ทบ. คุมเข้มชายแดนไทย-เมียนมา ต่างด้าวทะลักข้ามฝั่งกว่า 1,500 คน ชาวอินเดียมากสุด

ทบ.เผยสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา ยังคงเฝ้าระวังใกล้ชิด หลังคนต่างด้าวหลบหนีจากพื้นที่โครงการ KK-Park ลักลอบข้ามชายแดนมายังฝั่งไทยกว่า 1,500 คน

1 พฤศจิกายน 2568 - กองทัพบกโดยกองกำลังนเรศวร ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–เมียนมา พื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อย่างใกล้ชิด หลังปรากฏสถานการณ์ที่ทหารเมียนมาเข้าควบคุมพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ KK-Park บ้านเองจีเมี่ยง อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ส่งผลให้กลุ่มทุน พนักงานที่มีความเชื่อมโยงกับการพนัน และชาวต่างชาติภายในโครงการเกิดความหวาดกลัว และทยอยหลบหนีเข้ามายังฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2568

โดยขณะนี้ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ยังคงลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งประสานและได้ทำหนังสือประท้วงผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย–เมียนมา (TBC) เพื่อขอให้ฝ่ายเมียนมาดำเนินการอย่างระมัดระวังในการทำลายอาคารสิ่งปลูกสร้างภายในโครงการฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศแล้ว

ล่าสุด ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.00 น. ว่า มีบุคคลต่างชาติ/ต่างด้าว และชาวไทย ข้ามมายังฝั่งไทยจากพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park รวม 1,595 คน แบ่งเป็นชาย 1,330 คน และหญิง 265 คน

ได้แก่ ชาวอินเดีย 465 คน (ชาย 440 หญิง 25) รองลงมาคือ ฟิลิปปินส์ 220 คน (ชาย 122 หญิง 98), จีน 185 คน (ชาย 180 หญิง 5), เวียดนาม 151 คน (ชาย 129 หญิง 22) และเอธิโอเปีย 130 คน (ชาย 118 หญิง 12) นอกจากนี้ ยังมีบุคคลจากประเทศอื่น ๆ อีกกว่า 20 สัญชาติ เช่น เคนยา ปากีสถาน เนปาล ยูเครน อินโดนีเซีย ลาว แอฟริกาใต้ กานา ไนจีเรีย ศรีลังกา รวันดา เมียนมา และไทย

มีรายละเอียดบุคคลต่างชาติ/ต่างด้าว และคนไทยผ่านการคัดกรอง/ดำเนินคดี ดังนี้

- พื้นที่สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 2 จำนวน 860 คน

- พื้นที่สถานีตำรวจภูธรแม่สอด 712 คน
โดยมีบุคคลต่างชาติ/ต่างด้าวถูกดำเนินคดี 680 คน ชำระค่าปรับ/ผลักดัน 439 คน, ไม่เสียค่าปรับ/เข้าเรือนจำ 241 คน และคนไทยเปรียบเทียบปรับ 32 คน

- เข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) 23 คน โดยเข้าสู่กระบวนการ NRM 18 คน, เข้าสถานคุ้มครองจังหวัดพิษณุโลก 1 คน และสถานคุ้มครองจังหวัดเชียงราย 4 คน

ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก ยืนยันว่าทุกคนได้รับการคัดกรองตามขั้นตอนทั้งด้านความมั่นคงและสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยของประเทศและประชาชนในพื้นที่ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตากอย่างใกล้ชิด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ไทย-เมียนมาออกแถลงการณ์ร่วม ยกระดับความร่วมมือทุกมิติ

นายกรัฐมนตรีไทยและประธานาธิบดีเมียนมาออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการหารือทวิภาคี ยืนยันเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชา

พรรคประชาชน แสดงจุดยืนคัดค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย เปิด 6 ข้อเรียกร้องรัฐสภา-รัฐบาล

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์

'สีหศักดิ์' ยินดีผู้แทนกาชาดสากล เข้าพบ 'อองซานซูจี' หวังเมียนมาเดินหน้ามุ่งสู่สันติภาพ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยินดีต่อรายงานข่าวเกี่ยวกับการเข้าพบนางออง ซาน ซู จี ของผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศประจำเมียนมา ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอ

'เท้ง' ฝาก 'อนุทิน' คุย 'มิน อ่อง หล่าย' 5 มาตรการแก้มลพิษข้ามพรมแดน

'เท้ง' ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง 'อนุทิน' ก่อนพบ 'มิน อ่อง หล่าย' แนะมอบ 'สีหศักดิ์' รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส

'สีหศักดิ์' เผย 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย ถกความมั่นคงชายแดน-ปราบสแกมเมอร์-แก้สารพิษในแม่น้ำ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 6-7 ส.ค.นี้ ว่า จะมีการเจรจากันในหลายเรื่อง