รัฐบาลให้ บสย. ส่งมาตรการ 'กระบะ (มือสอง) พี่มีคลังค้ำ' กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วย SMEs ซื้อรถกระบะ คาดก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบกว่า 3,400 ล้านบาท รักษาการจ้างงานกว่า 153,000 ตำแหน่ง
03 ก.ย.2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขยายความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์ ในการประกอบอาชีพและทำธุรกิจ ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวมาตรการ “กระบะ (มือสอง) พี่ มีคลังค้ำ” เบื้องต้นได้จัดเตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการระยะแรก 500 ล้านบาท ต่อยอดจากมาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะใหม่ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อให้การช่วยเหลือ SMEs ครอบคลุมทั้งการซื้อรถกระบะใหม่ และรถกระบะมือสอง มุ่งช่วย SMEs รายย่อย กลุ่มเกษตรกร และธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก ที่อาจมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ สามารถเข้าถึงสินเชื่อซื้อรถกระบะได้ง่ายขึ้น โดยตั้งเป้าว่าจากมาตรการนี้จะช่วยปลดล็อกธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน ทั้งช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ซบเซาให้กลับมาคึกคัก ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
ปัจจุบันตลาดรถกระบะมือสองมีมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 38,000 คัน ซึ่งหดตัวลงต่อเนื่อง ประกอบกับราคารถกระบะมือสองที่ปรับลงอย่างรวดเร็ว เป็นผลจากในปี 2566-2567 มีรถกระบะถูกยึดเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดและระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรการดังกล่าวของ บสย. ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยชดเชยความเสี่ยง เพื่อจะสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) กล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยคาดว่าจากมาตรการนี้ จะช่วยผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการซื้อรถกระบะมือสองเข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 7,600 ราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบกว่า 3,400 ล้านบาท รักษาการจ้างงานกว่า 153,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 14,000 ล้านบาท
ปัจจุบันสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อรถกระบะมือสอง 60% เป็นกลุ่ม Non Bank ที่เหลืออีก 40% เป็นกลุ่มสถาบันการเงินและบริษัทในเครือ โดยจุดเด่นของมาตรการ “กระบะ (มือสอง) พี่ มีคลังค้ำ” จะช่วย SMEs ลดภาระทางการเงิน ด้วยสิทธิประโยชน์ ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก โดยรัฐบาล กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้ และในส่วนปีที่ 4-7 คิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันต่ำเพียง 1.5% ต่อปี ของภาระค้ำประกันในแต่ละปี เช่นภาระสินเชื่อปีที่ 4 คงเหลือ 300,000 บาท SMEs จะจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันเพียง 4,500 บาทเท่านั้น พร้อมค้ำประกันนานสูงสุด 7 ปี หรือ 84 งวด วงเงินค้ำประกันสูงสุดถึง 800,000 บาทต่อราย สิ้นสุดรับคำขอค้ำประกันภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568
“สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ “กระบะ (มือสอง) พี่ มีคลังค้ำ” สามารถลงทะเบียนได้ที่ LINE OA : @tcgfirst พร้อมบริการตรวจสุขภาพทางการเงิน โดยจองคิวขอรับคำปรึกษาทางการเงิน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999” นางสาวศศิกานต์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลยันกรมการค้าภายในเกาะติดสถานการณ์ราคาสินค้าใกล้ชิด
กรมการค้าภายในติดตามเรื่องร้องเรียนด้านราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด ผ่านสายด่วน 1569 พร้อมดำเนินการตามกฎหมายทันทีหากตรวจพบการกระทำผิด
รัฐบาลชวนลงทะเบียนร่วมโครงการ 'ล้างแอร์ช่วยชาติ'
รัฐบาลเชิญชวน ปชช. ลงทะเบียนร่วมโครงการ 'ล้างแอร์ช่วยชาติ' ตั้งแต่ 25 มี.ค.- 23 พ.ค. 2569 รับส่วนลดล้างแอร์ 300 บาท จำนวน 30,000 สิทธิ์
รัฐบาลจัดหนัก จับขาย 'นิโคตินถุง' ผ่านออนไลน์-แหล่งเที่ยว-ห้าง
รัฐบาลสั่งเข้มดำเนินคดีผู้จำหน่ายยาสูบประเภท 'นิโคตินถุง' ผ่านออนไลน์-แหล่งท่องเที่ยว-ห้างสรรพสินค้า เตือนภัยอันตรายกระทบสมองในระยะยาว
24 มี.ค.เป็นต้นไปทำพินัยกรรมเขต-อำเภอไหนก็ได้แต่ต้องมีพยาน 2 คน
มหาดไทย ออกกฏกระทรวงใหม่เรื่องการทำพินัยกรรม ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต จะมีผลบังคับใช้24มี.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการทำพินัยกรรมมีความสะดวกและลดข้อพิพาทเกี่ยวกับมรดกในอนาคต
รัฐบาลเตือนปีนี้ 'ดัชนีความร้อน' สูงกว่าปีที่ผ่านมา
รัฐบาลเตือนหน้าร้อนปีนี้ 'ดัชนีความร้อน' แนวโน้มสูงกว่าปีที่ผ่านมา เสี่ยงระดับอันตราย แนะ 7 วิธีป้องกันโรคจากความร้อน
รัฐบาลเตือนภัย 'คูปองเติมน้ำมันฟรี' ที่แท้ลิงก์ดูดเงินในบัญชี
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) แจ้งเตือนประชาชนให้ระวัง กลโกงออนไลน์รูปแบบใหม่ที่อาศัยกระแสสถานการณ์ความตึงเครียดของโลก

