รัฐบาลรับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. อุดช่องโหว่ทุจริต 'อนุญาตรถโดยสาร CNG/NGV' สั่งคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักยกระดับตรวจสภาพ–ทำ Safety Rating List
18 ก.พ.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตในการขออนุญาตรถขนส่งสาธารณะที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas: CNG) หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles: NGV) ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ เพื่ออุดช่องโหว่ ลดความเสี่ยงการทุจริต และยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
รองโฆษกฯ กล่าวว่า ป.ป.ช. รายงานประกอบว่า จากการตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารที่ใช้ NGV ที่เกิดเพลิงไหม้ในปี 2567 พบประเด็นความผิดปกติหลายด้าน และเมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบขั้นตอนการอนุญาตและการตรวจสภาพรถในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบข้อกังวลสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบที่เน้นเอกสารมากกว่าการตรวจทางเทคนิค และมีกรณีการได้มาซึ่งหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบโดยไม่นำรถเข้ารับการตรวจจริง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชน
ทั้งนี้ มาตรการที่ ป.ป.ช. เสนอให้ดำเนินการ ประกอบด้วย 1.การกำหนดนโยบายสำคัญเร่งด่วนและประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนของประเทศ รวมถึงการทบทวนมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและความแข็งแรงของโครงสร้างรถโดยสาร 2.เพิ่มความเข้มงวดในการขออนุญาตและต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง การอนุญาตแก้ไข/ดัดแปลงสาระสำคัญของรถ การกำกับดูแลสถานประกอบการเอกชนและผู้ประกอบวิชาชีพที่ทำหน้าที่ออกหรือต่อใบอนุญาตให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ 3.ปรับปรุงรูปแบบการตรวจสภาพด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นระบบ เพื่อออกใบรับรอง ติดตามประวัติการดัดแปลง และรวบรวมผลการตรวจสอบอย่างมีมาตรฐาน
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการจัดทำ Safety Rating List สำหรับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อจำแนกระดับมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อยานพาหนะที่บกพร่องหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะผ่านระบบออนไลน์ และใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ
ในส่วนของการสร้างความตระหนักรู้และการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรการดังกล่าวยังเน้นการอบรมผู้ประกอบการและพนักงานขับรถโดยสารอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกฎหมายจราจร พฤติกรรมเสี่ยง ความปลอดภัยเชิงป้องกัน การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการรับมือเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ติดตามและประเมินพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ระบบติดตามภายในรถ (IVMS) ระบบ GPS และกล้องวงจรปิด (CCTV) รวมถึงเปิดช่องทางร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและติดตามผลได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งพฤติกรรมเสี่ยง
สำหรับการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลัก รับเรื่องไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (โดย สวทช.) กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม (โดย สมอ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อยุติ พร้อมให้สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการในภาพรวม ส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบต่อไป
“รัฐบาลยืนยันเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่ออุดช่องโหว่การทุจริต ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสาร และสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้ประชาชน โดยเฉพาะรถที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ CNG/NGV ซึ่งต้องมีมาตรฐานการตรวจสภาพที่เข้มงวด โปร่งใส และตรวจสอบได้” รองโฆษกฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอติม' หล่ออีกแล้ว! บอกปม 44 สส.สิ่งน่ากังวลไม่ใช่อนาคตพรรคแต่คืออนาคตประเทศ
'ไอติม' ลั่นพรรคประชาชนสู้ยิบตาเพื่ออนาคตประเทศ ป้อง 44 สส. จากดาบ ป.ป.ช. ย้ำเสนอกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ ชี้สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จุดจบพรรค แต่คือประชาธิปไตยไทย
คุกนะจ๊ะ! รัฐบาลเตือน April Fool’s Day โพสต์เสียหาย-สร้างความตื่นตระหนก
รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสต์สร้างความเสียหาย-สร้างความตื่นตระหนก มีความผิดตามกฎหมาย โทษทั้งจำและปรับ แนะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงก่อนแชร์
รัฐบาลแนะดูแลสุขภาพห่างไกล 'วัณโรค' พบผู้ป่วยใหม่แสนราย
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ย้ำเตือนดูแลสุขภาพห่างไกลจากวัณโรค แนะหากมีอาการสงสัย ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์
บังคับใช้แล้ว! กฎคุมเข้มสกัดผูกขาดอีคอมเมิร์ซ
รัฐบาลคุมเข้มแพลตฟอร์ม E-Commerce ออกแนวทางใหม่สกัดผูกขาด–การค้าที่ไม่เป็นธรรม มีผล 25 มีนาคม 2569
รัฐบาลเตือนหมดโปร! 1 เม.ย.จับปรับจริง
รัฐบาลเตือนสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน 31 มี.ค.นี้ เริ่มดีเดย์จับปรับจริงตามกฎหมายจราจรทั่วประเทศ 1 เม.ย. เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน
รัฐบาลยันกรมการค้าภายในเกาะติดสถานการณ์ราคาสินค้าใกล้ชิด
กรมการค้าภายในติดตามเรื่องร้องเรียนด้านราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด ผ่านสายด่วน 1569 พร้อมดำเนินการตามกฎหมายทันทีหากตรวจพบการกระทำผิด

