดได้ ไปจนถึงการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ในรูปแบบที่เข้าถึงได้จริง  เพราะพฤติกรรมการรับสื่อของเยาวชนเปลี่ยนไป การปล่อยให้ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าเติบโตในเงามืด เท่ากับปล่อยให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างไม่มีเกราะป้องกัน

ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568 สะท้อนภาพที่น่ากังวล เมื่อพบว่าการสูบบุหรี่ในบ้านสูงถึง 61.8% รองลงมาคือ ตลาดสด ที่ทำงาน ร้านอาหาร และสถานีขนส่งสาธารณะ ซึ่งหมายความว่าเด็กจำนวนมากยังคงได้รับควันบุหรี่มือสองและมือสามในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ควรปลอดภัยที่สุดอย่าง “บ้าน” สารพิษที่ตกค้างในอากาศและพื้นผิวเหล่านี้เป็นภัยเงียบที่บั่นทอนพัฒนาการและสุขภาพของเด็กอย่างต่อเนื่อง

ด้านนางสาวสุภาวิดา กฤติเดช ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเด็ก กระทรวง พม. ระบุว่า ปัญหาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นการละเมิดสิทธิเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) กิจกรรมครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผ่านการสร้างแผนที่พื้นที่ปลอดบุหรี่ทั่วประเทศ (Smoke-Free Map of Thailand) บนแพลตฟอร์ม www.padlet.com โดยเยาวชนจาก 8 จังหวัดนำร่องร่วมกันปักหมุดแล้วกว่า 2,135 จุด ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในระดับประเทศ ผ่านเวที Policy Lab และสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

เสียงจากเยาวชนสะท้อนความจริงที่สังคมไม่ควรมองข้าม น.ส.ยศวดี ดิสสระ ผู้อำนวยการเครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่ ตั้งคำถามแทนเด็กไทยว่า เหตุใดพื้นที่ห้ามสูบจึงยังไม่ถูกเคารพ และเหตุใดเด็กต้องแบกรับผลกระทบจากการละเมิดกฎหมายของผู้ใหญ่ การรณรงค์ “No Vape, Know Rights” จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้พื้นที่ปลอดบุหรี่เป็นจริงในชีวิตประจำวัน

จากภาคอีสาน น.ส.จิตรนันท์ สุริรักษ์ ประธานเครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่ จ.ขอนแก่น ย้ำว่า “เด็กสื่อสารกับเด็ก” คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง การให้เยาวชนพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเอง ช่วยให้เข้าใจและเข้าถึงมากกว่าการสื่อสารจากผู้ใหญ่ พร้อมยืนยันว่า ความสุขของเยาวชนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบุหรี่ไฟฟ้า หากเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่นและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

ขณะที่ภาคใต้ น.ส.เขมริก เกมณี จาก จ.สงขลา ชี้ให้เห็นว่าค่านิยมผิดๆ ที่มองการสูบบุหรี่เป็นเรื่องเท่หรือแฟชั่น ต้องถูกท้าทายด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ที่ “กล้าคิด กล้าพูด กล้าปฏิเสธ” เช่นเดียวกับ จ.พัทลุง และ จ.ปัตตานี ที่เยาวชนลุกขึ้นใช้ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเชิงนโยบายในระดับพื้นที่ เพื่อพิสูจน์ว่าเด็กและเยาวชนไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบ แต่คือพลังสำคัญในการกำหนดทิศทางสังคม

เสียงจากเครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่สะท้อนตรงกันว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อเด็กและเยาวชนไม่ถูกมองเป็นเพียงผู้รับสาร แต่เป็นผู้ร่วมกำหนดทิศทางสังคม การสื่อสาร “เด็กถึงเด็ก” ช่วยทำให้ประเด็นพิษภัยบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงได้ง่าย และท้าทายค่านิยมผิด ๆ ที่มองการสูบเป็นเรื่องเท่หรือเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม การสร้างสังคมไทยปลอดภัยไร้ควันไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากขาดบทบาทของครอบครัวและผู้ใหญ่ในสังคม เด็กเรียนรู้จากสิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ถูกสอน การสูบในบ้าน การเพิกเฉยต่อการสูบในพื้นที่ห้ามสูบ หรือการไม่กล้าทักท้วง ล้วนเป็นการส่งต่อค่านิยมที่ทำให้ปัญหายังคงดำรงอยู่

เมื่อควันพิษยังไม่จาง การนิ่งเฉยย่อมหมายถึงการยอมรับให้เด็กและเยาวชนต้องเสี่ยงต่อไป การผนึกพลังของภาคีเครือข่ายในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมหรือเวทีหนึ่งเวทีใด แต่คือการเดินหน้าร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ “สังคมไทยปลอดภัยไร้ควันบุหรี่” เป็นความจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงคำประกาศในวันรณรงค์เท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” เห็นชอบแผนปี 70 สสส. เน้นเคลื่อนงานสร้างสุขภาพระดับจังหวัด สร้างความรอบรู้ ลดพฤติกรรมเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้า” ใน 1 ปี

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 8/2569 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนการดำเนินงาน ประจำปี 2570 ตามกรอบนโยบายที่ผ่านการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน และภาคีเครือข่ายฯ โดยปีนี้ สสส.

CAR FREE DAY ประธาน กมธ.2 สภาฯ ชวนคนไทย “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดเสี่ยงโรค” ชู EV–โซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกพลังงานสะอาด

ที่อาคารรัฐสภา บริเวณลานยื่นหนังสือ ชั้น 1 (ศาลาแก้ว) - สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการสื่อสารนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ

ดัน 16 องค์กรต้นแบบ ปั้น “พี่เลี้ยง HHA”ดูแลกาย-ใจ-เงิน รับมือภัยเงียบในโลกการทำงาน

คนวัยทำงานกำลังเผชิญ “ภัยเงียบ” ที่ไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพกาย แต่ลุกลามไปถึงสุขภาพจิตและสถานะทางการเงิน ทั้งความเครียด ภาวะหมดไฟ

เตือนภัยแก๊งค้ายาออนไลน์งัดกลยุทธ์เจาะนักเสพหน้าใหม่

เปิดผลวิจัย พบแก๊งค้ายาออนไลน์ ใช้โค๊ดลับ ขาย-ส่ง ยาเสพติดผ่านอีคอมเมิร์ซ ส่งผ่านไรเดอร์ เก็บเงินปลายทาง ห่วงเด็ก เยาวชน เป็นเหยื่อนักเสพหน้าใหม่

‘สรรพสามิต’ปักธงลุยภาษีบุหรี่อัตราเดียว คาดชัดเจนต.ค.69

‘สรรพสามิต’ ปักธงลุยภาษีบุหรี่อัตราเดียว (Single Tier) แจงรอรวบควมความเห็นนักวิชาการ คาดเห็นความชัดเจนภายในเดือน ต.ค. 69 พร้อมงัดมาตรการเบรกบุหรี่เวียนเทียนขาย เล็งยกเลิกเว้นภาษีส่งออก เปลี่ยนเป็นเก็บก่อนแล้วขอคืนทีหลัง

“รมว.พัฒนา” ยัน รัฐบาลไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า 100% มอบนโยบายจัดตั้งคณะทำงานกำหนด KPI ร่วม สสส. - สธ. เห็นชอบแผนเลิกยาสูบ-นิโคติน แบบไร้รอยต่อ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2569