เร่งเยียวยาจิตใจประชาชนในพื้นที่ชายแดน เครียดสูง 2,151 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 267 ราย

สธ.รายงานรัฐบาล จัดทีมเต็มที่ดูแลสุขภาพประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดการปะทะจนถึงปัจจุบัน พร้อมส่งทีมแพทย์–จิตอาสาหนุนแนวหน้าเต็มกำลัง
 
2 สิงหาคม 2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลรับรายงานจากกระทรวงสาธารณสุข ยังคงเดินหน้าดูแลประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ (ข้อมูล ณ วันศุกร์ที่ 1 สค. 68) เปิดศูนย์อพยพประชาชนใน 5 จังหวัด จำนวน 676 แห่ง รองรับประชาชนแล้วกว่า 395,000 คน และยังมีผู้พักอาศัยอยู่ในศูนย์ฯ 167,121 คน โดยกลุ่มเปราะบางที่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทีมปฏิบัติการแพทย์และฉุกเฉิน 1,161 ทีม และมีทีมแพทย์–จิตอาสา (STANDBY) พร้อมสนับสนุนอีกเกือบ 2,000 คน ครอบคลุมทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และสหวิชาชีพอื่น ๆ
 
นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า สำหรับภารกิจเยียวยาใจประชาชน มีการให้คำปรึกษาด้านจิตใจไปแล้วกว่า 55,000 ราย พบผู้มีภาวะเครียดสูง 2,151 ราย และกลุ่มเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 267 ราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
 
ด้านผลกระทบต่อสุขภาพในภาพรวม มีผู้เสียชีวิตสะสม 17 ราย แบ่งเป็นเสียชีวิตทางตรง 14 ราย และเสียชีวิตทางอ้อม 3 ราย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 38 ราย แยกเป็นบาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บปานกลาง 13 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย
 
นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ โรงพยาบาลและสถานีอนามัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 154 แห่ง โดยมีโรงพยาบาล 17 แห่งและสถานีอนามัยอีก 137 แห่ง ที่ต้องปรับลดหรือหยุดให้บริการชั่วคราว โดยรัฐบาลได้จัดระบบรองรับเพื่อให้ประชาชนยังคงเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างต่อเนื่อง
 
“รัฐบาลขอขอบคุณทุกส่วนราชการ และภาคเอกชน ที่ร่วมกันดูแลประชาชน ในพื้นที่ชายแดน และจะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องชีวิต สุขภาพ และศักดิ์ศรีของคนไทยทุกคนอย่างถึงที่สุด” นางสาวศศิกานต์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เขมรจุ้นดิ้นประท้วง! แถลงการณ์ไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 2543 อ้างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543

นายกฯ ขอประชาชนอย่ากังวล ไทย-กัมพูชา ปะทะรอบ 3 ตัดเรื่องนี้ออกไปได้

"อนุทิน" ย้ำ ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าห่วง หลัง เสธ ทบ.รายงาน แค่เคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ ขอให้ ปชช.สบายใจได้ ลั่น “นายกฯ ตอบแล้วไม่มีอะไรน่ากังวล” ขอให้ตัดเรื่องนี้ออกไป หลังสื่อถาม โอกาสปะทะรอบใหม่

มติเอกฉันท์ กมธ.วุฒิสภา เห็นควรให้รัฐบาลยกเลิก MOU 2543 ชี้เหตุผลสำคัญ 6 ข้อ

กมธ.วุฒิสภา มีมติเอกฉันท์ ชงฉีก “MOU 2543” ด้วยเหตุผล 6 ข้อ ชี้กัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง-ขัดรัฐธรรมนูญไทย ชี้ผ่านมา 26 ปี ข้อพิพาทดินแดนไม่คืบหน้า คาดส่งมติเข้าที่ประชุมวุฒิสภา ภายใน เม.ย. นี้

โฆษก ทบ. รับเห็นสัญญาณบางอย่าง กัมพูชาเตรียมปะทะ รอบ 3 ยันไทยไม่ประมาท

โฆษก ทบ. รับทหารกัมพูชา ประชิดปราสาทตาควาย แต่ไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล ยอมรับกระแสข่าวปะทะรอบ 3 เจ้ากรมข่าว เป็นเรื่องจริง ยันไทยไม่ประมาท เตรียมพร้อมกำลังพล และอาวุธเช่นกัน

โฆษก ทบ. ลั่นไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงเป็นหลัก ตอกกัมพูชาอ้าง MOU 43 บังหน้าทั้งที่เป็นฝ่ายละเมิดมาตลอด

กองทัพบกโต้กลับกัมพูชา ย้ำไทยยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง ชี้การปรับปรุงพื้นที่และการก่อสร้างอยู่ในเขตอธิปไตยไทย มุ่งแก้ไขปัญหาชายแดนผ่านกลไกทวิภาคี

กองทัพภาคที่ 1 ผนึกทุกส่วนราชการ เร่งรังวัดที่ดิน ออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านหนองจาน กว่า 70 ไร่

กกล.บูรพา ร่วมกับกรมป่าไม้และกรมที่ดิน จ.สระแก้ว เร่งดำเนินการรังวัดและตรวจสิทธิที่ทำกินให้ชาวบ้าน บ.หนองจาน กว่า 70 ไร่ พร้อมเดินหน้าเร่งสร้างหลุมหลบภัย ล่าสุด ดำเนินการแล้วเสร็จ 38 หลุม