รบ.แจ้ง รับสมัครชายไทยทำงานภาคเกษตรในอิสราเอล เงินเดือน 6 หมื่น++

รบ.แจ้ง รับสมัครชายไทยทำงานภาคเกษตรในอิสราเอล เงินเดือน 6 หมื่นกว่า เปิดสมัครทางเว็บไซต์ 24-25 ก.พ.นี้

22 ก.พ. 2569 – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน  เปิดรับสมัครเพื่อคัดเลือกคนหางานไปทำงานภาคเกษตรในรัฐอิสราเอล ภายใต้โครงการ “ความร่วมมือไทย – อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน” (Thailand-Israel Cooperation on the Placement of Workers : TIC) ครั้งที่ 20 ตำแหน่งคนงานภาคเกษตร (เพศชาย) เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานไทยในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ  สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว นำรายได้เข้าประเทศ รวมทั้งเรียนรู้เทคโนโลยีและประสบการณ์ด้านการเกษตร กลับมาพัฒนาประเทศและประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

สำหรับสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี ต่อได้ไม่เกิน 5 ปี 3 เดือน โดยจะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำก่อนหักภาษีเดือนละ 6,247 เชคเกลอิสราเอล หรือ ประมาณ 62,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ส่วนคุณสมบัติของผู้สมัครงานครั้งนี้ มีดังนี้

1.เพศชาย สัญชาติไทย

2.พ้นภาระการรับราชการทหาร

3.อายุ 23 – 39 ปี (เกิดระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2530 – 25 กุมภาพันธ์ 2546)

4.ไม่มีประวัติอาชญากรรม 

5.ไม่เคยทำงานในประเทศอิสราเอล ไม่มีคู่สมรส บุตร หรือบิดาและมารดาพำนักอยู่ในประเทศอิสราเอล

6.สุขภาพแข็งแรง ตาไม่บอดสี ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่เสพสารเสพติด หรือเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

7.ต้องมีประสบการณ์ทำงานภาคการเกษตร

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ toea.doe.go.th เพื่อทำการลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569  โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดการสมัครกำหนดการและวิธีการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือ Facebook : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 เพื่อดำเนินการสมัครให้ และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางโทรศัพท์หมายเลข 02-245-0978 และ 08-0061-6576 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า การรับสมัครในครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยวิธีรัฐจัดส่ง ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการสมัคร เว้นแต่ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไปทำงานในรัฐอิสราเอล ในกรณีที่ได้รับการคัดเลือก โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินประมาณ 92,650 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง เช่น ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมค่าธรรมเนียมการขอรับหนังสือเดินทาง ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเที่ยวเดียวจากประเทศไทยไปยังอิสราเอล ค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด เป็นต้น และ 2.ค่าใช้จ่ายหลังจากเดินทาง  ไปถึงตามกฎหมายแห่งรัฐอิสราเอลหากมีผู้แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ได้รับการคัดเลือกเพื่อไปทำงานภาคเกษตรในประเทศอิสราเอลได้ โปรดอย่าหลงเชื่อ แต่ขอให้แจ้งและตรวจสอบข้อมูลกับกรมการจัดหางานก่อน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าโหลดเว็บ-แอปปลอม! ต้น พ.ค. เปิดใช้ Fast Track จ่ายภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร

รัฐบาลเผย ระบบ Fast Track ชำระภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร คาดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบต้นเดือน พ.ค. เตือน ปชช. อย่าโหลดจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม

รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัยช่วงตรุษจีนขอความร่วมมืองดเผาทุกชนิด

รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัย-อุบัติภัยช่วงตรุษจีน ขอความร่วมมือลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5 15 ก.พ. 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “เทศกาลตรุษจีน หน่วยงานที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย ที่สำคัญขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

รัฐบาลเตือนภัย 'วันวาเลนไทน์' ระวังรักปลอม หลอกโอนเงิน

รัฐบาลเตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวัง 'รักปลอม' หลอกโอนเงิน เช็กให้ชัวร์ ก่อนจะเทใจ-เทเงิน มิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา สั่งการตำรวจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง

รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!

รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ

รัฐบาลเอาใจผู้ประกันตน ม. 40 เล็งจ่ายเงินทดแทนกรณีพบแพทย์ผู้ป่วยนอกเพิ่ม

รัฐบาล เพิ่มสิทธิประโยชน์ ผู้ประกันตน ม. 40  กว่า5แสนคน   จ่ายเงินทดแทนกรณีพบแพทย์ผู้ป่วยนอก เพิ่มเป็น 200 บาท/ครั้ง