
19 พ.ค.2569-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (18 พ.ค.) เวลา 12.00 น. กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (ฉก.2) ลงพื้นที่พิสูจน์ทราบเส้นทางและจุดเกิดเหตุกรณีนายโยชน์ สายน้อย ถูกทหารกัมพูชาควบคุมตัว บริเวณทิศใต้ช่องตาเล็ง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ภายหลังเกิดกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาจับกุมตัวบุคคลภายในเขตประเทศไทย จนสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนแก่สาธารณชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย พ.อ.ธานินทร์ ดมหอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ร่วมกับ พ.อ.กิตติศักดิ์ บังพิมาย หน.ฝขว.ทก.ยว.ทภ.2, พ.อ.นิติกร ศิริคำ ผบ.ฉก.ทก.26 พร้อมด้วยนายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี และนายรัฐวุฒิ สายน้อย อายุ 21 ปี บุตรชาย ร่วมเดินเท้าพิสูจน์เส้นทางจริงต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ นายโยชน์ยอมรับว่า ในวันเกิดเหตุได้เดินเก็บของป่าจนเพลิน กระทั่งหลงข้ามเข้าไปในเขตแดนกัมพูชาจริง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2569 และได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 จากความร่วมมือและการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพภาคที่ 2 กับหน่วยภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา
จากการตรวจสอบจุดจอดรถจักรยานยนต์และเส้นทางเดินหาของป่าบริเวณช่องตาเล็ง พบว่า จุดที่นายโยชน์ถูกควบคุมตัวนั้น ได้เดินผ่านแนวลวดหนามและแนววางกำลังของฝ่ายไทย เข้าไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา เป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากจุดจอดรถจักรยานยนต์ตามเส้นทางการเดินจริง
นายโยชน์เปิดใจว่า ก่อนหน้านี้ยังมีความสงสัยว่าตนเองหลงเข้าไปในพื้นที่ใดกันแน่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำเข้าพิสูจน์ทราบ พร้อมชี้แนวหลักเขต แผนที่ และสถานที่จริง ทำให้มั่นใจว่าตนเองเป็นฝ่ายเดินหลงเข้าไปจริง พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง จนสามารถกลับสู่อ้อมกอดครอบครัวได้อย่างปลอดภัย
พร้อมกันนี้ นายโยชน์ยังฝากเตือนประชาชนที่เข้าไปหาของป่าตามแนวชายแดน ให้เพิ่มความระมัดระวัง ไม่เดินล้ำเข้าใกล้พื้นที่ชายแดนโดยพลการ และควรแจ้งผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ทหารตามฐานปฏิบัติการทุกครั้งก่อนเข้าป่า เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้น และอาจไม่โชคดีเช่นกรณีของตน
รายงานข่าวแจ้งว่า การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยหน่วยทหารได้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ตลอดจนวางลวดหนามหีบเพลงเพิ่มเติมตามแนวเส้นเขตแดน เพื่อป้องกันประชาชนหลงเข้าไปในเขตกัมพูชา และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สส.กังฟู ยันเดินหน้าทวงความเป็นธรรมให้เจ้าของปั๊มเหยื่อ BM-21 หลังรัฐบาลแจงไม่เข้าหลักเกณฑ์เยียวยา
นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง โพสต์เฟซบุ๊กต์ชี้แจงกรณีเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เสียหายจากจรวด BM-21 ของกัมพูชา ออกมาร้องเรียนว่ายังไม่ได้รับเงินเยียวจากภาครัฐ ก่อนที่นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า
กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี
ที่พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ท.ชัยรัตน์ ธรรมชาติ หัวหน้าสำนักงานคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.ท.นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
'อนุทิน' ขอคนไทยอย่ากังวล 'จีน' ยืนยันส่งอาวุธให้กัมพูชาแค่ซื้อขาย ไม่ได้ให้มาสู้รบไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสหรัฐอเมริกา ประกาศเก็บภาษีไทย12.5% ว่า เป็นการปรับให้เข้าเกณฑ์ ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าไทยได้ 12.5% ตนเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวของไปดำเนินการแก้ไข ซึ่งมีเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานภาคบังคับอะไรสักอย่างหนึ่ง ตนยังต้องไปลงในรายละเอียดว่าทำไมไม่มีการดำเนินการด้านนี้ให้เ
เหยื่อกัมพูชายิง BM-21 ใส่ปั๊มน้ำมัน น้ำตาไหลวิงวอนรัฐเร่งเยียวยาหลังเหตุการณ์ครบ 1 ปี
นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง รับยื่นหนังสือจาก นางกมนรัตน์ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ (บ้านน้ำเย็น) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์จรวด BM-21 ตกใส่ เมื่อ 24 ก.ค. 2568 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้การเยียวยา
สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่องหลักเขต 52-54 ระยะทาง 1.3 กม. ใกล้แล้วเสร็จ
พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนเดินทางไปยังพื้นที่ก่อสร้างรั้วความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา
เสธ.ทบ. เผยไทยเกาะติดยุทโธปกรณ์จีนส่งให้กัมพูชาอย่างใกล้ชิด
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเทศกัมพูชาเอามาประโคมข่าวกรณีที่ประเทศจีนส่งรถถังให้กับทางกัมพูชา โดยประเทศไทยต้องมีความกังวลหรือไม่ ว่า ไม่ต้องกังวล เราทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นข้อตกลงก่อนหน้าจะเกิดปฏิบัติการทางการทหารร

