สุขภาพดีปลอดโรคปลอดภัย รัฐบาลเชิญกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรีวันนี้ถึงสิ้นสิงหาคมปีนี้ทุกสถานพยาบาลทั่วประเทศ
14 พ.ค.2568 - นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการจัดเตรียมวัคซีนเพื่อป้องกันสายพันธุ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ตามการประกาศขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยจัดเตรียมวัคซีนรองรับ 4,570,000 ล้านโดส กระจายหน่วยบริการให้บริการฉีดกลุ่มเป้าหมาย ระบุเป็นวัคซีนป้องกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ A(H1N1), สายพันธุ์ A (H3N2) และ สายพันธุ์ B วิคตอเรีย ที่มีประสิทธิผลและมีความปลอดภัย
สปสช. กำหนดเป้าหมายเพื่อฉีดให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ที่แนะนำ 12 -20 สัปดาห์ (สามารถให้ได้ตลอดการตั้งครรภ์) 2. เด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี 3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, หอบหืด, หัวใจ, หลอดเลือดสมอง, ไตวาย, เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด) 4. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปี 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) 7.โรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 100 กก./ BMI มากกว่า 35 kg/m2)
“โรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไปมักจะมีอาการไม่รุนแรง เช่น มีไข้สูง มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว และเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ เป็นต้น โดยอาการต่าง ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เอง แต่ในกรณีเป็นประชาชนที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยงข้างต้นนี้ อาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงและเสียชีวิตได้ และในปี 2568 กรมควบคุมโรคยังได้คาดการณ์สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากสภาวะอากาศ ดังนั้น รัฐบาลขอให้ประชาชนทั้ง 7 กลุ่มเสี่ยงนี้ รีบเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่โดยเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” นายอนุกูล ระบุ
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้ารับบริการสามารถติดต่อขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่หน่วยบริการในระบบบัตรทองได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ กทม. และคลินิกชุมชนอบอุ่นที่เข้าร่วมโครงการ หรือสถานพยาบาลตามสิทธิที่ท่านไปรักษาเป็นประจำ โดยดูรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมให้บริการได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง (แอปเป๋าตัง) ในเมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 อย่างไรก็ดี เพื่อความสะดวกประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถโทรนัดหมายกับหน่วยบริการล่วงหน้า เพื่อทราบวันเวลาเข้ารับบริการที่แน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ลลิดา' แจงยิบมาตรการคุมเข้มปืน! ครอบคลุมทั้งปืนเถื่อน–ปืนมีทะเบียน
รองโฆษกรัฐบาล แจงมาตรการคุมปืน ย้ำจัดการทั้งปืนเถื่อน–ปืนมีทะเบียน เข้มการครอบครอง พกพา และใช้อาวุธ เพื่อความปลอดภัยประชาชน
รบ.ดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนกว่า 3 หมื่นราย!
รัฐบาลเดินหน้าดึงเด็กหลุดระบบ กลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติการเรียนแบบ 'โฮมสกูล' เปิดทางครอบครัวจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับเด็ก
ต่อยอดเสน่ห์ปลายจวักไทย! ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น
รัฐบาลต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน 'อาหารที่คนทั่วโลกรัก' เดินหน้า 'The Lost Taste' ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น สร้างมูลค่าวัฒนธรรม–ท่องเที่ยว
โว 2 เดือนแก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต 275 แห่ง
รัฐบาลเผยผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพียง 2 เดือน แก้ปัญหาใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต แล้ว 275 แห่ง เหลือเพียง 117 แห่ง เดินหน้าเร่งแก้ไขปัญหาให้เสร็จภายในเดือนหน้า
วิกฤต 9 ราย! สธ. อัปเดตอาการผู้บาดเจ็บเหตุกราดยิงในโรงเรียน
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่า ตนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และได้มอบหมายให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขพื้นที่โดยรอบให้การดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด โดยเน้นย้ำให้ติดตามอาการผู้ป่วยอาการหนักอย่างใกล้ชิด
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

