
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “Learn Show Grow Connect : เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม” เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม สู่การร่วมแก้ไขปัญหาสุขภาวะไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Thailand Needs a Social Impact Reboot

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปี 2568 สสส.ได้ส่งเสริมและบ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม 48 กิจการ เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ปัญหาสังคมอย่างตรงจุด เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม สร้างให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน มีผู้ได้รับประโยชน์ 2,000 คนทั่วประเทศ สามารถช่วยให้กลุ่มคนพิการมีงานทำ ผู้สูงอายุมีรายได้และมีสุขภาวะดีขึ้น หนุนเกษตรกรเข้าสู่การทำเกษตรอินทรีย์ ช่วยลดรายจ่ายด้านสารเคมีและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น กลุ่มสตรีในจังหวัดที่ประสบปัญหาความรุนแรงได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เด็กมีพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่เรียนรู้ ส่งผลให้เกิดพัฒนาการที่ดีเหมาะสมตามช่วงวัย

ดร.ศิญาณี หิรัญสาลี รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สสส. ภาคีเครือข่าย และสถาบันการศึกษา ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้และทรัพยากร ทำให้ผู้ประกอบการสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง ลดข้อจำกัดด้านความยั่งยืนทางการเงินของภาคประชาสังคม สร้างผลลัพธ์ทางสังคมและสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าการแสวงหากำไรเพื่อตนเอง

นายจิรภัทร คาดีวี วิสาหกิจชุมชนแสนบุญ อ.แซงบาดาล จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า แสนบุญฟาร์มดำเนินงานภายใต้แนวคิด “เกษตรอินทรีย์วิถีวิทยาศาสตร์” ผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดการใช้สารเคมี ยกระดับการผลิตสมุนไพรให้มีคุณภาพสูง พร้อมพัฒนาโรงงานแปรรูปได้มาตรฐาน GMP และสร้างแบรนด์สินค้าในฐานะวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ด้วยการจ้างงานผู้สูงอายุ เด็กนักเรียน และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างยั่งยืน

กลไกธุรกิจเพื่อสังคมของผู้ประกอบการทางสังคม ช่วยแก้ไขปัญหาสาธารณะ และเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในการสร้างสังคมสุขภาวะดี เวที Learn Show Grow Connect ครั้งนี้ มีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน คือ การถอดบทเรียนการดำเนินงานของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม การเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ประกอบการ ที่ปรึกษา และภาคีเครือข่าย และการเผยแพร่ผลงานพร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการสู่ตลาดและเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและระดับสากล เพื่อพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า
ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัว นศพ.เอง
ธงแดงปลอดภัย...เปลี่ยนอโศก สู่ 'เมืองเดินได้ เดินดี เดินปลอดภัย'
อโศก-สุขุมวิท กลายเป็นต้นแบบเมืองเดินได้อย่างแท้จริง เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์ใหญ่ “อโศกโมเดล” ด้วยการแจกและติดตั้ง “ธงแดง” ให้ประชาชนถือขณะเดินข้ามทางม้าลาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หยุดรถ และเคารพสิทธิคนเดินเท้า เปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถนนจาก “รถ" เป็น “คนเดินปลอดภัย” อย่างยั่งยืน
สสส. ดึงพลังคนรุ่นใหม่ประกวดสื่อโฆษณาชวนเลิกบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า
สสส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดประกวดสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่องทางเลิกบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ชูพลังเยาวชนร่วมสร้างสื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ หลังพบการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยพุ่งอย่างต่อเนื่อง
“สุขภาพดี วิถีล้านนา” สสส. สานพลัง มรอ.-ภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนสุขภาวะภาคเหนือตอนบน
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุน และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 7 สสส. กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศึกษาดูงานภายใต้แผน 13 ด้านการขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชน และ
ก้าวท้าใจ 10K วิ่งเพื่อสุขภาพ ปลุกคนไทย “ลดนิ่งเฉย เพิ่มขยับ” สร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แค่ “ขยับ” ก็เท่ากับเริ่มดูแลสุขภาพ และแนวคิดเรียบง่ายนี้กำลังถูกขยายผลสู่มหกรรมเดิน-วิ่งระดับประเทศในรายการ “ก้าวท้าใจ 10K Thailand Championship 2026 Presented by LG”
“Be Healthy More Productivity” เมื่อสุขภาพคนทำงาน คือคานงัดผลิตภาพประเทศ
วันที่ 30 เมษายนของทุกปี คือวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย แต่ในปี 2569 วันดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาอีกมิติหนึ่งที่ลึกกว่าเรื่องสิทธิผู้บริโภค นั่นคือ “สิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงาน” เพราะในโลกความเป็นจริง

