นายจ้างรู้หรือยัง? ลืมทำสิ่งนี้ เสี่ยงทั้งปรับ-ติดคุก ลูกจ้างเสียสิทธิทันที

สำนักงานประกันสังคม เตือนนายจ้างอย่าละเลยขึ้นทะเบียน-ส่งเงินสมทบตามกำหนด ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 20,000 บาท หรือจำคุก 6 เดือน ลูกจ้างอาจเสียสิทธิรักษา-คลอดบุตร-เงินชราภาพ

10 กรกฎาคม 2568 - เฟซบุ๊กสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน โพสต์แจ้งเตือนนายจ้างให้ระวัง หากเพิกเฉย ไม่ขึ้นทะเบียนนายจ้าง-ลูกจ้างภายใน 30 วันหลังรับเข้าทำงาน, ไม่แจ้งสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปหลังลูกจ้างลาออก, หรือ ไม่นำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป จะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษอาญา ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ การไม่ดำเนินการตามกฎหมายยังอาจทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิประโยชน์สำคัญ อาทิ สิทธิการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย, สิทธิการคลอดบุตร, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, เงินสงเคราะห์บุตร, เงินชราภาพ และสิทธิกรณีว่างงาน

สำนักงานประกันสังคมย้ำ นายจ้างต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบตามกำหนด ผ่านสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือระบบ e-Service ที่ www.sso.go.th พร้อมให้คำปรึกษาสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประกันตนเฮ! เพิ่มสิทธิ์ทำ ฟัน มีผลตั้งแต่1พ.ค.

ข่าวดีผู้ประกันตน ตั้งแต่ 1 พ.ค. ปรับสิทธิทันตกรรม เพิ่มวงเงินรักษาผ่าฟันคุด สูงสุด 2,500 บาท ฟันปลอมถอดได้ สูงสุด 6,000 บาท ฟันปลอมถอดไม่ได้ จ่ายค่าผ่าตัด 17,500 บาท

สรุปสิทธิทำฟันประกันสังคม หลังปรับปรุงครั้งใหญ่เริ่มแล้ววันนี้

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อผู้ประกันตน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต เดินหน้าลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

รู้ยัง! เปิดหลักเกณฑ์-อัตราประโยชน์ทดแทน กรณีเจ็บป่วยที่ไม่ใช่จากการทำงาน

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโ

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน

เปิดข้อเสนอ ‘พรรคเพื่อไทย’ แก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม

พรรคเพื่อไทยโพสต์ข้อความ พร้อมภาพ กรณีกองทุนประกันสังคม ว่า กองทุนของคนกว่า 20 ล้านคน กำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญของความเชื่อมั่น ภายใต้บริบทที่กฎหมายเดิมไม่ทันต่อการเป