ทนาย "บิ๊กโจ๊ก" แถลงโต้ปมคลิปเสียงสินบนทองคำ 246 บาท ยืนยันไม่ใช่เสียงของบิ๊กโจ๊ก เป็นเสียงเอไอ
21 เมษายน 2569 - นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.เปิดแถลงข่าวโต้แย้ง กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาแถลงถึงความคืบหน้าของคดีและเปิดคลิปเสียงคดีติดสินบนทองคำ 246 บาท คลิปเสียงยาวกว่า 1 ชม.ระบุถึงการสร้างพยานเท็จเพื่อต่อสู้ในคดี โดยก่อนการแถลงพบว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าสโทษในคดีดังกล่าว พยายามจะขอเข้าไปร่วมรับฟังการแถลงข่าว นายสัญญาภัชระ ได้ขอร้องให้ออกนอกห้องการแถลง ขอความร่วมมือให้ไปรับฟังผ่านทางออนไลน์ที่อื่นแทน
หลังจากนั้นนายสัญญาภัชระ ทนายความ ได้แถลงข่าวไล่ยาวเป็นเวลานานกว่า 2.30 ชม. โดยทนายได้บอกในช่วงต้นว่า การดำเนินคดีอาญาในประเทศไทยมี 2 ระบบ คือระบบกล่าวหาสำหรับคดีทั่วไป และระบบไต่สวนสำหรับคดีพิเศษที่เป็นกฎหมายเฉพาะ ซึ่งในกรณีที่มีการกล่าวหาว่ากรรมการ ป.ป.ช. กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกตินั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 236 และมาตรา 237 ได้บัญญัติขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ไว้เป็นการเฉพาะ โดยกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือประชาชนจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาต่อประธานรัฐสภา เพื่อเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาให้แต่งตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" มาดำเนินการไต่สวนหาข้อเท็จจริง
ซึ่งหลักการนี้ถือเป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 เพื่อกำหนดวิธีการดำเนินการกับกรรมการ ป.ป.ช. ไว้เป็นการเฉพาะสอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 ที่ระบุว่าอำนาจไต่สวนเป็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระเท่านั้น
นอกจากกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว ทนายความยังได้อ้างถึงบรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2560 ที่วินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าการดำเนินคดีอาญาแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งมีผลเป็นการตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาปกติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ 324/2547) และบันทึกกองคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. และต้องแนะนำให้ผู้กล่าวหาดำเนินการตามขั้นตอนพิเศษของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ดังนั้นการที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาจึงถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในส่วนของคดี นายสัญญาภัชระ ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เพื่อคัดค้านสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนส่งมอบให้อัยการพิจารณา พร้อมกันนี้ยังได้โต้แย้งการแถลงข่าวของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ว่าอาจเป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการให้ข่าวที่กระทบต่อคดีและละเมิดสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา
ซึ่งหากคลิปดังกล่าวได้มาโดยการดักฟัง ย่อมมีความผิดตามประกาศ คปค. ฉบับที่ 21 และไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย โดยย้ำว่าตามหลักสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และมีสิทธิที่จะไม่ถูกประจานหรือหลบหลู่เกียรติยศชื่อเสียงผ่านสื่อทุกแขนง
ทั้งนี้ ทนายความระบุว่า ตนได้พูดคุยกับบิ๊กโจ๊ก ยืนยันว่า คลิปเสียงดังกล่าว ไม่ใช่เสียงของบิ๊กโจ๊กอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันใช้เทคโนโลยีลอกเลียนแบบได้ พร้อมทั้งมีการสาธิตให้ดูว่าใครก็สามารถทำได้จริง พร้อมทั้งยอมรับว่า นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ด มีความสนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง เพราะในอดีตนายสามารถ เคยมาขอคำปรึกษาเรื่องคดีความระหว่างทนายตั้มและเจ๊อ้อย ขอให้บิ๊กโจ๊กหาทนายความให้ จนได้ทนายอู๊ดมาดูแล หลังจากนั้น นายสามารถก็ได้บินไปพักรักษาตัวที่ประเทศอังกฤษ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนจะเกิดเรื่องคดีนี้ ดังนั้นลูกความของตนไม่ได้กดดันให้นายสามารถหนีออกจากประเทศไป และทันทีที่เกิดเรื่องลูกความของตนก็ติดต่อนายสามารถไม่ได้อีกเลย
ทนายยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในคลิปเสียงมีบางช่วงที่มีการสะอื้น หรือร้องไห้ เป็นเพราะว่าต้องการจะทำให้ชี้นำสังคม เพราะทุกอย่างสามารถทำขึ้นมาเองได้เพื่อให้สมจริง และในคลิปเสียง บิ๊กโจ๊กก็พูดจาไม่ได้ติดขัด ดูไม่เป็นตัวเอง จึงทำให้ตนตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาดัดแปลง และถึงแม้ว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการออกมาเปิดเผยว่าคลิปเสียงดังกล่าวผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานแล้วว่าเป็นคลิปเสียงจริง ตนก็ยืนยันที่จะเป็นทนายความให้กับบิ๊กโจ๊กต่อไป
“ส่วนสาเหตุที่บิ๊กโจ๊กไม่มาแถลงข่าวเองก็ยืนยันว่า เจ้าตัวไม่ได้หลบหนี สื่อมวลชนก็ยังสามารถเข้าพบได้ตลอดเวลา และบิ๊กโจ๊กก็แต่งตั้งตนเป็นทนายความแล้ว จึงอยากให้ตนเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว”นายสัญญาภัชระ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชนสนั่น 3 คัน! รถบรรทุกปุ๋ยยางแตก เหาะข้ามเลน คนเจ็บ-วัวตาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวน สภ.เสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ บริเวณหน้าวัดศรีใคร ถนนชยางกูร 4 เลน (อำนาจเจริญ – มุกดาหาร) บ้านนาไร่ใหญ่
ระทึก! รถทัวร์สองชั้นพลิกคว่ำ เจ็บ 28 ราย โชคดีไร้ผู้เสียชีวิต
ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดเพชรบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ 2 ชั้น พลิกคว่ำบริเวณถนนเพชรเกษม ขาเข้ากรุงเทพมหานคร หลักกิโลเมตรที่ 129+900
ชาวบ้านผวาหนัก! โจ๋นับสิบไล่แทงกัน ปาระเบิดปิงปองกลางดึก
เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นยกพวกก่อเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธมีดดาบไล่ทำร้ายคู่อริ พร้อมปาระเบิดปิงปองและใช้อาวุธปืนยิงท้าทายกันกลางดึก
ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มปราบเว็บพนันบอลโลก
ผบ.ตร.สั่งเข้ม ปราบเว็บพนัน ตำรวจรุกหนักปิดกั้นแล้ว 7.1 แสน URLs พร้อมใช้ AI ดักจับ สกัดเว็บพนันบอล โฆษก ตร.เปิดข้อมูล ศปอส.ตร.ครึ่งปี 69 พบ Gen Z กว่า 4 ล้านคน เข้าสู่ในวงจรพนันออนไลน์ เตือนอินฟลูฯหยุดปัก หยุดแปะ หยุดปั่น
มอบรางวัล 'โฆษกยกนิ้ว' รวม 8 ราย ตร.จราจรลุมพินี ใช้โทรโข่งเตือนอย่าล้ำแนวมันไม่ดี ได้รับด้วย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีมอบรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” ให้กับข้าราชการตำรวจผู้มีผลงานโดดเด่นในการผลิตสื่อและเนื้อหาสร้างสรรค์เชิงบวก รวมทั้งสื่อสารและเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ผบ.ตร. ไม่ห้ามตำรวจเป็นอินฟลูฯ แต่ต้องไม่หลุดวินัย เครื่องแบบ-ทรงผม
จากกรณีที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง การประพฤติตนอย่างเหมาะสมของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ โดยเฉพาะตำรวจอินโฟเอนเซอร์ที่ปรากฏตัวทางสื่อสาธารณะ สื่อสังคมออนไลน์ และกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ที่ต้องเน้นภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจ

