ภารกิจช่วยเหลือสัตว์ป่าสำเร็จ! ส่งมอบหมี 3 ตัว และสิงโต 2 ตัว จากชายแดนไทย-กัมพูชา สู่ศูนย์พักพิงปลอดภัย
25 ธันวาคม 2568 - นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยผลการดำเนินงานช่วยเหลือสัตว์ป่าจากชายแดนไทย-กัมพูชา ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติภารกิจตลอดคืนเพื่อส่งมอบสัตว์ป่าทั้ง 5 ตัว ไปยังศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในพื้นที่ปลอดภัย
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 24 ธันวาคม ทีมสัตวแพทย์ได้ส่งมอบหมี 3 ตัว ประกอบด้วย หมีหมาเพศเมีย 1 ตัว และหมีควายเพศผู้ 2 ตัว ให้กับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จังหวัดชลบุรี เรียบร้อยแล้ว
การเคลื่อนย้ายครั้งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของนางสาวชนัญญา กาญจนสาขา นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน ผลการตรวจสอบหลังจากนำสัตว์เข้ากรงพบว่า หมีทั้ง 3 ตัวมีสภาพแข็งแรง แสดงความสนใจต่อสิ่งเร้ารอบตัว เดินสำรวจรอบกรงอย่างสบายใจ และไม่พบความผิดปกติใดๆ
ด้านสิงโต 2 ตัว เดินทางถึงราชบุรี อย่างปลอดภัย เมื่อเวลา 02.42 น. (25 ธ.ค.)
ทีมสัตวแพทย์ได้ส่งมอบสิงโต 2 ตัว ให้กับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จังหวัดราชบุรี ภายใต้การดูแลของนางสาวภวรัญชน์ มีทิพย์กิจ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ หัวหน้าฝ่ายจัดการสุขภาพสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.2 ร่วมกับนางสาวมัชฌมณ แก้วพฤหัสชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่)
จากการตรวจสอบพบว่า สิงโตทั้งคู่มีอาการตื่นเต้นและตกใจในช่วงแรกที่เข้ากรง โดนกระตุ้นต่อสิ่งเร้าได้ง่าย และมีพฤติกรรมวิ่งชนกรงบ้าง ทางทีมสัตวแพทย์วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะสิงโตเคยชินกับกรงเหล็กซี่ขนาดใหญ่เหมือนเสา เมื่อเจอลวดตาข่ายจึงเกิดความสับสน
สัตวแพทย์ได้แนะนำให้เปิดโซนพักสัตว์ที่มีลักษณะเป็นห้องทึบ เพื่อให้สิงโตได้หลบซ่อนตัวและลดความเครียดจากการขนย้าย พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับโภชนาการและการจัดการความเครียดในช่วงปรับตัวหลังย้ายที่อยู่
ภารกิจช่วยเหลือสัตว์ป่าครั้งนี้เสร็จสิ้นลงในเวลา 03.30 น. ด้วยความเรียบร้อย สัตว์ป่าทั้ง 5 ตัวขณะนี้อยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญและจะได้รับการติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิดต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล ยันไทยยังไม่ตกลงยินยอม ประนอมข้อพิพาททางทะเลตามกฎหมาย UNCLOS
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
ว่อนโซเชียล! ชาวกัมพูชาแชร์สนั่นภาพ 'รั้วชายแดน' ไทยเริ่มสร้างที่จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กม.
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทยเดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางรวมประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่
'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม
เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ
'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้
เพจดัง ถามดังๆ ทำไมต้องเกรงใจเขมร สร้างรั้วกั้นชายแดนแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว
เฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความว่า ไทยจะสร้างรั้วแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะกลัวเขมรมาห้อมล้อมกดดัน คำถามคือทำไมต้องกลัวต้องเกรงใจเขมรขนาดนั้น ในเมื่อเส้นเขตแดนจากหลักที่ 52-54 มันตกลงกันได้แล้ว

