รัฐเตือนเปิด ‘ซิมม้า' โทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุด 3 แสนบาท

รัฐบาล เตือน รับจ้างเปิด “ซิมม้า” โทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุด 3 แสนบาท เป็นธุระจัดหา โฆษณา ชักชวนให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมซิม โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 5 แสนบาท

8 มี.ค. 2569 -นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ ภัยร้ายทึ่สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีคนไทยบางส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน คนไทยด้วยกัน โดยการรับจ้างเปิดบัญชีม้า ขอย้ำเตือนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนอย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อยรับจ้างเปิดซิมการ์ด หรือให้ข้อมูลส่วนตัวแก่มิจฉาชีพ เพื่อนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ ก่อนจะนำหมายเลขดังกล่าวไปใช้เป็นเครื่องมือกระทำความผิดทางออนไลน์ 

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า อัตราโทษและค่าปรับตามกฏหมายการรับจ้างเปิดซิมหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำซิมที่ลงทะเบียนในชื่อตนเองไปใช้งาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าข่ายความผิดตาม พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568) หากพิสูจน์ได้ว่าหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการกระทำผิด

“ตามกฎหมายกำหนดโทษไว้ชัดเจน โดย เจ้าของซิมม้า อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ ผู้ที่เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือชักชวนให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมซิม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะมีโทษหนักกว่า คือจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นางสาวอัยรินทร์ ระบุ

รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ากวาดล้างซิมม้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ผู้อื่นใช้ข้อมูลส่วนตัวหรือสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนเปิดซิมการ์ดแทนผู้อื่นโดยเด็ดขาด หากประชาชนตรวจพบว่ามีการนำชื่อ-นามสกุลของตนไปลงทะเบียนซิมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือพบเบาะแสเกี่ยวกับมิจฉาชีพออนไลน์ สามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ thaipoliceonline หรือโทรสายด่วน 1441 ของศูนย์ Anti Online Scam Operation Center (AOC) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล แนะนายจ้าง ยื่นต่ออายุใบอนุญาตทำงาน แรงงานต่างด้าวภายใน 31 มี.ค. 69 

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เห็นชอบการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม

ไทยพร้อม 'Tomorrowland Thailand' เทศกาลดนตรีระดับโลก 28 ก.พ. เริ่มจำหน่ายบัตร

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมือกับภาคเอกชนไทย และทีมงานของทูมอร์โรว์แลนด์ เดินหน้าจัดงาน Tomorrowland Thailand

ตำรวจไซเบอร์บุกจับหนุ่มโพสต์ขายซิมม้า ขยายผลแก๊งสแกมเมอร์

พ.ต.ท.เจษฎา แปงการิยา รอง ผกก.3 บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวน ได้ทำการสืบสวนผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 1366/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2568 ในข้อหา "เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ

อย่าโหลดเว็บ-แอปปลอม! ต้น พ.ค. เปิดใช้ Fast Track จ่ายภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร

รัฐบาลเผย ระบบ Fast Track ชำระภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร คาดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบต้นเดือน พ.ค. เตือน ปชช. อย่าโหลดจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม

รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัยช่วงตรุษจีนขอความร่วมมืองดเผาทุกชนิด

รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัย-อุบัติภัยช่วงตรุษจีน ขอความร่วมมือลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5 15 ก.พ. 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “เทศกาลตรุษจีน หน่วยงานที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย ที่สำคัญขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว