ผบ.ทบ.ประชุม นขต.ทบ.หลังคุยร่วมรัฐบาลแก้ไขปัญหาอุทกภัยภาคใต้ เร่งสั่งการหน่วยทหารสนับสนุนศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกลาโหมส่วนหน้าเข้าช่วยเหลือประชาชน /พร้อมให้ กองกำลังชายแดน ทภ.1-ทภ.2 เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และหากสถานการณ์มีการพัฒนาไปสู่การใช้กำลังทหาร
25 พฤศจิกายน 2568 - เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบก/โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า หลังจากที่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กลับจากการประชุมเร่งด่วนร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บัญชาการทางทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ณ ทำเนียบรัฐบาล
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้หน่วยทหารเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน และเตรียมบูรณาการร่วมกับทุกเหล่าทัพและกองบัญชาการกองทัพไทย จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกลาโหมส่วนหน้า ที่กองบิน 56 อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา นำศักยภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เข้าเสริมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ
ปัจจุบันในส่วนของกองทัพบก กองทัพภาคที่ 4 โดยมณฑลทหารบกที่ 42 จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ในการเร่งให้การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการลำเลียงอพยพมายังศูนย์พักพิงและการดูแลเสริมปัจจัยการดำรงชีพ โดยล่าสุดช่วงค่ำวานนี้ (24 พ.ย.68) หน่วยทหารในพื้นที่ส่วนกลาง ได้แก่ กรมการทหารช่าง ได้ระดมยุทโธปกรณ์เพื่อการบรรเทาสาธารณภัยเพิ่มเติม
โดยเฉพาะเรือยางท้องแบน และรถยนต์บรรทุกสูง เร่งเดินทางเข้าสนับสนุนหน่วยทหารของกองทัพภาคที่ 4 ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยและขณะนี้ทางศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมในการสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์เสริมกำลังเพิ่มเติมในอนาคต และจะคงอยู่เคียงข้างประชาชนจนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ
ในส่วนของการกำกับดูแลกำลังพล โดยเฉพาะในห้วงปัจจุบัน ที่อยู่ระหว่างการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68 ผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามมาตรฐานที่กองทัพบกได้กำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมกำกับดูแลใส่ใจกำลังพลในทุกมิติ ซึ่งกลไกที่สำคัญในเรื่องดังกล่าวนี้ คือผู้บังคับหน่วยต้องมีความเข้าใจและสามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับกำลังพลในทุกด้านอยู่เสมอ
สุดท้ายนี้ในเรื่องของสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งยังคงมีเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับให้กองกำลังป้องกันชายแดน กองทัพภาคที่ 1 และ 2 เตรียมความพร้อมของกำลังในทุกพื้นที่ให้สามารถปฏิบัติได้ในทันที หากสถานการณ์มีการพัฒนาไปสู่การใช้กำลังทหาร
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติของข้อมูลข่าวสาร รวมถึงด้านการต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในบริบททั้งหมดอย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่ความสามารถในการชี้แจงข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ในกรณีที่ตรวจพบการบิดเบือนข้อมูลหรือข่าวสารทั้งที่เกิดขึ้นภายในประเทศและนานาชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ญาติผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ ร้องทุกข์ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ทวงถามหน่วยงานไร้คำตอบ
ญาติผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ร้อง สว.ช่วยติดตามเงินเยียวยา หลังร้องศูนย์ดำรงธรรม แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า
เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระราชินี
กองทัพบกโดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
ทบ. แจงเหตุทหารกัมพูชาป่วนไทยวางแนวลวดหนาม 'ช่องบก' กลับสู่ภาวะปกติแล้ว
ทบ. แจงเหตุทหารกัมพูชาพยายามขัดขวางการวางลวดหนามบริเวณพื้นที่ช่องบก ยืนยันไทยปฏิบัติภายในแนวการวางกำลังตามถ้อยแถลงร่วม ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว หลังฝ่ายกัมพูชาถอยออกจากพื้นที่
แม่ทัพภาค 2 ตรวจฝึกกำลังรบนอกที่ตั้ง
พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วยระดับกองพัน (นอกที่ตั้ง) ประจำปี 2569 ของ กองพลทหารม้าที่ 3 เพื่อกำกับดูแลและติดตามผลการฝึกให้เป็นไปตามแผนการปฏิบัติ ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อมรบและขีดความสามารถของกำลังพลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจในทุกมิติ
อึ้ง!เขมรอึใส่รั้วชายแดน ทบ.สั่งเฝ้าระวังป่วน-ยั่วยุ
หมดคำบรรยายกับทหารเขมร! "ผบ.ทบ." สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เพ่งเล็งชายแดนไทย-กัมพูชา

