สสส.-กรมสุขภาพจิต ดัน ‘ปลูก-ปลุกสุข’ สร้างต้นแบบดูแลใจคนชายแดน จากดิจิทัลสู่ชุมชน

สสส.-กรมสุขภาพจิต หนุน “ปลูก–ปลุกสุข” ปั้นนักสื่อสารสร้างสุขขับเคลื่อนพลังสุขภาพจิตจากแพลตฟอร์มดิจิทัลสู่พื้นที่จริง ด้วยต้นแบบชุมชนเบญลักษณ์โมเดล ฟื้นฟูจิตใจคนชายแดน

19 มกราคม 2569 - สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ปลูก–ปลุกสุข” ร่วมกับศูนย์สุขภาพจิตที่ 10 กรมสุขภาพจิต เพื่อพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงและเครือข่ายนักสื่อสารสร้างสุขด้านสุขภาพจิต โดยมุ่งเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต (Mental Health Literacy) ให้ประชาชนสามารถดูแลใจของตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างเหมาะสม ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล “บ้าน–พลัง–ใจ” เป็นพื้นที่กลางในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเชื่อมต่อการทำงานจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ชุมชนหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการ คือ อำเภอเบญลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสะท้อนภาพการนำแนวคิดและเครื่องมือจากแพลตฟอร์มดิจิทัลมาปรับใช้กับบริบทพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยพลังของแกนนำชุมชน หน่วยงานสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมกันสร้างระบบการดูแลสุขภาพจิตที่เข้าถึงง่าย ใกล้ตัว และตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนในชุมชน

ดร.สุภาภรณ์ ศรีธัญรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 10 กล่าวว่า “โครงการพัฒนาเครือข่ายนักสื่อสารสร้างสุข” หรือ ปลูก-ปลุกสุข มีเป้าหมายเสริมพลังประชาชนให้เป็น Change Agents ด้านสุขภาพจิตในชุมชน เปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ดิจิทัลสู่การปฏิบัติการในพื้นที่จริง ครอบคลุมพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด 5 อำเภอในเขตสุขภาพที่ 10 โดยอำเภอเบญลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบที่มีการขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ บูรณาการกับแนวคิดสุขเป็น และแนวคิดปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพจิต เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต ดูแลใจในชุมชน และการสื่อสารผ่านเครือข่ายประชาชนและดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและการดูแลสุขภาพจิตได้ง่ายขึ้น ลดอคติและความกลัวในการขอความช่วยเหลือ”

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางด้านการสร้างเสริมสุขภาพจิต สสส. กล่าวว่า “การขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตจำเป็นต้องมองลึกถึง “รากของปัญหา” และทำงานเชิงป้องกัน โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ไม่รอให้ปัญหาเกิดแล้วจึงแก้ไขปลายทาง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ พร้อมเน้นย้ำว่า สุขภาพจิตไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ แนวคิด “สุขเป็น” จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในฐานะกระบวนการเสริมพลังใจ สร้างทักษะการรับมืออารมณ์ และเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้คนในชุมชนได้ฟังกันโดยไม่ตัดสิน โดยเฉพาะการพัฒนา แกนนำสุขเป็น ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ทำหน้าที่เชื่อมโยงครอบครัว ชุมชน และระบบบริการสุขภาพ ให้สามารถดูแล เฝ้าระวัง และส่งต่อกรณีมีปัญหาสุขภาพจิตได้อย่างทันท่วงที

“พื้นที่ชายแดนเผชิญความเปราะบางจากเศรษฐกิจ สถานการณ์ความไม่สงบ และปัญหายาเสพติด จำเป็นต้องมีกลไกชุมชนที่เข้มแข็ง การบูรณาการ “สุขเป็น” เข้ากับแผนตำบล แผนชุมชน และกลไกระดับอำเภอ จะช่วยให้การดูแลสุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของระบบพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน การขับเคลื่อนโดยแกนนำสุขเป็น จึงไม่เพียงช่วยเยียวยาความเครียดและความทุกข์ของคนในช่วงวิกฤต แต่ยังเป็นการยกระดับสุขภาพจิตของคนทั้งชุมชน สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ และทำให้ชุมชนชายแดนสามารถยืนหยัด ดูแลกันเอง และก้าวผ่านความท้าทายไปด้วยกัน” นายชาญเชาวน์ กล่าว

นายชูไชย นิจไตรรัตน์ ผู้จัดการโครงการสุขเป็น มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) หนึ่งในผู้ร่วมขับเคลื่อนงานสุขเป็นในพื้นที่อำเภอเบญลักษณ์ กล่าวว่า “การทำงานเริ่มต้นร่วมกับพื้นที่ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา สามารถเข้าถึงแกนนำชุมชนตัวจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกันของศูนย์สุขภาพจิตสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และภาคีในพื้นที่ ที่มีการเตรียมคนและองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิตไว้อย่างเข้มแข็ง ขณะที่ทีมโครงการเข้าไปเสริมด้วยเครื่องมือและกิจกรรมง่าย ๆ ใกล้ตัว ช่วยให้คนในชุมชนเริ่มจากการมีความสุข เห็นคุณค่าในตนเอง และต่อยอดไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่น”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวเชื่อมั่นว่า การบูรณาการพลังนโยบาย พลังดิจิทัล และพลังชุมชน ผ่านแพลตฟอร์ม “บ้าน–พลัง–ใจ” และการขับเคลื่อนโดยแกนนำสุขเป็นในพื้นที่อย่างอำเภอเบญลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ จะเป็นต้นแบบสำคัญของการสร้างระบบการดูแลสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และขยายผลได้ในระดับประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สสปท.- สสส.” เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในองค์กร ลดการสูญเสียคนทำงานจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการสร้างระบบนิเวศด้านความปลอดภัยสู่สังคมสุขภาวะ โดยการขับเคลื่อนมาตรการองค์กรด้านความปลอดภัยทางถนน”

ผนึกพลัง 8 องค์กรสุขภาพระดับชาติ ทำข้อเสนอนโยบายถึง ‘ว่าที่รัฐบาลใหม่’ หนุน ‘คนไทยอายุยืนอย่างมีสุขภาพดี’ สสส.หนุน 3 แนวทางหลักผลักดันคนไทยสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พร้อมด้วยองค์กรสุขภาพระดับชาติ 8 องค์กร ร่วมแถลงข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ “รัฐบาลชุดใหม่” ภายใต้กิจกรรม “เสียงจากองค์กรสุขภาพ เพื่อคนไทยมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี”

สว.-สสส.-สช. ประสานเสียง ชู ‘นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม’ เปิดตลาดนัดนโยบาย ดันข้อเสนอเข้าสภาฯ นำไทยฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ซับซ้อน ย้ำนักการเมือง-รัฐแก้เพียงลำพังไม่ได้ หวังใช้เสียงประชาชนเปลี่ยนทิศทางประเทศผ่านการเลือกตั้ง 69

วันที่ 13 ม.ค. 2569 นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเวทีเสวนา “ความหวังการเลือกตั้งฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ภายใต้งาน "Opening Day: Policy Watch Connect 2026" ว่า

สสส.สานพลัง มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา ปั้นอาสาสมัคร 10,000 คน ด้วยสุขภาวะทางปัญญา อุดช่องว่างงานบริการโรงพยาบาล-ช่วยดูแลผู้ป่วยหน้าด่าน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ม.ค. 2569 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา จัดเวที “Showcase งานอาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาล” ภายใต้โครงการพัฒนาแนวทางการสร้างงานอาสาสมัครในระบบโรงพยาบาล

หยุดวงจรเลือดบนทางม้าลายและผืนถนน "วันเหยื่อโลก" เปลี่ยนความสูญเสียเป็นพลัง

ทุกวัน มีชีวิตนับร้อยนับพันเคลื่อนไปพร้อมกับล้อรถบนถนนสายเดิม และทุกวัน ถนนสายนี้ก็ทิ้งรอยแผลแห่งความสูญเสียไว้กับครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวแล้วครอบครัวเล่า