สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 2 เเละคณะกรรมการกำกับทิศทาง ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 28–30 พฤษภาคม 2568 เพื่อติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของภาคีเครือข่าย ที่มุ่งขับเคลื่อนงานควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในระดับพื้นที่ โดยลงพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอชะอวด อำเภอปากพนัง และอำเภอนาบอน การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ โดยสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ (สำนัก 2) ซึ่งมีเป้าหมายในการลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงสุขภาพที่สำคัญในสังคมไทย โดยเฉพาะในประเด็น “การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” “สุขภาพจิต” “การบริโภคและการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล” และ “สิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพ”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ กล่าวว่า สสส. มีบทบาทในการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมุ่งเน้นให้ครอบคลุมทุกมิติของสุขภาวะ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกาย จิตใจ สังคม และสุขภาพทางปัญญา เราทำงานโดยใช้ฐานข้อมูลทางวิชาการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการออกแบบนโยบายสาธารณะ และการดำเนินงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องแนวทางของเรา คือการทำงานร่วมกับแกนนำ เครือข่ายชุมชน และภาคีในท้องถิ่น เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ร่วมพัฒนากัน มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งในครั้งนี้ สำนัก 2 ของ สสส. ซึ่งรับผิดชอบประเด็นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเรียนรู้การดำเนินงานของพื้นที่จริง
เราพบว่าการขับเคลื่อนงานในพื้นที่มีความเข้มแข็งและน่าสนใจ เช่น การทำงานด้านสุขภาพจิตชุมชน, การป้องกัน เเละแก้ไขปัญหารการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในมิติการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย, การเฝ้าระวัง การรู้เท่าทัน ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากร้านชำ ที่อาจไม่ปลอดภัยในชุมชน, การนำเครื่องมือ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) มาใช้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการใช้ฐานข้อมูล งานวิชาการ และความรู้ที่พัฒนาร่วมกันไปปรับใช้จริงสิ่งสำคัญ คือการมีระบบติดตามและประเมินผล เพื่อให้เห็นผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถถอดบทเรียนไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นได้ รวมถึงการผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะ ที่เอื้อต่อการขยายผลในระดับประเทศการสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน จึงต้องอาศัยทั้งข้อมูล องค์ความรู้ การออกแบบที่สอดคล้องกับพื้นที่ และระบบติดตามที่ต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้คือหัวใจของการทำงานที่เรายึดถือร่วมกัน ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว
การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การขับเคลื่อนงาน แลกเปลี่ยนบทเรียน และรับข้อเสนอแนะ จากคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานและขยายผลในระดับนโยบาย เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาชนในทุกมิติอย่างยั่งยืน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ
แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป
'ภาษีบาป' เดือด! 4 ร่างกฎหมายจุดศึก รื้อเงินบำรุง-หนุนค้านโต้กันยับ
ร่างกฎหมายรื้อระบบ “ภาษีบาป” จุดกระแสถกเถียง “ศุภชัย” ยันไม่ยุบ 4 องค์กร แค่เปลี่ยนเงินเข้าสู่ระบบงบ
โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ
โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง
'ป้ามล' แฉยับภาครัฐขอใช้งบ สสส. มากกว่าเอ็นจีโอ
นางทิชา ณ นคร (ป้ามล) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใน คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
ไม่เข้าใจหรือตั้งใจบิดเบือน! 'เอกภพ' ซัดกลุ่มค้านแก้กฎหมายดึงภาษีบาปเข้าคลัง
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" โดยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง
นายกฯ ไม่ตอบปมแก้กฎหมายภาษีบาป บอกวันนี้คุยเรื่องภัยพิบัติ
นายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามปมเสนอแก้กฎหมาย สสส. ยกเลิกเงินบำรุงจากสุราและยาสูบ ระบุสั้นๆ วันนี้มาประ

