“พิพัฒน์” แจงงบประกันสังคม ผุดปล่อยเงินกู้ ช่วยลูกจ้างสูงสุด 2 แสน ดอกเบี้ยไม่เกิน 8% ต่อปี อาชีพอิสระกู้ไปโปะเงินกู้นอกระบบได้
31 พฤษภาคม 2568 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงงบประมาณปี 2569 ของกระทรวงแรงงาน ภายหลังมี สส.พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ว่า จากที่มีการอภิปรายเรื่องงบประมาณ ในส่วนของประกันสังคม 61,666 ล้านบาท ถามว่ากระทรวงแรงงานเราได้งบประมาณเพิ่มขึ้นหรือไม่ บางส่วนงานก็ลด แต่ที่มีงบประมาณสำหรับการพัฒนาเพิ่มขึ้น คือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ใช้ในการเพิ่มทักษะแรงงานให้ทันยุคสมัย แต่ในส่วนอื่นๆที่ลงไปเยอะคือประกันสังคม เพราะประกันสังคมมีเงินที่สนับสนุนจากกองทุน ในแต่ละปีจัดสรรให้ประมาณ 10% สามารถนำไปใช้จ่ายได้ แต่ประกันสังคมไม่เคยใช้ถึง 10% จะใช้เพียงแค่ 2% กว่า ซึ่งการจะอนุมัติหรือใช้จ่ายอะไร ส่วนมากจะผ่านอนุกรรมการทั้ง 16 คณะ ซึ่งทั้งหมดถูกตั้งโดยบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงกรณีงบ 24,000 ล้านบาทที่จะมีการนำไปช่วยในมาตรา 33 39 และ40 จะนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะไปช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ถึงแม้จะทำงานบริษัทแล้วเลิกงานจะไปประกอบอาชีพเล็กๆค้าขาย วินมอเตอร์ไซด์ ก็สามารถกู้เงินจากธนาคารที่ประกันสังคมได้ยืมไว้ เพื่อเป็นต้นทุนนำไปประกอบอาชีพอิสระ โดยวงเงินนี้ให้กู้ขั้นต่ำ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อคน ดอกเบี้ยจะพยายามตรึงไม่ให้เกิน 8% ต่อปี ผู้ใช้แรงงานที่มีอาชีพอิสระแล้วไปกู้เงินนอกระบบสามารถกู้เงินตรงนี้ไปโปะเงินนอกระบบได้ แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป บอร์ดประกันสังคมต้องมีการประชุมและอนุมัติก่อนว่าต่อคนให้กู้เท่าไหร่ หากตนและกระทรวงแรงงานไม่มีโครงการนี้ หรือประกันสังคมไม่ให้ยืมเงินก้อนนี้ออกมา ก็จะมีคนบอกว่ากระทรวงแรงงานช่วยแต่นายจ้างแล้วเมื่อไหร่จะช่วยลูกจ้างสักที พวกเราลูกจ้างนับวันก็จะจนลง ตรงนี้จึงเป็นโอกาสที่กระทรวงแรงงานโดยประกันสังคมจะยืมเงินก้อนแรก 24,000 ล้านบาทไปใช้ ทั้งนี้มีธนาคาร 2 แห่งตอบรับแล้ว ส่วนอีก8 แห่งอยู่ในช่วงหารือ
“วันนี้ที่เรามาชี้แจงกับสื่อมวลชนเพราะผมได้ขอเวลาบนบัลลังก์ไปแล้วแต่ปรากฏว่าเวลาของรัฐบาลไม่พอ จึงขอโอกาสสื่อมวลชนช่วยกันกระจายในสิ่งที่ผมและกระทรวงแรงงานแถลงในวันนี้ ว่าการทำงานของกระทรวงแรงงานไม่ได้หยุดนิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เพื่อนๆสมาชิกอภิปรายในสภาเราได้ดำเนินการและได้มีการทำล่วงหน้าไปแล้วบางส่วน ในบางส่วนที่เรายังไม่ได้รับงบประมาณก็รองบประมาณ เพื่อที่จะขับเคลื่อนต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิพัฒน์' แจงตั้ง 'ปลัดคมนาคม' คนใหม่ อายุราชการเหลืออีก 10 ปี พิจารณาคุณสมบัติ ไม่เกี่ยวโควตาบ้านใหญ่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ว่า
'พิพัฒน์' ลุยของบ 'พรก.เงินกู้' เปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะเป็นระบบไฟฟ้า เร่งเสนอภายใน ส.ค.นี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะ จากรถสันดาปเป็นรถ EV โดยใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้านบาทว่า เรื่องนี้ตนได้หารือกับนายเอกนิ
ศาลปกครองนัดชี้ขาด 11 ส.ค. ปมเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ศาลปกครองกลางเรียกไต่สวนคู่กรณีอีกครั้ง 7 ส.ค. ก่อนนัดฟังความเห็นตุลาการผู้แถลงคดีและอ่านคำพิพากษา 11 ส.ค. คดีทีมประกันสังคมก้าวหน้าฟ้องเพิกถอนประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยื
'พรรคส้ม' ตอกลิ่ม ภาพสยบรอยร้าว 2 น. 1 พ. สะท้อนขัดแย้งหนัก จับตาปรับ ครม.หนู 2 จูบปากหรือเขี่ยทิ้ง
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาพสยบรอยร้าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายกฯหนู เปิดภาพ สยบปมร้าว 2 น. 1 พ.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์รูปภาพยืนข้างนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
'ภัณฑิล' ถาม 'พิพัฒน์' เหตุใดลมเปลี่ยนทิศ ดันแลนด์บริดจ์ไม่สำเร็จ หันมาย้ายท่าเรือคลองเตย
นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมจะย้ายท่าเรือคลองเตยไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และพัฒนาพื้นที่เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) โดยไม่มีกาสิโน ว่า หลังเลือกตั้งใหญ่ ตนเคยพูดคุยกับนายพิพัฒน์เกี่ยวกับเรื่องท่าเรือคลองเตย

