กสม.จี้หน่วยงาน จ.สระบุรี เร่งแก้ปัญหางานออกส.ป.ก. 4-01 ทับที่ป่าสงวนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก

'กสม.' ชี้กรณีหน่วยงานออกหนังสือ ส.ป.ก. 4-01 ทับที่ป่าสงวนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กว่า 40 ปี กระทบสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน แนะเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อน

23 ม.ค. 2569- นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้องซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนบ้านเนินกระถิน หมู่ที่ 1 ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ระบุว่า ผู้ร้องได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) มาตั้งแต่ปี 2527 แต่ต่อมาปี 2563 มีการสำรวจเพื่อปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และพบว่าแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดิน ทำให้ประชาชนผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนอาจถูกเพิกถอน ส.ป.ก. 4-01 และไม่สามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงขอให้ตรวจสอบ

กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า กรณีตามคำร้องมีประเด็นที่ต้องพิจารณา 2 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก การประกาศแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดิน จากการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2507 พื้นที่อำเภอมวกเหล็กถูกประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ได้แก่ ป่าท่าฤทธิ์ ป่าลำทองกลาง และป่าลำพญากลาง ต่อมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2520 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2525 มีการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติบางส่วนเพื่อให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน อย่างไรก็ตาม แผนที่ท้ายกฎกระทรวงเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลลำพญากลาง ส่งผลให้พื้นที่พิพาทยังคงมีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาในปี 2527 ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลลำพญากลาง ได้รับเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 และได้อยู่อาศัยและทำประโยชน์ในที่ดินอย่างต่อเนื่องโดยมิได้มีการบุกรุกเพิ่มเติม ปัจจุบันพบว่ามีแปลงที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ได้รับผลกระทบจากการทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 103 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 1,519 ไร่ โดยบางแปลงอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินทั้งแปลง และบางแปลงมีพื้นที่ทับซ้อนเพียงบางส่วน

ด้วยเหตุนี้ จังหวัดสระบุรีจึงมีคำสั่งลงวันที่ 10 มิถุนายน 2567 แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทับซ้อนกับพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล จังหวัดสระบุรี โดยมีมติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ร่วมกับกรมป่าไม้นำภาพถ่ายจากสำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ปี 2495 - 2509 มาซ้อนทับกับพื้นที่ที่มีการออก ส.ป.ก. 4-01 เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ เอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ของประชาชนยังไม่ถูกเพิกถอน และประชาชนยังสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามสิทธิเดิม

กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า สิทธิในการมีที่อยู่อาศัยที่เพียงพอและสิทธิในการทำกินเพื่อการครองชีพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน อีกทั้งหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องใช้กลไกและอำนาจตามกฎหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากไร้ให้มีที่ดินทำกินโดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีอื่นใด กรณีนี้แม้ปี 2507 พื้นที่พิพาทจะเคยถูกประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติมาก่อนการเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน แต่ในปี 2527 ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้ออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้แก่ประชาชนพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลลำพญากลาง ทำให้ประชาชนได้รับสิทธิอยู่อาศัยและทำประโยชน์และใช้สิทธิในที่ดินโดยถูกต้องตามกฎหมายเรื่อยมา แต่ปรากฏว่า เอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ออกให้ประชาชนเป็นการออก ส.ป.ก. 4-01 นอกเขตปฏิรูปที่ดิน กรณีดังกล่าวเกิดจากความคลาดเคลื่อนของแผนที่ เนื่องจากผู้ถูกร้องที่ 1 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) (ผู้ถูกร้องที่ 2) ใช้มาตราส่วนแผนที่แตกต่างกัน ประกอบกับผู้ถูกร้องทั้งสองไม่ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบสภาพการทำประโยชน์ก่อนออก ส.ป.ก. 4-01 ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงในพื้นที่ ทำให้ข้อมูลและแผนที่ไม่ตรงกัน ความผิดพลาดดังกล่าวจึงเกิดขึ้นจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ แม้เอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ยังไม่ถูกเพิกถอนและอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาของคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ แต่ผลของความผิดพลาดดังกล่าวจะทำให้ผู้ร้องและประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลลำพญากลาง ไม่ได้รับสิทธิอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินที่ตนเคยใช้ประโยชน์มาแต่บรรพบุรุษ จึงรับฟังได้ว่ามีการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ประเด็นที่สอง กรณีประชาชนไม่สามารถนำที่ดิน ส.ป.ก. ไปเป็นหลักประกันสินเชื่อกับ ธ.ก.ส. จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ประชาชนในพื้นที่ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้นำที่ดิน ส.ป.ก. เป็นหลักประกันสินเชื่อกับ ธ.ก.ส. แต่ภายหลังพบว่า ที่ดิน ส.ป.ก. ของประชาชนบางรายอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินทั้งแปลง หรือบางรายที่ดิน ส.ป.ก. มีเนื้อที่บางส่วนทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ประชาชนจึงไม่สามารถนำที่ดิน ส.ป.ก. เป็นหลักประกันสินเชื่อได้

กสม. เห็นว่า แม้ ส.ป.ก. 4-01 จะยังไม่ถูกเพิกถอนแต่ผลจากการออก ส.ป.ก. 4-01 นอกเขตปฏิรูปที่ดินทำให้ประชาชน ไม่สามารถนำที่ดิน ส.ป.ก. ขอรับสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพจาก ธ.ก.ส. หรือจะต้องหาหลักทรัพย์อื่นมาทดแทน กรณีดังกล่าวจึงถือว่ามีการกระทำที่กระทบสิทธิของประชาชน และเป็นการลิดรอนสิทธิ ทำให้ประชาชนขาดความมั่นคงในการดำรงชีพทั้งของตนเองและครอบครัว จึงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องทั้งสองกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังจังหวัดสระบุรีให้เร่งรัดคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่ที่ออก ส.ป.ก. 4-01 นอกเขตพระราชกฤษฎีกา และเสนอกรมป่าไม้เพื่อเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติบริเวณพิพาท เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว

นอกจากนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ร่วมกับกรมป่าไม้ ส.ป.ก. และ ธ.ก.ส. จัดทำบันทึกความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. กับ ส.ป.ก. เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ที่ปรากฏภายหลังว่าทับซ้อนกับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติขอรับสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.ได้ระหว่างที่ ส.ป.ก. 4-01 ยังไม่ถูกเพิกถอน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม. ชี้โครงการรื้อฝายเก่า 3 แห่ง จ.เชียงใหม่ ละเมิดสิทธิ แนะรับฟังความเห็นปชช.เพิ่มเติม

กสม. เผยผลการตรวจสอบโครงการรื้อฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง และฝายท่าวังตาล จ.เชียงใหม่ ชี้เสี่ยงละเมิดสิทธิเกี่ยวกับน้ำและสิทธิทางวัฒนธรรม แนะจัดรับฟังความเห็นประชาชนเพิ่มเติม

'กสม.' แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแนวปฏิบัติต่อผู้ถือบัตรผู้ลี้ภัยสอดคล้องพ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯ

กสม.แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวปฏิบัติต่อผู้ถือบัตรผู้ลี้ภัยที่เข้ามาพำนักในประเทศไทย ให้สอดคล้องตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และหลักสากล

กสม.ชี้การขอตั้งโรงไฟฟ้าขยะ7แห่งภาคตะวันออก ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของปชช.แนะ สผ.ทบทวน

กสม. ตรวจสอบการขอตั้งโรงไฟฟ้าขยะ 7 แห่งในภาคตะวันออก ระบุมีการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน แนะ สผ. ทบทวนหลักเกณฑ์ให้โรงไฟฟ้าทุกประเภท ทุกขนาด ต้องจัดทำรายงาน EIA

กสม.มาแล้ว! เบรกโครงการแลนด์บริดจ์ชี้ขาดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์

กสม.ตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ จ.ชุมพร-ระนอง ชี้ขาดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ประชาชนสับสนไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจน แนะชะลอโครงการจนกว่าจะจัดให้มีการรับฟังความเห็นในภาพรวมอย่างรอบด้าน

กสม.แนะนายกฯ ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า หลังพบเด็กและเยาวชนใช้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประธาน กสม. มีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี แจ้งข้อเสนอแนะในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า หลังพบเด็กและเยาวชนใช้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้รับผลกระทบด้านสุขภาพรุนแรง

กสม. ชี้ ตร.-ราชทัณฑ์ เลือกปฏิบัติดูแล 'อดีตผู้บริหารบริษัทใหญ่' จี้ดำเนินการตามกม.

กสม. ชี้กรณี'อดีตผู้บริหารบริษัทใหญ่' ได้รับการรักษาพยาบาลและการปฏิบัติที่ดีกว่าผู้ต้องขังรายอื่น เป็นการเลือกปฏิบัติ แนะ ตร. – ราชทัณฑ์ สอบข้อเท็จจริงดำเนินการตามกฎหมาย