“พนา แคล้วปลอดทุกข์”มอบนโยบาย “กอ.รมน.”ย้ำต้องเปลี่ยนวิธีคิด เน้นงานเชิงรุก กำชับข่าวกรอง จชต. ต้องแม่นยำ เข้มชายแดนไทย-กัมพูชา จับมือ ศปป.5 ขยายภารกิจเฉพาะเพิ่ม มอบงานประสาน9ศูนย์ลี้ภัย พร้อมกำชับหน่วยสร้างความชัดเจนองค์กร ไม่ให้ถูกหยิบยกเป็นประเด็นทางการเมือง ด้าน“แม่ทัพภาค”ตบเท้ารับฟังนโยบายครบ
6 ตุลาคม 2568 - ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพมหานคร พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหาร/เลขาธิการ กอ.รมน. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจาก กอ.รมน.(ส่วนกลาง), แม่ทัพภาค ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผอ.รมน.ภาค, ผอ.รมน.จังหวัด, รอง ผอ.รมน.จังหวัด (ฝ่ายทหาร) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุม นขต.กอ.รมน. วาระพิเศษในครั้งนี้ จัดขึ้นพร้อมกับการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 6–8 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของปีงบประมาณใหม่ มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในหลายตำแหน่ง จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดนโยบายและแนวทางการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างความสอดคล้องและความต่อเนื่องของภารกิจ กอ.รมน. และเสริมให้การดำเนินงานในปี 2569 มีเอกภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในช่วงแรกของการประชุมได้มีการแนะนำผู้บริหาร กอ.รมน. การบรรยายแนวโน้มสถานการณ์ความมั่นคงและการสรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนงานรักษาความมั่นคงภายใน ปี 2569–2570
จากนั้นเข้าสู่วาระการมอบนโยบายการปฏิบัติงานประจำปี2569 โดยในช่วงต้น พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ./รอง ผอ.รมน. ได้กล่าวเน้นย้ำให้ผู้บริหารทุกระดับตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความชัดเจนของบทบาทองค์กร เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหยิบยกเป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งภาพลักษณ์ของ กอ.รมน. ได้เปลี่ยนผ่านจากอดีตที่เป็นหน่วยต่อต้านภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ มาสู่บทบาทในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ ป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของรัฐ
พร้อมกันนี้ ขอให้ กอ.รมน. เร่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งภัยดั้งเดิมและภัยสมัยใหม่ พร้อมทั้งยกระดับการทำงานเชิงรุก ด้วยการบูรณาการข้อมูลและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว รอบด้าน และตรงต่อสถานการณ์
จากนั้น ผบ.ทบ./รอง ผอ.รมน. ได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงานที่สำคัญ ดังนี้
- การปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน เน้นทั้งเชิงรุกและการป้องกัน รู้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ คู่ขนานกับการแก้ไขปัญหาเดิม การทำงานต้องอาศัยฐานข้อมูล ข่าวสาร การประเมินสถานการณ์ รวมทั้งความร่วมมือจากมวลชน
- สำนักอำนวยการ กอ.รมน. ต้องกำกับการปฏิบัติของทุกส่วนงานให้เป็นไปตามทิศทางที่กำหนด โดยมีศูนย์ประสานการปฏิบัติ กอ.รมน. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายจากส่วนกลางสู่ระดับพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และทุกแผนงาน/โครงการต้องมีการประเมินผลการดำเนินงาน
-ให้ความสำคัญกับบทบาทของ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะ กอ.รมน.จังหวัด ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด/ผอ.รมน.จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนกลไกการแก้ไขปัญหาให้กับสังคมและประชาชน
-การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องริเริ่มและพัฒนากลยุทธ์ใหม่ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบซ้ำเติมปัญหาเดิม งานข่าวกรองต้องแม่นยำ ทันเวลา และสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชน การดำเนินการต้องยึดถือความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ปฏิบัติตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด การประสานงานระหว่างหน่วยราชการต้องมีเอกภาพ เพิ่มบทบาทให้สำนักอำนวยการ กอ.รมน. เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ควบคู่กับศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1–4 กอ.รมน. ที่เริ่มเข้าไปรับผิดชอบประเด็นความมั่นคงตามภารกิจ
-การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนและทางทะเล ให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัดที่มีพื้นที่คาบเกี่ยว ประสานและบูรณาการร่วมกับกองกำลังป้องกันชายแดนและศรชล. โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนด้านกัมพูชา กอ.รมน.จังหวัดต้องเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ส่วนหลัง
-ให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. รับผิดชอบประเด็นความมั่นคงในพื้นที่เฉพาะนอกเหนือจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้กำหนดหน้าที่และอำนาจไว้ในอัตราเฉพาะกิจของ กอ.รมน. แล้ว เช่น พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา 9 แห่ง ใน 4 จังหวัด รวมทั้งโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่
-การปรับโครงสร้างการจัดและอัตรากำลัง ให้มีแนวทางความก้าวหน้าของข้าราชการพลเรือนและอัตราช่วยราชการ โดยกำหนดมาตรฐานตำแหน่งเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรกำลังพลในรูปแบบอัตรากำลังแทน รวมทั้งแก้ไขปัญหาการบรรจุข้าราชการตำรวจที่ติดขัดจากข้อจำกัดของพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565
ภายหลังการมอบนโยบาย ได้เข้าสู่การปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน. ซึ่งเป็นการบรรยายและชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานจากส่วนกลางโดยสำนักอำนวยการ, ศูนย์ประสานการปฏิบัติ และกอ.รมน.ภาค ชี้แจงผลการปฏิบัติและแผนการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจในนโยบายและภารกิจของหน่วยอย่างชัดเจน สามารถนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
การประชุมและการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนงานในปีงบประมาณ 2569 ที่มุ่งสร้างเอกภาพในการทำงานของทุกระดับ พร้อมยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการด้านความมั่นคงของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ กอ.รมน. สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเข้มแข็ง โปร่งใส และพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กปู' เซ็นแบ่งงาน 3 เสือ ทบ.-รอง เสธ.ทบ.
พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบก1508/69 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.)เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) และรองเสนาธิการทหารบก (รองเสธ.ทบ.)
โปรดเกล้าฯ 'พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.
โปรดเกล้าฯ ให้ “พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์” พ้นจากตำแหน่งเสนาธิการทหารบก และแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งเลขาธิกา
แห่สมัคร 'พลทหารอาสา' เกือบ 8 พันนาย คัดเลือกครั้งแรก 28 พ.ย.
ยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' 8 วัน ทุกเหล่าทัพ รวม 7,898 นาย คิดเป็น 31.59% จากยอดเปิดรับทั้งหมด 25,000 นาย กำหนดคัดเลือกครั้งที่ 1 วันที่ 28 พ.ย.
'ทภ.2' แจงปม 'เขมร' ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ
ทภ.2 แจง 'เขมรขุดคู-วางลวดหนาม' เนิน 450 ช่องสะงำ ชี้มีฐานทหารกัมพูชาอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย 'กกล.สุรนารี' จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย
ชายไทยแห่สมัคร 'หน่วยรบพิเศษ' กองทัพบก เต็มแล้ว 7 หน่วย
ยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' 5 วัน 'ทบ.' 4,180 คน คิดเป็น 22% พบชายไทยสนใจหน่วยรบพิเศษ สมัครเต็มแล้ว 7 หน่วย เชิญชวนผู้สนใจยังสมัครได้ถึง 24 ม.ค. 70
สรุปเหตุปะทะเทือกเขาตะเว โจรใต้ดับ 2 คดีเพียบ บึ้ม-ยิงตร.และทหาร
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยความคืบหน้าเหตุปะทะเทือกเขาตะเว ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย พบ 9 หมายจับคดีมั่นคง ทั้งบึ้ม-ยิงตำรวจและทหาร ยึดปืนได้ 2 กระบอก ระเบิดขว้าง 2 ลูก

