14 พฤษภาคม 2569 - เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมายื่นคำร้องถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อให้แก้ไขปัญหา “รถพุ่มพวง” ที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ซึ่งส่วนใหญ่ผิดกฎหมาย รถยนต์ 2522 และกฎหมายจราจรทางบก 2522 ต้องทำให้ชอบด้วยกฎหมายเสียก่อน หากรัฐสนับสนุนรถที่ผิดกฎหมายดังกล่าว จะถือว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ค.69 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีทำอีเวนต์เปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ที่หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนางศุภจี และรัฐมนตรีอีกหลายคนเข้าร่วมกิจกรรม โดยนายกฯทำกิจกรรมขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างพุ่มพวง โชว์นักข่าว โดยมีนางศุภจีนั่งซ้อนท้าย กลายเป็นไวรัลในโซเชียลอยู่ในขณะนี้
แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีการเปิดรับผู้ประกอบการ “รถพุ่มพวง” เข้าร่วมโครงการกว่า 3,800 คันนั้น แต่ทว่า “รถพุ่มพวง” และ”รถมอเตอร์ไซด์พ่วงข้าง” มักมีการดัดแปลงสภาพ มักไม่ได้ขอรับอนุญาตตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 14 (ดัดแปลงส่วนประกอบรถ) อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหลายประการ อาทิ 1)การดัดแปลงสภาพรถ (มาตรา 14 พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 60) การต่อเติมโครงเหล็ก ห้อยถุงสินค้าเกินขนาดที่กำหนด หรือดัดแปลงท้ายรถโดยไม่แจ้งนายทะเบียน 2)การใช้รถไม่ตรงตามรายการจดทะเบียน รถยนต์นั่ง/บรรทุกส่วนบุคคล นำมาใช้ประกอบกิจการรถเร่หรือค้าขาย
3)การเร่ขายมักแขวนสิ่งของห้อยท้ายรถผิดกฎหมาย สินค้าห้อยพะรุงพะรังบดบังป้ายทะเบียน ทัศนวิสัย หรือยื่นล้ำออกมานอกตัวรถมากเกินไปจนเสี่ยงอุบัติเหตุ และ 4)การใช้เสียง (พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522) กรณีใช้เครื่องขยายเสียง ป่าวประกาศเสียงดัง/ต่อเนื่องเกินจำเป็น โดยไม่มีการขออนุญาต และอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 25 กฎหมายการสาธารณสุข 2535 และหรือพรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 อีกด้วย
“โครงการฯดังกล่าวแม้จะเป็นเรื่องที่ดีต่อการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน แต่ทว่ารัฐบาลก็ต้องเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายด้วย ตามมาตรา 53 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย โดยต้องสั่งการให้รถพุ่มพวงทุกคันต้องไปตรวจสภาพและขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเสียก่อน หรืออาจต้องแก้ไขกฎระเบียบทางกฎหมายเพื่อรองรับรถพุ่มพวงก่อน เพราะหากนำไปใช้บนท้องถนน อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อยานยนต์อื่นหรือผู้ใช้รถใช้ถนนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องได้ หากรัฐบาลยังฝ่าฝืน ไม่ใส่ใจต่อคำร้องนี้ หรือไม่สั่งการให้แก้ไขปัญหาจะเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามมา อย่าหาว่าศรีสุวรรณไม่เตือน”นายศรีสุวรรณ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนเที่ยวฟรี! ผู้ถือบัตร 'สวัสดิการแห่งรัฐ' และผู้ได้รับสิทธิ์ 'ไทยช่วยไทยพลัส' 11 มิ.ย.-5 ก.ค.นี้ สวนน้ำสวนสนุกไม่อั้นทั้งวัน
สยามอะเมซิ่งพาร์คเปิดโปรใจใหญ่ ชวนกันมาเที่ยวฟรี!! ผู้ถือบัตร “สวัสดิการแห่งรัฐ” และผู้ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” 11 มิ.ย. – 5 ก.ค. 69 นี้ พร้อมผู้ติดตามสูงสุด 3 คน เหลือเพียงคนละ 300.- (ปกติ 1,000.-)
’สิริพงศ์‘เปิดข้อมูลคนแห่ใช้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส‘รัฐอุ้มช่วยจ่ายค่าโดยสาร 35 ล้าน
‘สิริพงศ์’เผย 9 วัน มีผู้ใช้สิทธิ ’ไทยช่วยไทยพลัส‘ภาคขนส่งทางบก-รางแตะ 2 ล้านคน รัฐร่วมจ่ายค่าโดยสาร ช่วยประชาชนกว่า 35 ล้านบาท มั่นใจผู้โดยสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
กกร.ขยับเป้าจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2%
กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีปี 2569 สู่ 1.6-2% จาก 1.2-1.6% หวังอานิสงส์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นใช้จ่าย คาดส่งออกโต 8-10% เงินเฟ้อเพิ่มเป็น 2.5-3%
รัฐบาล ชวนใช้สิทธิ 'ไทยช่วยไทย พลัส 60/40' ผ่าน 4 แพลตฟอร์มเดลิเวอรี เริ่ม 15 มิ.ย.
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล
รัฐบาลเปิดสมัคร 'ไทยช่วยไทย พลัส ฟู้ดเดลิเวอรี' 10 มิ.ย. นี้
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขยายช่องทางสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มผ่

