รบ.เตือนระวังอันตรายจากวัณโรค ปี 2567 พบผู้ป่วยรายใหม่พุ่งสูงกว่า 113,000 ราย เสียชีวิตกว่า 13,000 ราย รัฐบาลตั้งเป้าลดอัตราการตายจากวัณโรคลง 95% และลดผู้ป่วยรายใหม่ลงให้ได้ถึง 90%
26 มี.ค.2568 - นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก และองค์กรเครือข่ายหยุดยั้งวัณโรคระดับนานาชาติ (Stop TB Partnership) ได้มีมติให้วันที่ 24 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันวัณโรคสากล (World TB Day) เพื่อให้เกิดการรณรงค์ร่วมกันในการต่อต้านวัณโรคและย้ำเตือนให้ประชากรทั่วโลกตระหนักว่าวัณโรคยังคงระบาดและยังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ จากข้อมูลรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2567 พบว่าวัณโรคยังคงเป็นโรคติดเชื้อที่อันตราย มีผู้ป่วยกว่า 10.8 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคประมาณ 1.3 ล้านราย ส่วนประเทศไทย ในปี 2567 มีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 113,000 ราย และเสียชีวิตจากวัณโรคกว่า 13,000 ราย ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของคนไทยเช่นกัน
กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินงานควบคุมวัณโรคตามแผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรค เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy) ขององค์การสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก โดยขับเคลื่อนนโยบายผ่านแผนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านวัณโรค (Service Plan) ด้วยการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงสูง การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันการเกิดวัณโรคอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานในทุกด้าน ตั้งเป้าลดอัตราการตายจากวัณโรคลง ร้อยละ 95 และลดผู้ป่วยรายใหม่ลง ร้อยละ 90 ภายในปี 2578
นอกจากนั้น กรมควบคุมโรคยังได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรคให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy) ในปี 2578 โดยให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ คือ 1. การเร่งรัด การค้นหา และตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยวัณโรคและผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาในทุกกลุ่มเสี่ยง 2. ยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคและผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา 3. เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการวินิจฉัย การรักษาการติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง และการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และ 4. เสริมสร้างความเข้มแข็งระบบสนับสนุนการดำเนินงานวัณโรค
สำหรับวัณโรคเป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ติดต่อจากผู้ป่วยไอ จาม ไม่ปิดปากปิดจมูก อาการสำคัญของผู้ป่วยวัณโรคที่เห็นได้ชัด คือ ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ไอเป็นเลือด และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ น้ำหนักลด มีเหงื่อออกผิดปกติในเวลากลางคืน เจ็บหน้าอก เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซึ่งถ้าหากมีอาการไอมีเลือดออก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง ป้องกันภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันและเสียชีวิต
“รัฐบาลแนะประชาชนสามารถป้องกันวัณโรคได้ โดยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และเข้ารับการตรวจสุขภาพหากมีอาการผิดปกติ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายยุติวัณโรคอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล” นายคารม กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ลลิดา' แจงยิบมาตรการคุมเข้มปืน! ครอบคลุมทั้งปืนเถื่อน–ปืนมีทะเบียน
รองโฆษกรัฐบาล แจงมาตรการคุมปืน ย้ำจัดการทั้งปืนเถื่อน–ปืนมีทะเบียน เข้มการครอบครอง พกพา และใช้อาวุธ เพื่อความปลอดภัยประชาชน
รบ.ดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนกว่า 3 หมื่นราย!
รัฐบาลเดินหน้าดึงเด็กหลุดระบบ กลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติการเรียนแบบ 'โฮมสกูล' เปิดทางครอบครัวจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับเด็ก
ต่อยอดเสน่ห์ปลายจวักไทย! ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น
รัฐบาลต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน 'อาหารที่คนทั่วโลกรัก' เดินหน้า 'The Lost Taste' ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น สร้างมูลค่าวัฒนธรรม–ท่องเที่ยว
โว 2 เดือนแก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต 275 แห่ง
รัฐบาลเผยผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพียง 2 เดือน แก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต แล้ว 275 แห่ง เหลือเพียง 117 แห่ง เดินหน้าเร่งแก้ไขปัญหาให้เสร็จภายในเดือนหน้า
ยกระดับสำนักงานที่ดิน! จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมออนไลน์ทั่วประเทศ
รัฐบาลดิจิทัลของจริง ยกระดับสำนักงานที่ดิน บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินต่างสำนักงานออนไลน์ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมยกระดับสำนักงานที่ดิน กทม.เป็นสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ
'ลลิดา' สอน 'ไอซ์' บอกงบน้ำบาดาลเคาะพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง!
รองโฆษกรัฐบาล แจง 'รักชนก' ปมงบน้ำบาดาล ย้ำโครงการกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ชี้คำขอกว่า 900 แห่ง อนุมัติ 858 แห่งตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่จัดสรรตามการเมือง

