เผยยอดสมัครทหารออนไลน์ 29,891 คน หรือร้อยละ 105.9 ขณะที่“ทบ.” อนุมัติเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้“ทหารเกณฑ์เลื่อนปลด-ทหารบาดเจ็บ” ร่วมรบชายแดนตามแผนจักรพงศ์ภูวนารถ “ผบ.ทบ”กำชับฝึกตามวงรอบ ”ทบทวน -วางแผน“เพื่อความพร้อมรบ ” ประชุมหน่วยขึ้นตรงรายงานคืบหน้าตั้ง“ศูนย์สงคราม UAV”
26 มกราคม 2569 - พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 4/2569 โดยที่ประชุมได้รับฟังการสรุปสถานการณ์สำคัญจากหน่วยขึ้นตรงถึงความก้าวหน้าการจัดตั้งหน่วยศูนย์สงครามอากาศยานไร้คนขับกองทัพบก (ศสอร.ทบ.) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านอากาศยานไร้คนขับ รองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ สนับสนุนภารกิจทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนในได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 25 มกราคม 2569 โดยในส่วนของกองทัพบกมีผู้สมัครจำนวน 29,891 คน คิดเป็นร้อยละ 105.9 ของยอดเปิดรับสมัคร ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของเยาวชนที่มีต่อการเข้ารับราชการทหาร ทั้งนี้ จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ผ่านการคัดเลือกฯ และยืนยันจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกฯ อีกครั้งในสิ้นเดือนมกราคมนี้
พร้อมกันนี้ กองทัพบกได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามตามคำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถ ทั้งในกลุ่มของทหารกองประจำการที่สมัครใจขอเลื่อนปลดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 และกลุ่มของกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งยังมิได้เป็นข้าราชการ โดยจะมีโควตาเพิ่มเติมในการคัดเลือกเข้ารับราชการ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและตอบแทนความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่
ในช่วงท้ายการประชุม ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณหน่วยขึ้นตรงทุกหน่วยที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ และการสนับสนุนภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รวมถึงศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อาทิ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ภัยความมั่นคงต่างๆ ตลอดจนการสนับสนุนพระราชพิธีและงานสำคัญของชาติอย่างต่อเนื่อง
ด้านการเตรียมความพร้อมกำลังรบ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามวงรอบอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับการวางแผน การจัดการฝึก การประเมินผล และการทบทวนบทเรียน พร้อมบริหารทรัพยากร งบประมาณ เวลา และกำลังพลให้สอดคล้องกับภารกิจและระดับความพร้อมรบ รวมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยสามารถริเริ่มพัฒนาแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถของตนเองได้อย่างเหมาะสม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โฆษกทบ.' ปัดข่าวลือ 'กัมพูชา' ปรับกำลังประชิดชายแดน ยันยังไม่มีรายงานเข้ามา
ทบ. แจงยังไม่มีข้อมูล หลังเพจเฟซบุ๊กโพสต์ ‘กัมพูชา’ ปรับกำลังประชิดชายแดน พร้อมย้ำยังไม่มีรายงานเข้ามา หลังมีข้อความแชร์ผ่านไลน์ มีปะทะชายแดน จ.อุบลฯ
บุกทลายรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' เจอหลักฐานอื้อ
บุกรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' พบหลักฐานอื้อ เรียกสอบเอกชนปล่อยสัญญาณเนตข้ามไปปอยเปต 'ทบ.' ยกระดับคุมเข้มชายแดน ลุยกวาดล้าง
ทบ.จารึกชื่อ 43 ทหารกล้าพลีชีพสู้รบไทย-กัมพูชา ลงบนกำแพงอนุสรณ์กองทัพ
กองทัพบก ได้จารึกชื่อทหารที่สูญเสียชีวิตจากการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งสองรอบของปี 2568 ลงบนกำแพงอนุสรณ์กองทัพบก (Army Memorial Wall) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทำพิธีวางพวงมาลารำลึกถึงวีรกรรมของผู้เสียสละไปเมื่อวันที่ 18
กองทัพบก ฟ้องอาญา-ปลดออกราชการ ปมทหารรุมทำร้ายพลทหารดับ
กองทัพบกได้รับรายงานเหตุการณ์กรณีทหารกองประจำการ สังกัดกองพันพัฒนาที่ 2 เสียชีวิต ซึ่งมีสาเหตุมาจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยนายทหารประทวนและทหารกองประจำการในหน่วยสังกัดเดียวกัน
ทบ. แฉกัมพูชายังบินโดรนตรวจการณ์ชายแดนต่อเนื่อง ชี้แม้หยุดยิงแต่ยังไม่แน่นอน
โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ฝั่งทหารไทย ได้เตรียมความพร้อมอยู่ตลอด ทั้งเรื่องการปรับปรุงฐานที่มั่น ทำถนน เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลที่อยู่แนวชายแด
'เสธ.ทบ.' น้อมรับสังคายนาการข่าวใต้ หลังเหตุเผาปั๊ม 11 จุด
พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการปรับปรุงด้านการข่าวหลังเกิดเหตุรอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตอนนี้ทุกหน่วยงานทำอยู่แล้ว แต่ละหน่วยงานร่วมกันปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่

