ทบ. ตอกกัมพูชาไม่ร่วมปราบสแกมเมอร์ หลังประท้วงไทยพาทูตทหารต่างชาติลงพื้นที่โอร์เสม็ด

ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ ชี้กัมพูชาควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ป้องกันการเพิ่มความขัดแย้งในพื้นที่โดยไม่จำเป็น

4 กุมภาพันธ์ 2569 - จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ยื่นเอกสารประท้วงต่อประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 ระบุถึงการลงพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตของคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งนำโดยกองทัพบกไทย ณ โรงแรมในโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 2 ก.พ.69 ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา รวมทั้งเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน

พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าว ที่กัมพูชาอ้างถึง เป็นพื้นที่ควบคุมและวางกำลังของฝ่ายไทย หลังสิ้นสุดการปะทะเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68 ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ในการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยพิเศษ ในข้อ 2. ที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้คงการวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ในปัจจุบัน โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม และจะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมทั้งการลาดตระเวนตรงไปยังที่ตั้งของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นการที่ฝ่ายไทยเข้าควบคุมและมีการดำเนินการในพื้นที่ ไม่ได้เป็นการผิดข้อตกลงระหว่างประเทศแต่อย่างใด

ในส่วนของประเด็นที่พบว่ามีการใช้อาคารในพื้นที่เป็น Scam centers นั้น เกิดจากการที่ภายหลังฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ เพราะในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวโดยรอบ เคยถูกใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารในการคุกคามทำร้ายฝ่ายไทย จึงได้มีการตรวจสอบอาคารและพื้นที่โดยรอบบริเวณตามมาตรการความปลอดภัยโดยละเอียด ทำให้พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการหลอกลวงข้ามชาติทางออนไลน์ (Cyber Scam) บริเวณอาคารคาสิโน Scam centers ในพื้นที่ดังกล่าว

ฝ่ายไทยจึงได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าไปพิสูจน์ทราบหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ข้อที่ 10. ที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงอาชญากรรมทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์

ซึ่งข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ ทราบว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของประเทศไทยได้มีการประสานไปยังฝ่ายกัมพูชาให้มีการร่วมตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายเพื่อขยายผลไปสู่การปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์แล้ว แต่ทางฝ่ายกัมพูชายังคงเพิกเฉยหรือไม่ได้ตอบรับในการดำเนินการในเรื่องนี้

ทั้งนี้ หากกัมพูชาต้องการที่จะร่วมดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม สามารถประสานมายังฝ่ายไทยได้ตลอดเวลา โดยไทยพร้อมส่งข้อมูลชี้เป้าหมายพิกัดเครือข่าย Scam centers ในพื้นที่ควบคุมของกัมพูชาให้ในทันที

และสำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ากองทัพบกไทยได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพื้นที่โอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา นั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวยืนยันว่า ทางคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยได้มีการเดินทางไปในพื้นที่ช่องจอม จังหวัดสุรินทร์จริง เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนตามปกติ แต่ไม่ได้มีการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทยในบางพื้นที่ รวมถึงในพื้นที่ อำเภอโอร์เสม็ด ตามที่กัมพูชาได้กล่าวอ้างด้วย

กองทัพบกยืนยันว่าฝ่ายไทยยึดมั่นและดำเนินการตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement อย่างเคร่งครัดในทุกประการ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาได้มีการตรวจสอบข่าวสารให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนที่จะมีการนำเสนอต่อสังคม เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดต่อสาธารณชน หรือนำเสนอข้อมูลที่อาจไม่ตรงข้อเท็จจริง ซึ่งผิดต่อข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ข้อที่ 8. อันจะเป็นการยั่วยุให้สถานการณ์ที่กำลังจะเข้าสู่สภาวะปกติ เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยศชนัน' ลั่นขอทำหน้าที่นายกฯ นำสันติสุข ความสงบและอธิปไตยกลับมา

"ยศชนัน" ลุย สุรินทร์ ชูแก้ปัญหาน้ำ–ประกันกำไรข้าวหอมมะลิ ประกาศพร้อมสานฝันคุณภาพชีวิตเกษตรกร 8 ก.พ. เปลี่ยนความหวังเป็นความจริง ย้ำ ทำให้ดีที่สุดในหน้าที่ ‘นายกฯ’ นำสันติสุข ความสงบ และอธิปไตยกลับมา

'อนุทิน' ขอพี่น้องเลือกผู้นำรัฐบาลตัดสินใจเรื่องสู้รบชายแดน ชนะเขมรแน่นอน ไม่เอาเด็กฝึกงานใหม่

“อนุทิน” ลั่นนาทีนี้ไม่มีใครเหนือผม เข้าใจคนชายแดน เหน็บไม่เคยถามทหารมีไว้ทำไม อ้อนขอเป็นรัฐบาล 4 ปี ถ้า 1 ปีทดลองไม่ผ่านไปทันที ขอเลือก ภท. ยกจังหวัดเพื่อทำงานไม่ขัดแข้งขัดขาเหมือนอดีต

ไม่หยุด! สื่อกัมพูชา ชี้นำสถานการณ์ หาก 'อนุทิน' ชนะเลือกตั้ง จะเป็นปรปักษ์กัมพูชาต่อไป

เดอะ พนมเปญโพสต์ อ้างการใช้สัมภาษณ์ของนายคิน เพีย ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกัมพูชา ระบุถึงคำปราศรัยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะปกป้องอธิปไตยและสถาบันพระมหากษัตริย์ ระหว่างขึ้นเวทีหาเสียงที่สวนลุมพินี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ม.ค.)

นายกฯเคลียร์! ปม‘ไทย-เขมร’ เชื่อมั่นกองทัพ

"อนุทิน" เผยเหตุไม่สงบชายแดนเคลียร์จบแล้ว ยันไม่มีการยิงต่อเนื่อง ชี้ผู้บังคับบัญชาแนวหน้ามีสิทธิเจรจา แต่ไม่ควรเกิดบ่อย ย้ำกองทัพไทยเข้มแข็ง ด้าน ผบ.ทสส.บุกอรัญประเทศ ตรวจเยี่ยมกองกำลังบูรพา

นายกฯ ยันเคลียร์จบแล้ว เหตุกัมพูชายั่วยุทหารไทย ไม่มียิงต่อเนื่องแต่อย่าเกิดขึ้นบ่อย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารกัมพูชายิงลูกระเบิด M79 มายังฝั่งประเทศไทยว่า ได้รับรายงานแล้ว และทั้งหมดเป็นไปตามข่าวที่กองทัพได้เผยแพร่ ซึ่งเสนาธิการทหารบกได้รายงานให้ทราบเมื่อ

จีนมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ มูลค่า 10 ล้านหยวน ช่วยผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 13.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฝ่ายไทยในพิธีรับมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ