‘ภูมิธรรม’ ล่องโขง ลุยปราบยา นายกฯไฟเขียวงบกลางเสริมเครื่องมือ

ภูมิธรรม เวชยชัย ลงเรือลำน้ำโขงตรวจจุดลำเลียงยาเสพติด ย้ำ “งานข่าว” คือหัวใจ พร้อมเผย นายกฯ เคาะอนุมัติงบกลางจัดหาอุปกรณ์พิเศษ ด้าน นรข. ใช้ “หน่วยซีล” เฝ้าพื้นที่เสี่ยง ค่าจ้างขนยาข้ามโขงเที่ยวละ 2 หมื่น

24 เมษายน 2568 - เมื่อเวลา 14.00 น. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดนครพนม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ลงเรือตรวจการณ์ Soc-R ล่องตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง เพื่อตรวจสอบเส้นทางลำเลียงยาเสพติด

การตรวจสอบครั้งนี้ล่องเรือจากสวนสาธารณะบ้านห้อม อ.เมือง ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 บริเวณ อ.ท่าอุเทน ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงในการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน

พล.ร.ต.ณรงค์ รายงานว่า จุดเสี่ยงมักอยู่ตามทางลาดริมแม่น้ำ ใช้เป็นจุดขนส่งยาเสพติด โดยผู้ขนยาจะได้รับค่าจ้างราว 20,000 บาทต่อครั้ง แต่ต้องส่งของถึงปลายทางก่อนจึงจะได้เงิน

ขณะเดียวกันยังเปิดเผยว่า นรข.ยังขาดอุปกรณ์จำเป็น เช่น กล้องตรวจจับความร้อนและ กล้องไนท์วิชั่น ที่สามารถมองเห็นในระยะไกล ทำให้ต้องพึ่งพากำลังเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจเป็นหลัก รวมถึงต้องใช้ หน่วยซีล ในภารกิจพิเศษในพื้นที่เครือข่ายค้ายาเข้มแข็ง

นายภูมิธรรม ย้ำระหว่างภารกิจว่า “หัวใจหลักคือข่าว” พร้อมระบุว่า การจับกุมล็อตใหญ่ที่ผ่านมาล้วนมาจากงานด้านการข่าวที่แม่นยำ

นอกจากนี้ พล.ร.ต.ณรงค์ ได้ขอให้รองนายกฯ ประสานกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การจัดระเบียบเรือ ในลำน้ำโขง โดยขณะนี้ได้ข้อมูลเกือบครบ 100% และเริ่มแสดงสัญลักษณ์ที่เรือกว่า 4,000 ลำ ด้วยธงชาติ ทาสี และเลขทะเบียน เพื่อป้องกันการนำเรือไปก่ออาชญากรรม

นายภูมิธรรม ยังเผยว่า เนื่องจากการจัดหาเครื่องมือของกองทัพบกติดขัดเรื่องระเบียบวงเงินสนับสนุนจากกองทุน ป.ป.ส. ที่มีกรอบวงเงินจำกัด จึงได้เสนอเรื่องต่อ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เพื่อเร่งจัดหา และได้รายงานต่อ นายกรัฐมนตรี แล้ว โดย นายกฯ ไม่ขัดข้องในหลักการ และอนุมัติให้ใช้งบกลางแก้ปัญหาไปก่อน

ทั้งนี้ นรข.ในฐานะหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือ มีภารกิจปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน 8 จังหวัด ตั้งแต่เชียงรายถึงอุบลราชธานี ระยะทางยาว 928 กิโลเมตร โดยใช้กำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยุทธวิธีเฝ้าตรวจทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างเข้มข้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ลั่นขยายผลสวมสิทธิถึงใครโดนหมด ยันกวาดล้างผู้มีอิทธิพลไม่สนใครหน้าไหน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้าจับกุมอดีตปลัดอ.เชียงดาว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการย้ายชื่อ "ซุน หมิงเฉิน" ผู้ต้องหาชาวจีน ที่ครอบครองอาวุธสงคราม

'รมว.กลาโหม' หารือ 'ผบ.ทหารสูงสุดมาเลเซีย' กระชับร่วมมือกลาโหม-อาเซียน

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ พลเอก Datuk Haji Malek Razak bin Sulaiman (ดาตุ๊ก ฮะจิ มาเล็ก ราซัค บิน สุไลมาน) ผู้

นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นเงิน พบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ คนไทยถือหุ้นบังหน้า

นายกฯ บุกพลูวิลล่าเกาะพะงัน สั่งตรวจเส้นทางการเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของให้คนไทยเป็นนอมินี ขอโทษแทน ‘รองโฆษกรบ.’ แถลงทำเข้าใจผิดปมปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%

นายกฯ ยืนยันประชาชน-นักท่องเที่ยวใช้ชีวิตได้ตามปกติ ปมชายจีนซุกอาวุธสงคราม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนในคดีเกี่ยวกับอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และความมั่นคง เกี่ยวข้องกับนักการเมืองในไทยหรือไม่ ว่า อยู่ระหว่างการสอบสวน ส่

'ดีเอสไอ' ลุยสอบเชิงลึก 34 บริษัท เกาะสมุย-พะงัน ส่อใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจ