ผบ.ตร. ยันทำคดีสินบนทองตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่มีแย่งสำนวนกับ ปปช.

"ผบ.ตร."ยันทำคดีสินบนทองตามขั้นตอนกฎหมาย มั่นใจไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่มีการแย่งสำนวนกับ ป.ป.ช. ถ้าบริสุทธิ์จริงให้สู้ตามกฎหมาย

9 มกราคม 2569 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำเชื่อมโยง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. กับ กรรมการ ป.ป.ช. โดยยืนยันว่าการดำเนินการของตำรวจเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ ตั้งแต่การตั้งคณะสืบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษและเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามลำดับ

โดยคดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญ ทางคณะพนักงานสืบสวนต้องมั่นใจในข้อกฎหมายและหลักฐาน จึงนำไปสู่การกล่าวโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานบุคคล เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ก่อนส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว 30 วัน

ส่วนที่คู่กรณีอีกฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. โดยมองว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญนั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน หากฝ่ายใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถใช้สิทธิร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรมในกระบวนการที่สูงขึ้นได้ ซึ่งเป็นกลไกที่กฎหมายเปิดช่องไว้แล้ว

สำหรับกระแสวิจารณ์ว่าตำรวจกับ ป.ป.ช. อาจมีความเห็นต่างหรือแย่งสำนวนกันนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตำรวจไม่ได้มีความประสงค์จะดึงสำนวนกลับมา แต่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น โดยอำนาจการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. หาก ป.ป.ช. เห็นควรส่งสำนวนกลับมา ตำรวจก็พร้อมดำเนินการต่อทันที

เมื่อถามถึงประเด็นความกังวลว่าผู้ถูกกล่าวหาบางรายอาจหลบหนี เนื่องจากอัตราโทษมีความร้ายแรง ผบ.ตร. กล่าวว่า หากผู้ใดบริสุทธิ์ใจก็ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่จำเป็นต้องหลบหนี แต่หากมีการหลบหนีจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกับคดีอาญาทั่วไป ทั้งการออกหมายจับ การติดตามตัว และการประสานงานกับตำรวจสากลหากหลบหนีออกนอกประเทศ

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างคดีอาญากับผลคำวินิจฉัยของศาลปกครองในประเด็นคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนว่า ตอนนี้ขอรอฟังคำตัดสินของศาลก่อน โดยย้ำว่าข้าราชการตำรวจต้องน้อมรับและปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลทุกกรณี

พร้อมอธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง การให้ออกจากราชการไว้ก่อน กับการไล่ออกจากราชการว่าเป็นคนละขั้นตอนและคนละสถานะ โดยการให้ออกจากราชการไว้ก่อนเป็นมาตรการชั่วคราวในกรณีถูกกล่าวหาวินัยร้ายแรง ซึ่งสามารถอุทธรณ์และฟ้องศาลปกครองได้ ส่วนการไล่ออกเป็นผลจากการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่สิ้นสุดแล้ว

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ผบ.ตร.กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งและการวิ่งเต้นในแวดวงตำรวจโดยเฉพาะยุคของตนที่เป็นผู้นำองค์กร ว่า ปัญหาดังกล่าวมีมานาน ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่ตนในฐานะผู้นำองค์กรจำเป็นต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากมีพยานหลักฐานชัดเจนก็ต้องเอาผิดตามกฎหมาย แม้จะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ดีกว่าการปล่อยให้ปัญหาถูกซุกไว้ใต้พรม พร้อมย้ำว่าไม่ควรเหมารวมตำรวจทั้งองค์กร เพราะผู้ที่กระทำผิดมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับกำลังพลทั้งประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. ชี้มูล 3 คดี ออกโฉนดมิชอบ ฮุบที่ดินป่าสงวน ฟันกราวรูดจนท.ทุจริต

นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงแก่ นายเอนก เหลืองทองคำ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร กับพวก และชี้มูลความผิดอาญาผู้

ป.ป.ช. แจงเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น ตอนนี้ยังสาวไม่ถึงฝ่ายการเมือง ยันไม่มีตัดตอน

ป.ป.ช. ปัดตอบเส้นเงิน 9 พันล้านโยงโกงสอบท้องถิ่น ยังไม่พบหลักฐานถึงฝ่ายการเมือง เจอสูงสุดระดับอดีตอธิบดี 2 คน ยํ้า ไล่ดู สถ.ทุกยุคตั้งแต่ปี 64 ลั่น ไม่มีตัดตอนใครแน่ แจง ตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่นยังไม่เสร็จ เหตุยังไม่ได้เครื่องตรวจที่แม่นยํา

'ปชป.' บุก ป.ป.ช. บี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น สาวถึง 'บิ๊กการเมือง'

'ปชป.' บุก ป.ป.ช. ทลายระบบอุปถัมภ์ จี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น ลั่นอย่าตัดตอนแค่ปลาซิวปลาสร้อย สาวให้ถึง 'บิ๊กการเมือง'

ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น จ.ศรีสะเกษ

"ดีเอสไอ" รับลูก กมธ.ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบ ยันยังไม่พบหลักฐานโยงถึง 3 นักการเมือง ชี้เป็นเพียงข่าว น้ำหนักไม่พอ โดย กมธ.แนะเชิญ “โรม” ให้ข้อมูล

ร้องทุจริตสอบนายอำเภอ ปี 66 พบพฤติการณ์คล้ายโกงสอบท้องถิ่น

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ร้องแจ้งเรื่องความไม่โปร่งใสการสอบนายอำเภอปี 2566

ป.ป.ช. ขยายผล 'โกงสอบท้องถิ่น' พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้าน เชื่อมโยงทุจริตปี 64

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564