สสส.เปิดบ้านอิ่มใจ ศูนย์พักคนไร้บ้าน ฝึกอาชีพ-ดูแลกายใจฟื้นฟูชีวิต

สสส. สานพลัง ภาคีเครือข่าย  เปิด “บ้านอิ่มใจ” ฟื้นฟูและส่งเริมศักยภาพคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบและยั่งยืน  ชูแนวคิด Housing First ป้องกันการไร้บ้านถาวร

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากผลการแจงนับคนไร้บ้านในคืนเดียว One-night count ที่ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการปี 2566 พบคนไร้บ้าน 2,499 คน อยู่ในกรุงเทพฯ 1,274 คน และข้อมูลจากจุด Drop-in คนไร้บ้านของ กทม. พบสัดส่วนคนไร้บ้านสูงอายุเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง รวมถึงคนไร้บ้านหน้าใหม่ที่เข้าสู่ภาวะไร้บ้านไม่เกิน 2 ปี สูงถึง 30% การฟื้นฟูคนไร้บ้าน จำเป็นต้องทำงานควบคู่กับคนไร้บ้านหน้าใหม่  ซึ่ง สสส. ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายผลักดัน “บ้านอิ่มใจ” มาตั้งแต่ปี 2565  เพื่อเป็นที่พักฉุกเฉินของคนไร้บ้านและกลุ่มเปราะบางทางสังคม รวมถึงเป็นจุดสวัสดิการ เพื่อการตั้งหลักชีวิต ภายใต้แนวคิด Housing First บ้านคือปัจจัยแรกที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ชีวิต ในพื้นที่สาธารณะของคนไร้บ้าน รวมถึงส่งเสริมอาชีพเพื่อให้มีรายได้และเกิดความภาคภูมิใจ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า บ้านอิ่มใจ” ถือเป็น 1 ในภารกิจหลักที่ กทม.ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัย ในการสนับสนุนคนไร้บ้านให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ ภายใต้หลักการที่เข้าถึงง่ายหรือ Low-barrier ลดความซับซ้อนของขั้นตอนเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จริง โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.กลุ่มฉุกเฉิน (สีแดง) สำหรับผู้ประสบวิกฤตที่ต้องการที่พักเร่งด่วนเป็นเวลา 7 คืน  2. กลุ่มทางเลือกหรือเขตรอยต่อ (สีเหลือง) สำหรับผู้ที่มีงานทำแต่ยังไม่พร้อมฝึกอาชีพ 3.กลุ่มฟื้นฟูศักยภาพ (สีเขียว) ผู้ที่สมัครใจเข้าสู่กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นเวลา 1-2 เดือน โดยมีเงื่อนไขการฝึกอาชีพ     อย่างน้อย 1 หลักสูตร  

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า  บ้านอิ่มใจ  สามารถรองรับได้ 200 คน แบ่งเป็นชาย 100 คน หญิงและกลุ่ม LGBTQIAN+100 คน  โดยแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน และมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต 6 อ. ให้กับคนไร้บ้าน คือ อาศัย อาหาร อาชีพ อนามัย อาภรณ์ ออมเงิน ที่จะทำให้เปลี่ยนผ่านจากคนไร้บ้านมาเป็นคนที่ใช้ชีวิตปกติได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ  ดูแลสุขภาพที่เน้นการคัดกรองเบื้องต้น ด้วยการสังเกตอาการซักประวัติแทนการบังคับตรวจสารเสพติด หรือประวัติอาชญากรรม  โดยจะมีทีมพยาบาลและแพทย์อาสาจากสุขภาวะข้างถนนเข้ามาดูแลอย่าง ต่อเนื่อง

นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า พม. เดินหน้าแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน โดยวางมาตรการระยะยาว ทั้งการออกหลักเกณฑ์สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัย การฝึกอาชีพและเสริมทักษะการประกอบอาชีพ การช่วยเหลือเงินระหว่างเริ่มต้นทำงาน ตลอดจนสนับสนุนเงินอุปการะเลี้ยงดู เพื่อทำให้กลุ่มคนไร้บ้านตั้งหลักชีวิตและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

สำหรับเงื่อนไข "บ้านอิ่มใจ"  ผู้สนใจจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ช่วยเหลือตนเองได้  ซึ่งทาง กทม. แบ่งกลุ่มผู้รับบริการเป็น 3 ประเภท คือ

  1. กลุ่มต้องการฝึกอาชีพและทำงาน สามารถเลือกวิชาเรียนตามความต้องการได้ เช่น ทำอาหาร ช่างชุมชน ช่างตัดผม ช่างสวน เป็นต้น สามารถเข้าพักได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 2 เดือน
  2. กลุ่มที่ไม่ประสงค์ฝึกอาชีพ แต่ต้องการพักพิงชั่วคราวเพื่อให้ตั้งหลักได้ ซึ่งจะมีระยะเวลาเข้าพัก 7 คืนต่อเดือน โดยไม่จำเป็นต้องเข้าพักติดต่อกันทุกคืน และจะมีการส่งเสริมให้มีการออมเงินเข้าบัญชีของตนเอง เป็นจำนวน 50 บาทต่อวัน ตั้งแต่คืนที่ 8 เป็นต้นไป
  3. กลุ่มกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วน สามารถขอคำปรึกษาและรับการดูแลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เหมาะสมต่อไป

บ้านอิ่มใจ (การประปาแม้นศรี หลังเก่า) แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โทรศัพท์  02-245-5169

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ

แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป

โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ

โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง

ไม่เข้าใจหรือตั้งใจบิดเบือน! 'เอกภพ' ซัดกลุ่มค้านแก้กฎหมายดึงภาษีบาปเข้าคลัง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" โดยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง