'เอ็ดดี้' ชี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ 'กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้'

28 ก.ค.2569-เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความประเด็นการเรียกร้องให้ยุบกอ.รมน.ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ “กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้”

ก่อนจะเรียกร้องให้ยุบหรือถอน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า หน่วยงานนี้คืออะไร อยู่ภายใต้อำนาจของใคร และเหตุใดจึงต้องมีโครงสร้างพิเศษขึ้นมารับผิดชอบปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ความเข้าใจที่ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นกลไกที่กองทัพตั้งขึ้นมาเพื่อยึดพื้นที่บริหารงานแทนฝ่ายพลเรือน เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น

กอ.รมน.ไม่ใช่หน่วยงานที่กองทัพกำหนดบทบาทขึ้นมาเอง แต่เป็นกลไกการบริหารความมั่นคงของรัฐบาล โดย กอ.รมน.ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี กฎหมาย และยุทธศาสตร์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ

กองทัพเป็นหน่วยสนับสนุนหลักในปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ในพื้นที่ยังมีทั้งการใช้อาวุธ การก่อเหตุรุนแรง การก่อวินาศกรรม และเครือข่ายจัดตั้งที่ซับซ้อนเกินกว่าจะมองเป็นเพียงอาชญากรรมทั่วไป

ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงแตกต่างจากคดีอาชญากรรมในภูมิภาคอื่นอย่างชัดเจน

เบื้องหลังเหตุรุนแรงหนึ่งเหตุการณ์ อาจมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ตั้งแต่ผู้วางแผน ผู้จัดหาอาวุธ ผู้เฝ้าดูความเคลื่อนไหว ผู้ขนส่ง ผู้ลงมือ ผู้ให้ที่พักพิง ไปจนถึงเครือข่ายที่ทำหน้าที่บิดเบือนข่าวสาร สร้างความชอบธรรมให้ผู้ก่อเหตุ และกล่าวหาการปฏิบัติงานของรัฐ

แต่ละส่วนอาจไม่จำเป็นต้องรับคำสั่งกันอย่างเปิดเผย เพราะระบบสนับสนุนสามารถทำงานสอดประสานกันได้จากอุดมการณ์ เป้าหมาย และเครือข่ายเดียวกัน

นี่จึงเป็นการเดินเกมพร้อมกันอย่างน้อยสองสนาม

สนามแรกคือสนามของกองกำลัง การก่อเหตุ และการควบคุมพื้นที่

สนามที่สองคือสนามข่าวสาร ซึ่งทำหน้าที่สร้างภาพว่าผู้ก่อเหตุคือผู้ถูกกระทำ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเข้าไประงับเหตุถูกทำให้กลายเป็นต้นเหตุของปัญหา

เกมลักษณะนี้ดำเนินมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี และเป็นเหตุผลว่าทำไมการแก้ปัญหาจึงไม่สามารถฝากไว้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง

ตำรวจมีอำนาจสอบสวนและบังคับใช้กฎหมาย แต่ไม่สามารถรับผิดชอบมิติทางทหาร การข่าว การพัฒนา และการบริหารพื้นที่ทั้งหมดได้

ฝ่ายปกครองมีหน้าที่ดูแลการบริหารราชการและประชาชน แต่ยังไม่มีขีดความสามารถเพียงพอสำหรับการรับมือเครือข่ายติดอาวุธที่ปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

กองทัพมีศักยภาพด้านความมั่นคงและการควบคุมสถานการณ์ แต่ไม่สามารถเข้าไปแทนที่บทบาทของตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานพัฒนาได้

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงต้องใช้โครงสร้างพิเศษที่นำพลเรือน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกัน ภายใต้ชื่อ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”

กล่าวให้ชัดที่สุด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่รัฐบาลทหารในพื้นที่ แต่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการบูรณาการหน่วยงานของรัฐ เพื่อรับมือกับปัญหาที่ระบบราชการปกติไม่สามารถแยกส่วนกันแก้ไขได้

ภารกิจของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงไม่ได้มีเฉพาะการใช้กำลัง แต่ครอบคลุมทั้งการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน การป้องกันเหตุรุนแรง การอำนวยความยุติธรรม การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา และการสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข

แน่นอนว่า โครงสร้างใดที่ใช้อำนาจรัฐย่อมต้องถูกตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ และปรับปรุงได้ หากพบความผิดพลาดหรือการใช้อำนาจเกินขอบเขต ผู้กระทำก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย

แต่การตรวจสอบการใช้อำนาจ กับการทำลายกลไกความมั่นคงทั้งหมด เป็นคนละเรื่องกัน

หากในอนาคตรัฐบาลเห็นว่าตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือหน่วยงานพลเรือนมีความพร้อมเพียงพอที่จะรับภารกิจทั้งหมด รัฐบาลย่อมมีอำนาจปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้ตามกฎหมาย และกองทัพก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “กองทัพยอมถอนหรือไม่”

แต่ต้องถามว่า หลังจากถอนแล้ว ใครจะรับภารกิจ ใครจะคุ้มครองประชาชน ใครจะประสานงานระหว่างหน่วยงาน และหน่วยงานที่จะเข้ามาแทนมีทั้งกำลังคน ความรู้ ข่าวกรอง อำนาจตามกฎหมาย และความพร้อมเพียงพอแล้วหรือยัง

ที่ผ่านมา ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองไม่ได้ถูกห้ามไม่ให้เข้ามารับบทบาท แต่ปัญหาคือยังไม่มีหน่วยงานใดสามารถรับภารกิจที่มีความซับซ้อนทั้งหมดนี้ได้โดยลำพัง

การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงไม่ควรเริ่มจากความคิดว่า ต้องเอาทหารออกเพื่อให้ดูเป็นประชาธิปไตย

แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย รัฐใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม และหน่วยงานพลเรือนค่อย ๆ มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับภารกิจมากขึ้น

เพราะการเปลี่ยนโครงสร้างโดยไม่เตรียมผู้รับช่วงต่อ ไม่ใช่การคืนอำนาจให้ประชาชน

แต่อาจกลายเป็นการเปิดช่องว่างทางอำนาจ ให้ผู้ก่อเหตุและเครือข่ายเข้าไปครอบครองพื้นที่แทนรัฐ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอ็ดดี้ อัษฎางค์' วิเคราะห์ใครอันตรายกว่ากัน ส้มรื้อราก-น้ำเงินรวบอำนาจ

นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่บทความเรื่อง "ใครอันตรายกว่ากัน" ส้มรื้อราก น้ำเงินรวบอำนาจ มีเนื้อหาดังนี้การเมืองไทยในวันนี้ดูเหมือนกำลังบีบให้ประชาชนเลือกอยู่ระหว่างความเสี่ยงสองแบบ

สส.รอมฎอน ขวางไล่ล่ากลุ่มก่อความไม่สงบ หวั่นกระทบความเชื่อมั่นประชาชน

"รอมฎอน ปันจอร์" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าการใช้กำลังและการส่งสัญญาณไล่ล่าผู้ก่อเหตุควรประเมินผลกระทบในระดับยุทธศ

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เชิญตัว 'ผู้ต้องสงสัย' เข้ากระบวนการซักถาม

หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านจือแรตาดง

“สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้ผนึก กอ.รมน. เชือดทุนจีนรุกคลองสาธารณะ ยึดพื้นที่ระยองกว่า 4 ไร่ ฟันคดีถึงที่สุด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมป่าไม้บูรณาการความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พบรถกระบะต้องสงสัย! ถูกเผาทำลายหลักฐาน หลังโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี

เจ้าหน้าที่พบรถกระบะที่เชื่อว่าใช้ก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส จนทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ถูกนำไปเผาทำลายเพื่ออำพรางหลักฐานในพื้นที่ อ.ศรีสาคร ขณะที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเร่งเข้าตรวจสอบ พร้อมไล่ล่าผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี