ซัดรัฐบาลขายฝัน ‘จี-โทเคน’ กำไรต่ำ-ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม นักวิชาการ มธ. ถามหาเงินค้ำประกัน ปชช.

“นักวิชาการธรรมศาสตร์” ตั้งคำถามรัฐบาล ออก ‘จี-โทเคน’ มีเงินบาท 5,000 ล้านแบ็คอัพค้ำประกันใหประชาชนหรือไม่ ระบุผลกำไรจาก ‘จี-โทเคน’ มีแค่ดอกเบี้ย 1-2% ซัดเอาเข้าลิสต์ศูนย์ Exchange ขายฝันประชาชน จี้ให้ข้อมูลเพิ่ม ”ก.ล.ต.-ICO Portal“ รับรองแล้วหรือไม่

14 พฤษภาคม 2568 - ศ. ดร.อาณัติ ลีมัคเดช ผู้อำนวยการโครงการปริญญาโททางการเงิน และอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลยังให้ข้อมูลเรื่องการออกสินทรัพย์ดิจิทัลโทเคน (Token) หรือ G Token (จี-โทเคน) ที่รัฐบาลคาดหวังให้เป็นเครื่องมือการระดมทุนรูปแบบใหม่ทดแทนการออกพันธบัตรออมทรัพย์ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการหนุนหลังจี-โทเคนด้วยสินทรัพย์ (ABS) ซึ่งก็คือเงินบาทในจำนวนที่เท่ากับมูลค่าของโทเคน เพื่อสร้างหลักประกันให้ประชาชนมั่นใจว่า เมื่อใดที่ผู้ถือครองจี-โทเคนต้องการขาย เขาก็จะได้รับเงินบาทกลับคืนมาในทันที

ศ. ดร.อาณัติ กล่าวว่า ตามข้อมูลที่รัฐบาลให้มาคือ จี-โทเคนถูกสำรองหรือแบ็คอัพหรือ ABS โดยเงินบาท โดยจะนำร่องด้วยงบประมาณ 5,000 ล้านบาท นั่นหมายความว่าก็จะต้องมีเงินบาทจำนวน 5,000 ล้านบาทหนุนหลังเอาไว้ ซึ่งตามหลักการที่ควรจะเป็นจะต้องมีหน่วยงานกลาง คือบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (Custodian) ที่รับฝากเงินบาทเหล่านั้นไว้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าตราบใดที่ประชาชนยังถือจี-โทเคนอยู่จะยังคงมีเงินบาทในสัดส่วนที่เท่ากันเป็นหลักประกันอยู่เสมอ

“ประเด็นคือรัฐบาลยังไม่เคยพูดถึงเรื่อง Custodian เลย ทั้งที่เป็นสิ่งสำคัญที่การันตีว่าเงินของประชาชนจะมีความมั่นคงปลอดภัย มากไปกว่านั้นก็คือ ตามเจตจำนงของรัฐบาลคือต้องการนำเงินจี-โทเคนไปใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือไปลงทุนภาครัฐในมิติอื่นๆ นั่นสะท้อนว่าจะไม่มีการสำรองเงินหรือแบ็คอัพจี-โทเคน ด้วยเงินบาทหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ยังเป็นคำถามและต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมจากรัฐบาล” ศ. ดร.อาณัติ กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า การที่รัฐบาลระบุว่าจะนำจี-โทเคนเข้าไปอยู่ในลิสต์ของศูนย์ Exchange นั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลทำแบบนั้นด้วยเหตุผลใด ส่วนตัวมองไม่ออกว่าจี-โทเคนจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร เพราะนี่เป็นการนำเงินไปฝากเพื่อให้รัฐบาลนำเงินไปลงทุนต่างๆ ฉะนั้นสิ่งที่ประชาชนหรือผู้ถือครองจี-โทเคนได้รับในกรณีที่ถือครองครบเวลากำหนด อาจเป็นเพียงกำไรจากดอกเบี้ย 1 – 2 % เท่านั้น

“ผลกำไรจากจี-โทเคนเป็นสิ่งที่ตายตัวและคาดการณ์ได้ ไม่ใช่การลงทุนในธุรกิจภาคเอกชนที่สามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือสร้างผลกำไรจากการลงทุนได้ ดังนั้นจึงมองว่าการกระทำเช่นนี้คือการขายฝันประชาชนให้รู้สึกว่านี่เป็นของใหม่ ให้ผู้ลงทุนที่ไม่มีความรู้นำมาเก็งกำไร-ซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งรัฐบาลไม่ควรฝึกให้ประชาชนทำเช่นนี้” ศ. ดร.อาณัติ กล่าว

ศ. ดร.อาณัติ กล่าวว่า หากยึดตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 การที่รัฐบาลออกจี-โทเคนในลักษณะเช่นนี้ จะถือว่าเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เพราะเป็นโทเคนดิจิทัลที่ให้สิทธิในการร่วมลงทุนในโครงการและได้รับผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะดำเนินการได้อย่างถูกต้องก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และจะต้องนำเสนอผ่านผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ออกใหม่ (ICO Portal) เสียก่อน ทว่าจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นรายละเอียดเหล่านี้จากรัฐบาล แต่กลับมีการทำโฆษณาเพื่อประชาสัมพันธ์ออกไปมากมายว่าเป็นเหรียญที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ตรงนี้รัฐบาลต้องให้ข้อมูลเพิ่ม

“ตอนแรกที่เห็นการโฆษณาก็เข้าใจว่าจะมีใครมาหลอกลวงประชาชนอีกหรือไม่ เพราะปกติแล้วเหรียญที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. จะต้องมีรายละเอียดว่าจะกระจายหรือขายอย่างไร จะเอาเงินไปทำอะไร และผู้ลงทุนจะได้อะไรบ้าง แต่ตอนนี้เรายังมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย เข้าใจรัฐบาลอยู่ว่า ในเเง่มุมดีของโครงการนี้ เขาก็พยายามที่จะผลักดันให้มันกลายเป็นนวัตกรรมทางการเงิน ซึ่งอันนี้ส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วย เเต่ว่ามันจะได้คุ้มเสียหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับรายละเอียดต่างๆที่ได้อธิบายไปข้างต้น ยังเป็นสิ่งที่อยากให้รัฐบาลพิจารณา“ ศ. ดร.อาณัติ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สส.พรรคส้ม' คำนวณตัวเลข Thailand AI Passport อาจมีกำไรสูงถึง 1,119 ล้านบาท

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับ โครงการ Thailand AI Passport ภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่ใช้งบประมาณ1,621 ล้านบาท ว่า

คปภ. - ก.ล.ต. - ธปท. เดินหน้าโครงการ Responsible Voices รุ่นที่ 3 สร้าง Finfluencer มืออาชีพ ยกระดับการให้ข้อมูลการเงิน การลงทุน และประกันภัยอย่างรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้ ดร.ชญานิน เกิดผลงาม รองเลขาธิการ

‘กรณ์’ ไล่บี้ ก.ล.ต.-ปปง. เร่งออกหมายจับ ‘เบน สมิธ’ หลังหลักฐานฟอกเงินชัดเจน

"กรณ์" จี้ถาม กลต.-ปปง. เหตุใดยังไร้หมายจับ "เบน สมิธ" หลังพบหลักฐานฟอกเงินชัดเจน เดินหน้าทวงคืนความเป็นธรรมเพื่อคนไทย

นักวิชาการ มธ. ชง 2 มาตรการ สกัดล้มสมาคมฌาปนกิจทั่วประเทศ

นักวิชาการธรรมศาสตร์เตือน สมาคมฌาปนกิจกว่า 3,800 แห่ง เสี่ยงยุบต่อเนื่องจากความตื่นตระหนกของสมาชิก ปัญหาบริหารจัดการ และโครงสร้างสังคมสูงวัย เสนอรัฐตั้งองค์กรอิสระกำกับมาตรฐานแบบธุรกิจประกัน พร้อมสร้างเครือข่ายสมาคมช่วยกันดูแลและตรวจสอบ ย้ำยังเป็นสวัสดิการสำคัญของสังคมไทย

ผ่ายุทธศาสตร์รวมบ้านใหญ่ ปัจจัยส่ง ‘ภูมิใจไทย’ เข้าวิน การเมืองพื้นที่ voter เปลี่ยนพฤติกรรม

นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ความสำเร็จ “พรรคภูมิใจไทย” คว้าชัยเลือกตั้งปี 69 พบยุทธศาสตร์ “รวมบ้านใหญ่-บ้านใหม่” อย่างมีประสิทธิภาพ คุมคะแนนเสียงไม่แตกแถว พบ voter ให้ความสำคัญกับการโหวตเชิงความมั่นคง– เครือข่ายอุปถัมภ์ท้องถิ่น รวมถึงความเข้มข้นของกระแสเชิงอารมณ์ลดลง เปลี่ยนเป็นให้น้ำหนักกับการบริหารปัญหาเฉพาะหน้า - เครือข่ายทางการเมืองที่ทำงานได้จริง