ป.ป.ช. ชี้มูล อดีต ผอ.คุมประพฤติอุทัยธานี เบียดบังเงินค่าที่พักโครงการอบรมเครือข่ายยุติธรรมชุมชน
25 กันยายน 2568 - นางภัทริยา เมฆวณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวนกรณีกล่าวหา พันจ่าเอก ปรัชญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุทัยธานี กับพวก เบียดบังเงินค่าที่พัก สำหรับผู้เข้าอบรมในโครงการอบรมผู้ประสานงานเครือข่ายยุติธรรมชุมชนไปเป็นประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่น
โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปี 49 พันจ่าเอก ปรัชญา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ขณะเกิดเหตุ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุทัยธานี ได้ดำเนินจัดทำโครงการอบรมผู้ประสานงานเครือข่ายยุติธรรมชุมชน ระหว่างวันที่ 6-7 ก.ค.49 สถานที่จัดการอบรม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี
นางภัทริยา กล่าวว่า ในการอบรมดังกล่าวได้จัดทำเอกสารแจ้งว่าได้จัดที่พักให้กับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้ประสานงานหรือวิทยากร อีกจำนวน 5 คน โดยแจ้งว่าได้จัดที่พักนอนดังกล่าวที่อาคารอเนกประสงค์ เอส เอ็ม แอล หมู่ที่ 4 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ตามเอกสารใบสำคัญรับเงิน ในราชการกรมคุมประพฤติ ลงวันที่ 7 ก.ค.49 และในใบสำคัญรับเงินดังกล่าวมีนายสวอง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นผู้ลงชื่อรับเงินค่าที่พักดังกล่าว จำนวน 17,400 บาท เป็นการกระทำจัดทำเอกสารปลอมประกอบการเบิกจ่ายค่าเช่าที่พักของเจ้าหน้าที่และผู้ที่เข้ารับการอบรมและอนุมัติให้เบิกค่าเช่าที่พักดังกล่าวอันเป็นเท็จ เนื่องจากสถานที่พักนั้นไม่มีการเรียกเก็บค่าเช่าและไม่มีผู้เข้ารับการอบรมพักจริง ซึ่งการกระทำดังกล่าวของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการและเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
นางภัทริยา ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของ พันจ่าเอก ปรัชญา มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่น เอาทรัพย์นั้นเสีย และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 151
และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 มาตรา 82 วรรคสาม และมาตรา 98 วรรคสอง
ทั้งนี้ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ พันจ่าเอก ปรัชญา ตามฐานความผิดดังกล่าว ส่วนการกระทำของนายสวอง ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ป.ป.ช.' จับมือ 'ปปง.' ตั้งคณะทำงานร่วม สอบเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น
ป.ป.ช. จ่อตั้งคณะทำงานร่วม ปปง. สอบเส้นเงินทุจริตโกงสอบท้องถิ่น เร่งพิสูจน์สัมพันธ์โรงพิมพ์สมุทรปราการ-คลิปเสียงโยงนักการเมือง ระบุช้าหรือเร็วอยู่ที่หลักฐาน แต่ไม่นาน
สส.ภูมิใจไทย ตีปี๊บผลงานจับโกงสอบท้องถิ่น ชี้ทุจริตกันมานานแต่เพิ่งจับได้ครั้งแรก
ปธ.กมธ.ท้องถิ่น และ ปธ.กมธ. ปปช. แท็กทีม จ่อเรียก สถ.-มศว แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า หลังเกิดความเสียหายทะลุ 4.5 พันล้านบาท ขณะที่ "อาสพลธ์" ขอบคุณ ป.ป.ช.-ตร.ปปป. หลังเป็นคนแรกยื่นสอบ จนทลายโกงสำเร็จเป็นครั้งแรกสำเร็จ และคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาวบ้านที่หวังเป็นขรก.
ป.ป.ช. แถลงจับโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน
ป.ป.ช.แถลง ทลายขบวนการโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น จ่อสาวยันต้นตอ ลั่น ใครได้บรรจุแล้วก็ไม่รอด ฟันวินิยย้อนหลังได้ คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน
ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้
รัฐบาลหนุน ก.ล.ต. ปราบโกงตลาดทุน เผยเรียกเงินคืนผู้เสียหายกว่าพันล้าน
รัฐบาลหนุน ก.ล.ต. ปราบโกงทุนออนไลน์เต็มสูบ เรียกคืนเงินผู้เสียหายกว่า 1.1 พันล้าน ปิด 368 บัญชีหลอกลงทุน กวาดล้างบัญชีม้าคริปโตทะลุ 5.8 หมื่นบัญชี
ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน
ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว

