พลอยทะเลขู่! ทั้งปรับทั้งจำดัดแปลงรถโดยสาร

รัฐบาลย้ำ! ห้ามดัดแปลงรถโดยสาร มีความผิดทั้งจำและปรับ ตั้งแต่ 2,000 – 50,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน เดินหน้ายกระดับความปลอดภัย บังคับใช้ประกาศการแก้ไขและดัดแปลง 'ตัวถัง' และ 'โครงคัสซี'

30 ก.ค.2569 - นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะอย่างยั่งยืน โดยกรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย ได้ออกประกาศกรมฯ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร พ.ศ. 2568 และหลักเกณฑ์การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 โดยประกาศทั้ง 2 ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้มั่นใจว่ารถโดยสารบนท้องถนนมีโครงสร้างรถที่มั่นคงแข็งแรงได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยสูงสุด โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถโดยสาร หากต้องการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังรถหรือโครงคัสซี ต้องดำเนินการใน 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้

ก่อนดำเนินการ ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถต้องยื่นขออนุญาตดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังหรือโครงคัสซีรถกับกรมการขนส่งทางบกก่อนที่จะเริ่มดำเนินการดัดแปลงทุกครั้ง โดยต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานผู้ประกอบการและตัวรถที่สำคัญ โดยเฉพาะภาพถ่ายสภาพรถก่อนทำ, แบบแปลนรูปร่าง (Drawing) และหนังสือรับรองการออกแบบจากวิศวกรระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป

ระหว่างดำเนินการ ผู้ประกอบการต้องควบคุมดูแลการดัดแปลงให้ตรงกับแบบแปลนรูปร่าง (Drawing) ที่ได้รับอนุญาตไว้เท่านั้น และต้องมีการถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทั้งภายนอกและภายในรถที่แสดงให้เห็นถึงเสาโครงสร้างตัวถังรถ หรือภาพถ่ายโครงคัสซี, เพลาล้อ, และระบบบังคับเลี้ยวคันชักคันส่ง แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งต้องมีหนังสือรับรองและรูปถ่ายวิศวกรผู้ควบคุมงานระดับสามัญวิศวกรขึ้นไปถ่ายคู่กับรถที่อยู่ระหว่างการดัดแปลง

หากการแก้ไขดัดแปลงมีความผิดแผกไปจากแบบแปลนรูปร่าง (Drawing) ที่ขออนุญาตไว้ต้องหยุดดำเนินการทันที และดำเนินการแก้ไขตัวรถให้ถูกต้อง เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นที่ต้องแก้ไขแบบแปลนรูปร่าง (Drawing) ให้ดำเนินการยื่นเรื่องขออนุญาตแก้ไขต่อนายทะเบียนและต้องได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการต่อ นอกจากนี้ ห้ามไม่ให้ทำการเชื่อมต่อหรือดัดแปลงบริเวณเพลาล้อนอกเหนือจากการออกแบบของผู้ผลิตโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

หลังดำเนินการ เมื่อดำเนินการดัดแปลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้รวบรวมหลักฐาน อาทิ ภาพถ่ายของตัวรถหรือโครงคัสซี (พร้อมภาพวิศวกรคู่ตัวรถหรือโครงคัสซีที่เสร็จแล้ว) และหนังสือรับรองจากวิศวกรเพื่อยืนยันว่ารถมีความมั่นคงแข็งแรงและถูกต้องตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต จากนั้นจึงนำหลักฐานทั้งหมดเข้ายื่นดำเนินการทางทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก

พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดให้อู่ต่อตัวถัง อู่ดัดแปลงโครงคัสซี ที่รับงานดัดแปลงตัวถังหรือโครงคัสซี ต้องมาขอขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง โดยอู่ที่จะขึ้นทะเบียนได้นั้นจะต้องเป็นอู่ที่ได้รับ ใบ ร.ง.4 และ/หรือ ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ ISO9001 ด้านการผลิต/สร้างประกอบรถ แล้วแต่กรณี โดยสามารถตรวจสอบอู่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วได้ที่เว็บไซต์กรมฯ (https://aeb.dlt.go.th/th) ซึ่งหากอู่ต่อตัวถัง อู่ดัดแปลงโครงคัสซี ไม่ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกให้ถูกต้อง จะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังรถหรือโครงคัสซี หรือดำเนินการทางทะเบียนได้

“เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ขอความร่วมมือเจ้าของรถและผู้ใช้รถดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนดัดแปลงสภาพรถโดยไม่แจ้งต่อนายทะเบียน จะต้องระวางโทษตามกฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 โทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 50,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และถูกยึดรถเพื่อตรวจสอบ” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภัทร์ดารัสมิ์' แจงไม่ได้อ้างศาลแต่ป้องกันโมฆะจึงเลื่อนเลือกบอร์ดประกันสังคม!

รองโฆษกรัฐบาลแจงข้อกฎหมาย ยันไม่ได้อ้างศาลปกครอง เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แต่ใช้อำนาจตามระเบียบป้องกันเลือกตั้งโมฆะ-ปกป้องสิทธิผู้ประกันตน

ไม่ล้มเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม!แค่ชะลอตามคำสั่งศาล

รัฐบาลแจงไม่ล้มเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แค่ชะลอชั่วคราวตามคำสั่งศาล ยันไม่กระทบสิทธินายจ้างและผู้ประกันตน พร้อมเตรียมอุทธรณ์คำสั่ง - คุ้มครองสิทธิผู้ประกันตน

ตรวจสอบฟรี! ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนแต่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น

รัฐบาลเดินหน้าช่วยผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกรณีจนจริง แต่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ล่าสุดมีผู้ยื่นตรวจสอบแล้วกว่า 700 ราย ย้ำตรวจสอบฟรี ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ