ทภ.2 งัดหลักฐานเรียกร้องกัมพูชา หยุดวางทุ่นระเบิด ละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ย้ำยังคงยึดมั่นหลักการมนุษยธรรมสากล เคารพสิทธิมนุษยชน ธำรงความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเพื่อนบ้าน
4 ธันวาคม 2568 - รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า จากการรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่พื้นที่เกิดเหตุเมื่อปี พ.ศ.2568 หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยได้ตรวจพบการฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบ PMN-2 ลูกใหม่ ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ต้องห้ามตามอนุสัญญาออตตาวา โดยปรากฏพฤติการณ์และลักษณะการปฏิบัติที่สอดคล้องกับการฝึกวางทุ่นระเบิดของกำลังพลกัมพูชาในคลิปบันทึกการฝึกเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์
โดยจากการตรวจสอบเปรียบเทียบภาพถ่ายและคลิปเหตุการณ์ พบว่ากำลังพลที่ปรากฏในคลิปฝึกวางทุ่นและกำลังพลที่ปรากฏในภาพขณะฝังทุ่นในเขตแดนไทยเป็นบุคคลชุดเดียวกัน โดยมีลักษณะเฉพาะตรงกันทั้งรูปพรรณสัณฐาน เครื่องแบบ อุปกรณ์สนาม ตลอดจนร่องรอยเฉพาะตัว เช่น แผลเป็น ตำหนิ และเครื่องประดับส่วนบุคคล รวมถึงการใช้อุปกรณ์และท่าทางปฏิบัติการที่สอดคล้องกับการฝึกที่ปรากฏในคลิปอย่างสมบูรณ์ การตรวจพิสูจน์ดังกล่าวจึงยืนยันได้ว่าเป็นการกระทำโดยกำลังพลของรัฐ ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป และเป็นการฝังทุ่นระเบิดใหม่ มิใช่ทุ่นหลงเหลือจากอดีต
“จะเห็นว่าการสร้าง การวาง หรือการช่วยเหลือให้มีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่ออนุสัญญาออตตาวา โดยเฉพาะมาตรา 1 ซึ่งห้ามการใช้ การพัฒนา การผลิต การเก็บรักษา หรือการช่วยเหลือในการใช้ทุ่นสังหารบุคคล และมาตรา 5 ซึ่งกำหนดให้รัฐภาคีต้องดำเนินการกวาดล้างและไม่กระทำการใดที่เป็นการเพิ่มทุ่นในพื้นที่ของตน การฝังทุ่นใหม่ในเขตแดนไทยจึงเป็นการละเมิดเจตจำนงแห่งมนุษยธรรมสากลอย่างชัดเจน สร้างความเสี่ยงโดยตรงต่อชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่”
ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินการยุติการวางทุ่นระเบิดใหม่ทุกรูปแบบทันที เปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบร่วมอย่างโปร่งใส และให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการมนุษยธรรมสากล การเคารพสิทธิมนุษยชน และการธำรงความสัมพันธ์ฉันมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาความสงบมั่นคงตามแนวชายแดนและในภูมิภาคต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง
นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา
ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
สหประชาชาติเผย อย่างน้อย 58 ประเทศและดินแดนปนเปื้อนด้วยทุ่นระเบิด
รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารโดยข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า อย่างน้อย 58 ประเทศและดินแดนปนเปื้อนด้วยทุ่นระเบิด
'สีหศักดิ์' นั่งหัวหน้าคณะเจรจา UNCLOS ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลสากล ชาวแอฟริกาใต้-เยอรมันร่วมทีม
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ตนเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต รองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)
นายกฯ สยบข่าวกัมพูชาขนรถถังประชิดชายแดน ยันไม่มีรายงานในที่ประชุม สมช.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม

