จีนมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ มูลค่า 10 ล้านหยวน ช่วยผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หลายรายการ

30 มกราคม 2569 - พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 13.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฝ่ายไทยในพิธีรับมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายจาง เจี้ยนเว่ย์ (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนรัฐบาลจีนในการส่งมอบ

ทั้งนี้ รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แสดงความประสงค์ มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม มูลค่า 10 ล้านหยวน โดยได้ดำเนินการจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ผ่านเครื่องบินพาณิชย์เช่าเหมาลำ จำนวน 2 เที่ยวบิน ซึ่งในรอบแรก จัดส่งโดยเที่ยวบินที่ CK277 ในวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 ประกอบด้วยสิ่งของ 5 รายการ ได้แก่ ผ้าห่ม 10,000 ผืน เตียงพับ 400 หลัง มุ้งกันยุง 4,000 หลัง พัดลม 8,000 เครื่อง และเสื้อกันหนาว 15,000 ตัว รวมจำนวนสิ่งของทั้งสิ้น 8,888 กล่อง

ในส่วนของการจัดส่งในรอบที่ 2 จะดำเนินการในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเที่ยวบินที่ CK273 ประกอบด้วยสิ่งของ 4 รายการ ได้แก่ เตียงพับ 3,600 หลัง ที่นอน 4,000 หลัง มุ้งกันยุง 36,000 หลัง และชุดเครื่องมือช่างภายในบ้าน 4,900 ชุด รวมจำนวนสิ่งของทั้งสิ้น 3,150 กล่อง

ในโอกาสดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือและแลกเปลี่ยนความเห็น เกี่ยวกับความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและการบริหารจัดการสาธารณภัยในมิติต่าง ๆ โดยฝ่ายไทยได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิค และการให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการแก่ประเทศไทย จากกรณีเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด จากรอยเลื่อนสะกาย ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศไทย ในการประเมินและรับมือกับผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังขอบคุณรัฐบาลจีน สำหรับความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการสาธารณภัย การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการใช้เทคโนโลยีในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนความร่วมมือในกรอบอาเซียน–จีน ผ่านการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินอาเซียน–จีน (ASEAN-China Centre for Emergency Management Cooperation : ACCEMC) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญ ในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการสาธารณภัยและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุดนี้ รัฐบาลไทยขอขอบคุณรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกครั้ง สำหรับความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือด้านมนุษยธรรมที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลไทยจะนำสิ่งของช่วยเหลือดังกล่าว ไปบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชน พร้อมได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยงานหลัก ในการดำเนินการส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพภาคที่ 1 ผนึกทุกส่วนราชการ เร่งรังวัดที่ดิน ออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านหนองจาน กว่า 70 ไร่

กกล.บูรพา ร่วมกับกรมป่าไม้และกรมที่ดิน จ.สระแก้ว เร่งดำเนินการรังวัดและตรวจสิทธิที่ทำกินให้ชาวบ้าน บ.หนองจาน กว่า 70 ไร่ พร้อมเดินหน้าเร่งสร้างหลุมหลบภัย ล่าสุด ดำเนินการแล้วเสร็จ 38 หลุม

ไม่ตั้งตู้คอนเทนเนอร์! ทบ. ชี้สภาพภูมิประเทศพื้นที่ซำแต วางแนวรั้วลวดหนามเหมาะสมกว่า

ทบ. ชี้แนวป้องกันพื้นที่ซำแต พิจารณาเครื่องกีดขวางตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ ปัจจุบันมีการวางลวดหนามตลอดแนว พร้อมจัดกำลังทหารดูแลอย่างต่อเนื่อง

สงครามในตะวันออกกลาง: ความคืบหน้าล่าสุด

เที่ยวบินต่างๆ ถูกระงับชั่วคราวในวันจันทร์ที่สนามบินดูไบ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในสนามบินที่พล busiest ที่สุดในโลก หลังจาก "เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโดรน" ก่อให้เกิดไฟไหม้ในบริเวณใกล้เคียง ทางการเมืองกล่าว

'ทรัมป์' กดดัน 'นาโต้-จีน' ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้พันธมิตรนาโตและจีนช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบที่อิหร่านปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ผู้เล่นทางเศรษฐกิจรายใหญ่เริ่มปล่อยน้ำมันสำรองออกมาในวันจันทร์เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของอุปทาน

กองทัพบก แจงปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดน เป็นไปตามสถานการณ์และวงรอบปกติ

ทบ. แจงปรับกำลังชายแดนตามสถานการณ์ พร้อมวางกำลังทหารดูแล และเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดย้ำสถานการณ์ไทย–กัมพูชายังไม่น่ากังวล ยังไม่พบสัญญาณยกระดับความขัดแย้ง