ปลื้ม EU ยกไทย 'เสี่ยงต่ำ' ตัดไม้ทำลายป่า เปิดทางส่งออก 7 สินค้าหลักง่ายขึ้น

9 มิ.ย. 2568 – นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่ถูกจัดในระบบ Benchmarking ซึ่งเป็นการประกาศรายชื่อประเทศตามระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ การผลิตสินค้าที่อาจเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ภายใต้มาตรการสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) โดยประเทศไทย ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ (Low-Risk Country) เช่นเดียวกับ สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว และบรูไน กล่าวคือ สินค้าที่ส่งออกจากประเทศกลุ่มนี้ไปยังสหภาพยุโรปจะมีขั้นตอนในการยื่นข้อมูล เอกสาร หรือการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งเพาะปลูกหรือพื้นที่เก็บเกี่ยววัตถุดิบ ตามข้อกำหนดของ EU เข้มงวดน้อยกว่าประเทศที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลางและสูง

โดยการจัดระดับประเทศตามความเสี่ยงภายใต้มาตรการ EUDR แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ (Low-Risk Country) กลุ่มประเทศความเสี่ยงปานกลาง (Standard-Risk Country) และกลุ่มประเทศความเสี่ยงสูง (High-Risk Country)

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ในปี 2567 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่าไปตลาดโลก 10,998.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปตลาด EU 694.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 6.31% ของสินค้าที่ส่งออกจากไทยไปโลก การที่ไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศ Low-Risk ภายใต้ EUDR ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนด้านการตรวจสอบเอกสารและเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาด EU

สำหรับมาตรการ EUDR มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการซื้อสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงรับมือการแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าทั่วโลก ทั้งที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมายและจากการขยายตัวทางการเกษตร ครอบคลุมสินค้าทั้งหมด 7 รายการ ได้แก่ วัว ไม้ ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง กาแฟ โกโก้ และยางพารา รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสินค้าดังกล่าว โดยผู้ประกอบการในประเทศต่าง ๆ จะต้องแสดงข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับตามระดับความเสี่ยงที่ได้รับการจัดกลุ่มประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการขนาดใหญ่จะต้องแสดงรายงานดังกล่าวให้กับหน่วยงานของ EU ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรายย่อย (SMEs) จะต้องแสดงรายงานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดโลก การที่ไทยได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้สินค้าไทยขยายตลาดในยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://green-forum.ec.europa.eu/deforestation-regulation-implementation/eudr-cooperation-and-partnerships/country-classification-list_en หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มงานบริหารสินค้าสองทาง กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า 02 528 7500-29 ต่อ 4710 หรือสายด่วน 1385” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปี2568ทุบสถิติ ส่งออก-นำ เข้า พาเหรด‘นิวไฮ’

ส่งออกเดือนสุดท้ายปี 68 มูลค่า 28,928.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 16.8% ขยายตัว 18 เดือนติด รวมทั้งปีเพิ่ม 12.9% สูงสุดรอบ 4 ปี และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนนำเข้า 344,943 ล้านดอลลาร์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก 17 หน่วยงานรัฐสกัดนอมินี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลัง 17 หน่วยงานภาครัฐ แก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจัดการให้สิ้นซาก ป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตั้งเป้าลุยตรวจสอบนิติบุคคล 21,459 ราย พร้อมเตือนคนที่ร่วมมือ สนับสนุน หากตรวจพบ เล่นงานหนัก

พาณิชย์จัดมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน ‘SEE ISAN EXPO 2026’ เปิดอีสานในทุกมุมมอง เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดสากล

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี จัดใหญ่มหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026” รวบรวมสินค้าดีศรีอีสานมาไว้ในที่เดียว พร้อมด้วยกิจกรรมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจมากมาย

เตรียมตัวเตรียมใจ! มี.ค.นายจ้างกว่า 8 หมื่นแห่งหักเงินเดือนผู้กู้ยืม กยศ.

เริ่ม มี.ค. 69 นายจ้างกว่า 8 หมื่นแห่ง หักเงินเดือนผู้กู้ยืม กยศ. กว่า 1.2 แสนราย เพื่อชำระหนี้ ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา แนะผู้กู้ยืมปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ทาง www.studentloan.or.th

ต่างชาติลงทุนไทย 68 แตะ 324,148 ล้านเพิ่ม 42% สูงสุดรอบ 5 ปี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยปี 68 ต่างชาติลงทุนไทย 1,078 ราย เพิ่มขึ้น 13% รวมเงินลงทุน 324,148 ล้านบาท เพิ่ม 42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ลั่สิงคโปร์แชมป์ลงทุนมากสุด ตามด้วยญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง สหรัฐฯ