รัฐบาลปลื้ม 'สงกรานต์ 2569' เงินสะพัดทั่วประเทศ กระจายรายได้ถึงชุมชน
15 เม.ย.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในทุกภูมิภาคของประเทศเป็นไปอย่างคึกคักต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานรากจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดงานหลัก มีการจัดกิจกรรมมากกว่า 91 จุดทั่วกรุง โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 เมษายน 2569 พบว่ามีผู้เข้าร่วมงานใน 6 สถานที่สำคัญรวมกว่า 558,561 คน โดย “สงกรานต์สยาม 2569” ที่สยามสแควร์ได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้เข้าร่วมงาน 183,544 คน รองลงมาคือถนนสีลม และไอคอนสยาม สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในเขตเมือง ขณะเดียวกัน จังหวัดในภาคกลาง อาทิ สมุทรปราการและพระนครศรีอยุธยา ยังคงเน้นการสืบสานประเพณีควบคู่กับกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ภาคตะวันออกมีความโดดเด่นจากการจัดงาน “วันไหล” ที่ขยายระยะเวลาเทศกาลออกไป โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา ที่มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องจนถึงปลายเดือนเมษายน ช่วยกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดระยองได้ใช้จุดเด่นด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรม “สงกรานต์ถนนทุเรียน” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยว
ภาคเหนือยังคงรักษาเอกลักษณ์ “ปี๋ใหม่เมือง” อย่างเข้มแข็ง จังหวัดเชียงใหม่จัดงานอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวันที่ 6–17 เมษายน โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดเชียงรายและพะเยาได้พัฒนาแนวทางการจัดงานให้ผสมผสานกิจกรรมร่วมสมัย รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม และช่วยกระจายรายได้สู่พื้นที่โดยรอบ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีบรรยากาศคึกคักตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นกับ “ถนนข้าวเหนียว” ที่เป็นไฮไลต์สำคัญของภูมิภาค รวมถึงจังหวัดนครราชสีมาและอุดรธานีที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ในพื้นที่อย่างชัดเจน
ภาคใต้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11–15 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 149,690 คน สร้างรายได้กว่า 4,083 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราชยังคงบรรยากาศคึกคัก รองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในวงกว้าง
ส่วนภาคตะวันตกเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่จัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแข่งขันเรือยาวและกิจกรรมเชิงประเพณี ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจในภาพรวม แต่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการใช้ วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ทุกภูมิภาค สงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่แค่คึกคัก แต่คือรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับคนไทยในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงภาคธุรกิจท้องถิ่น ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขยายเวลา 'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพพลัส' ถึง ธ.ค.2570
รัฐบาลขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส' ถึง ธ.ค.70 เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีรายได้ มีอาชีพ เป็นเจ้าของธุรกิจรายใหม่
ข่าวดี! SME นอกเขตประกาศภัยได้อานิสงส์สินเชื่อฟื้นฟู 3 หมื่นล้าน
รัฐบาลเดินหน้าสินเชื่อฟื้นฟู SME น้ำท่วม 3 หมื่นล้านบาท เปิดโอกาสกิจการนอกเขตประกาศภัยที่ได้รับความเสียหายเข้าร่วม ย้ำวงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยไม่เกิน 3.50% ใน 2 ปีแรก
ยกระดับ 'ห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์' นำร่อง 100 โรงเรียน พ.ย.นี้
รัฐบาลเร่งยกระดับ 'ห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์' นำร่อง 100 โรงเรียน เชื่อมสิทธิรักษา ศธ.–แรงงาน–สปสช. ดูแลครู–นักเรียน เตรียมคิกออฟ พ.ย. นี้
ปั้นเชฟมืออาชีพ! รัฐบาลลุย 'หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย'
รัฐบาลเดินหน้า 'หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย' ปั้นเชฟมืออาชีพ จับคู่งาน–ต่อยอดธุรกิจ ดันอาหารไทยสู่ตลาดโลก
เร่งคุ้มครองรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 120 ล้านปี!
รัฐบาลคุ้มครองรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 120 ล้านปี จ.อุดรธานี ย้ำร่องรอยถือเป็นซากดึกดำบรรพ์ตามกฎหมาย เร่งป้องกันพื้นที่เสียหายก่อนพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้
รัฐบาลเดินหน้าสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาวคาดเสร็จปี 2571
รัฐบาลเดินหน้าสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว เชื่อม อ.สหัสขันธ์ - สามชัย จ.กาฬสินธุ์ เพิ่มขีดความสามารถภาคการคมนาคมขนส่ง หนุนเศรษฐกิจขนส่ง – ท่องเที่ยว ร่นระยะทาง บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ ปชช.

