นายกฯ เปิดงานมหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยก 'สมุนไพรไทย' ยืน 1 อาเซียน

นายกฯ เปิดงานมหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับประเทศ ยก ‘สมุนไพรไทย’ อันดับ 1 อาเซียน มั่นใจ อย. ทั่วโลกเชื่อมั่น

23 ม.ค. 2569 – เมื่อเวลา 09.10 น. ที่ฮอลล์ 2 อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานมหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569 (มหกรรม อย. EXPO 2026 “From Local to Global”) โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า อาหารและยาเป็นปัจจัยพื้นฐานของความมั่นคงของมนุษย์และความมั่นคงของชาติวิกฤตการณ์ในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ ภัยพิบัติ ภาวะโลกร้อนและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกสะท้อนบทเรียนสำคัญให้พวกเราได้ทราบว่าประเทศใดสามารถพึ่งพาตนเองด้านอาหารและยาได้ ประเทศนั้นย่อมมีความมั่นคง และพร้อมรับมือกับวิกฤตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน และยิ่งในปัจจุบันนี้ถ้าพูดแบบเข้าใจง่ายง่ายต้องบอกว่าโลกกำลังทะเลาะกันอย่างใหญ่โต หลายประเทศมีปัญหาการขาดซัพพลายทางอาหารและยาหรือต่อให้ไม่ขาดเขาก็ต้องซื้อในราคาที่แพงขึ้นมากจากมาตรการทางภาษีและการกีดกันทางการค้า ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีความโชคดี นอกจากมีความมั่นคงทางอาหาร เรามีภาคเกษตรกรรมเป็นสัดส่วนที่สำคัญมีองค์การอาหารและยา หรือ องค์การอาหารและยา (อย.) คอยดูแลทั้งเรื่องมาตรฐานและการจำหน่ายยา เรายังเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารรายใหญ่ของโลกมีศักยภาพทางด้านทรัพยากรธรรมชาติความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็ง

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่กล่าวมาไม่ใช่เพียงรากฐานของประเทศ แต่ยังเป็นความมั่นคงด้านอาหารและยาซึ่งมีผลต่อประชาชน สิ่งที่ทำต่อไปคือการมองไปข้างหน้าและวางตำแหน่งสำหรับประเทศไทยโดยต้องถือว่าประเทศไทยจะไม่เป็นเพียงผู้ส่งออกสินค้าอาหารและยาเพียงอย่างเดียว แต่ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นประเทศที่สามารถเป็นพันธมิตรกับประเทศต่างๆในฐานะผู้สร้างความมั่นคงทางอาหารและเป็นฮับของความมั่นคงทางอาหารให้กับโลกได้ โดยประเทศไทยส่งออกวัตถุดิบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มการแปรรูปและการสร้างหลักฆาตกรรม รวมถึงการสร้างแบรนด์ที่สะท้อนคุณภาพและความปลอดภัยในทุกห่วงโซ่การผลิต นอกจากนี้ ยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพประเทศไทยมีจุดแข็งที่สามารถต่อยอด โดยเฉพาะสมุนไพรไทยซึ่งอยู่ในอันดับ 1 ของอาเซียนและอันดับ 4 ของเอเชีย

ทั้งนี้ อย.มีบทบาทในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ทางด้านอาหารยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพตลอดจนเครื่องมือแพทย์ให้มีการผลิตและจำหน่ายอย่างถูกต้อง มีคุณภาพและมาตรฐานมีความปลอดภัยซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและอย่างรวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคจากทั่วโลกด้วย

ภายหลังพิธีเปิดฯ นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการและบูธผลิตภัณฑ์สุขภาพภายในงาน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายกฯ' ควันออกหูกลางวงมอบนโยบาย มท. ถามหา 'รองฯซีฟู๊ด' หลังลือจะย้าย 'ผู้ว่าฯภูเก็ต'

‘นายกฯอนุทิน’ มอบนโยบายมหาดไทย สั่งผวจ. ให้ความสำคัญโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กำชับใส่ใจคดีสะเทือนขวัญ ถามหา ‘รองฯซีฟู๊ด’ หลังโซเชียลโพสต์บอกจะย้าย ‘ผู้ว่าฯภูเก็ต’ ลั่น คนพูดปัญญาอ่อน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าฯ หรือจะปลด มท.1 ด้วย

นายกฯ จ่อบินคาซาน พบ 'ปูติน' ร่วมเวทีสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย

นายกฯ จ่อบินคาซาน ใช้เวทีอาเซียน-รัสเซีย ขยายโอกาสการค้า การลงทุน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจ มุ่งเปิดตลาดใหม่ สร้างความมั่นคงพลังงาน ดันโอกาสธุรกิจไทย

นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นำไทยสู่ฮับอาเซียน

นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างงานรายได้สูงให้คนรุ่นใหม่ มอบ 'ดีอี' ปั้นไทยสู่ฮับเกมอาเซียน

รัฐบาลยกมาตรฐาน 'เครื่องมือแพทย์' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย. นี้ กำชับฉลาก–เอกสารกำกับต้องชัดเจน ปลอดภัย ไม่โอ้อวดเกินจริง

เอาจริง! รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน

“อนุทิน” ลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน ดึงหัวหน้าส่วนราชการ-ตัวแทนเอกชน นั่งกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฮับผลิตชิปขั้นสูงอาเซียน ดันสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ผลักดันเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ควบคู่พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 14 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลมีนโยบายในนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์(Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์ และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุน และวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ทั้งนี้เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น โดยนโยบายนี้จะสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโช่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนการลงทุน นำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภาพรวมและการสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี นายอนุชิต อนุชิตานุกูล กรรมการ และมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกรรมการและเลขานุการ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯได้แก่ 1.กำหนดทิศทางนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 2.พิจารณาแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.บูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหเเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ

รัฐบาลสั่งขรก.ไว้ทุกข์-ลดธงครึ่งเสา 15 วัน พร้อมเตรียมงานพระราชพิธีพระศพ

ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพ 13 มิ.ย. ไม่ห้ามจัดกิจกรรม-งานรื่นเริง ให้ ปชช.ดำเนินชีวิตปกติ