‘กรณ์’ ไล่บี้ ก.ล.ต.-ปปง. เร่งออกหมายจับ ‘เบน สมิธ’ หลังหลักฐานฟอกเงินชัดเจน

“กรณ์” จี้ถาม กลต.-ปปง. เหตุใดยังไร้หมายจับ “เบน สมิธ” หลังพบหลักฐานฟอกเงินชัดเจน เดินหน้าทวงคืนความเป็นธรรมเพื่อคนไทย

8 มี.ค. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อการติดตามให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และดำเนินการปกป้องประโยชน์ของคนไทยในเรื่อง scammer และการฟอกเงินจะไม่หยุดลงจนกว่าความจริงจะปรากฏ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการติดตามการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และดำเนินการปกป้องประโยชน์ของประชาชน โดย นายกรณ์ได้ตั้งข้อสังเกตและคำถามสำคัญต่อสังคมว่า “เหตุใดจนถึงวันนี้จึงยังไม่มีหมายจับนายเบน สมิธ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน?” ทั้งที่มีหลักฐานการเชื่อมโยงของทรัพย์สินและเส้นทางการเงินที่ชัดเจน

นายกรณ์ได้หยิบยกกรณีตัวอย่างหุ้นบริษัทบางจาก ซึ่งทาง ปปง. ได้พิสูจน์โยงกลับไปถึง “กองทุน Capital Asia Investments (CAI)” ว่าเป็นแหล่งเงินลับที่ปกปิดเจ้าของ และถูกนำมาใช้ในการซื้อขายหุ้นเพื่ออำพรางความเป็นเจ้าของที่แท้จริง ซึ่งนับเป็นความสำเร็จก้าวแรกในการพิสูจน์เส้นทางเงินจนนำไปสู่การยื่นฟ้องยึดอายัดทรัพย์ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ได้แสดงความเป็นห่วงและตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมไปยังหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กลต. และ ปปง. ว่าเหตุใดจึงยังไม่มีการดำเนินการที่ครอบคลุมถึงหุ้นตัวอื่นๆ ที่ถือโดย CAI หรือโดยภริยาของนายเบน สมิธ ซึ่งมีข้อมูลปรากฏชัดเจนในระบบของตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะกรณีหุ้น BCP, GTV หรือหุ้นในบริษัท FSX ที่มีการซื้อขายในราคาที่สูงกว่าตลาดอย่างผิดปกติ

นอกจากนี้ นายกรณ์ยังได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญทางกฎหมายว่า หากมีการรวมกลุ่มบุคคลถือหุ้นใหญ่ในกรณีดังกล่าว จะเข้าข่ายการถือหุ้นรวมกันถึง 51.96% ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ทั้งในเรื่องการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นที่มีนัยสำคัญ และหน้าที่ในการเสนอซื้อหลักทรัพย์จากประชาชนทั่วไป รวมถึงความผิดฐานการซื้อขายแบบ Matched Order

“หลักฐานมากมายชัดเจนขนาดนี้ แต่เหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังนิ่งเฉย เกรงใจใครอยู่หรือไม่?” นายกรณ์ตั้งคำถามทิ้งท้าย พร้อมย้ำถึงความกังวลว่าหากไม่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเด็ดขาดต่อทรัพย์สินส่วนที่เหลือ จะทำให้เกิดความเสี่ยงในการโยกย้ายทรัพย์สิน และท้ายที่สุดใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับนักลงทุนและประเทศไทย

การเคลื่อนไหวของนายกรณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นพลังสำคัญในการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะใช้กลไกของรัฐในการคุ้มครองสิทธิของประชาชน และสร้างมาตรฐานความโปร่งใสในตลาดทุนไทย เพื่อให้คนไทยมั่นใจได้ว่าความยุติธรรมนั้นมีอยู่จริงและจะถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของทุกคนอย่างแท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปปง. อายัดเพิ่ม 44 ล้าน คดีเว็บพนัน 'สส.ชนนพัฒฐ์' กับพวก ยอดรวมทะลุ 226 ล้าน

ปปง. อายัดทรัพย์ สส.ชนนพัฒฐ์ กับพวก คดีเว็บพนัน เพิ่มอีก 44 ล้านบาท เป็นเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล รวมยึดอายัด 4 ครั้ง มูลค่าทะลุ 226 ล้านบาท เรียกแจงที่มาทรัพย์สินภายใน 30 วัน

นายกฯ เปิดปฏิบัติการ 'ปราบนอมินี' ขีดเส้นตายสอบให้จบสิ้นปีนี้

นายกฯ แถลงปฏิบัติการปราบนอมินี ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไร้อิทธิพลใดอยู่เหนือรัฐบาล สั่งสอบให้จบ ธ.ค. 69 ขยายผลถึงผู้รับประโยชน์ตัวจริง พร้อมลุยแก้พวกโรคความจำเสื่อม 'รู้ไหมว่าผมเป็นใคร'

รวบจีนเทาคาบ้านหรูรามคำแหง โยงบัญชีม้า 133 บัญชี เงินหมุนกว่า 2 พันล้าน!

ตม.ตามรวบชาวจีนวัย 37 ปี หนีหมายจับคดีฟอกเงินจากจีนมากบดานบ้านหรูย่านรามคำแหง พบพัวพันเครือข่ายบัญชีม้า 133 บัญชี เงินหมุนเวียนก

'กรณ์' จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่ มองข้ามความทุกข์ปชช.

‘กรณ์’ จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชี้อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่จนมองข้ามความทุกข์ประชาชน เสนอวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 แสนบาท ดึง กทม. ลุยบริการเชิงรุกถึงหน้าบ้าน ย้ำ ‘คนเดือดร้อนรอไม่ได้’

ปปง. ลุย 3 คดีใหญ่ ยึดเพิ่มแก๊งโกงสอบ ชงศาลริบ 118 ล้าน 'เฉิน จื้อ' คืนเงินเหยื่อ Forex

ปปง. ฟันไม่เลี้ยง 3 คดีใหญ่ ชงศาลริบทรัพย์เครือข่าย 'เฉิน จื้อ' 118 ล้านตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมเดินหน้าคืนเงินเหยื่อ Forex-3D กว่า 581 ล้าน พร้อมลุยอายัดเพิ่มแก๊ง ขรก. ทุจริตสอบท้องถิ่น