คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” กลายเป็นประเด็นการเมืองทันที หลังพรรคประชาชนหรือ “พรรคส้ม” หยิบขึ้นมาใช้ เพราะคำนี้ไม่ได้ฟังแล้วจบง่ายๆ และจนถึงวันนี้พรรคส้มก็ยังไม่เคยอธิบายให้ชัดว่าหมายถึงอะไรกันแน่
มีเพียงคำอธิบายจาก “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ว่า “ใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย” ซึ่งยิ่งทำให้คำนี้ถูกตีความกว้างออกไปมากกว่าเดิม
พอพูดว่าใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย คนฟังก็ย่อมเข้าใจทันทีว่าไม่ได้หมายถึงพรรคการเมืองพรรคเดียว แต่กำลังพูดถึงสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น
เมื่อไม่มีการขีดเส้นความหมายให้ชัด คำคำนี้จึงเริ่มขยายตัวออกไปเองในพื้นที่สาธารณะอย่างรวดเร็ว บางคนโยงไปถึงรัฐบาล บางคนโยงไปถึงวุฒิสภา บางคนโยงไปถึงองค์กรอิสระ และอีกไม่น้อยก็มองไปไกลกว่านั้น จนกลายเป็นประเด็นทางการเมืองวงใหญ่ภายในเวลาไม่นาน
สิ่งที่ทำให้คำนี้ถูกจับตา ไม่ใช่เพราะเป็นวาทกรรมใหม่เท่านั้น แต่เพราะมันแตะไปถึงเรื่องที่ละเอียดอ่อนกว่าการวิจารณ์คู่แข่งทางการเมืองทั่วไป และทำให้ความขัดแย้งขยายออกไปไกลกว่าระดับพรรคการเมือง
ความน่ากังวลจึงไม่ได้อยู่ที่คำว่า “สีน้ำเงิน” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่สิ่งที่คำนี้กำลังชี้ไปหา และกำลังเปิดพื้นที่ให้ผู้คนตีความต่อในทางการเมืองอย่างกว้างขวางมากขึ้น
หากมองย้อนหลังจาก “อนาคตใหม่” ผ่าน “ก้าวไกล” มาถึง “พรรคประชาชน” จะเห็นว่าแม้ชื่อพรรคเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขการเมือง แต่แนวทางหลักยังเดินต่อเนื่องมาในทิศเดิมแทบไม่เปลี่ยน
ในสายตาของคนจำนวนมาก พรรคส้มไม่ได้เสนอเพียงการเปลี่ยนรัฐบาล หรือเปลี่ยนตัวผู้บริหารประเทศ แต่กำลังขยับไปถึงระดับความคิด คือพยายามรื้อคำอธิบายเดิมของประเทศในหลายเรื่อง แล้วเสนอคำอธิบายชุดใหม่เข้ามาแทน
ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ระบบราชการ กองทัพ องค์กรอิสระ ไปจนถึงประวัติศาสตร์การเมือง หลายเรื่องที่เคยเป็นฐานร่วมของสังคมไทย ถูกหยิบขึ้นมาตั้งคำถามใหม่พร้อมกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยิ่งมองต่อเนื่อง ภาพนี้ก็ยิ่งชัดขึ้นว่าไม่ได้เป็นข้อเสนอเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ชื่อของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ยังอยู่กลางภาพนี้อย่างชัดเจน แม้ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในสภา และไม่ได้มีตำแหน่งในโครงสร้างพรรคโดยตรง แต่บทบาททางความคิดยังส่งอิทธิพลต่อทิศทางของพรรคส้มอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่เกิดประเด็นใหญ่ทางการเมือง ชื่อของทั้งสองคนยังถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงเสมอ เพราะไม่ว่าฝ่ายสนับสนุนหรือฝ่ายคัดค้านต่างรู้ดีว่าอิทธิพลทางความคิดของทั้งคู่ยังไม่เคยหายไปจากพรรคส้ม
ประเด็นบ้านพักของ “ปรีดี พนมยงค์” ที่เมืองอองโตนี ประเทศฝรั่งเศส ถูกพูดถึงขึ้นมาอีกครั้ง หลัง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” โพสต์เล่าเรื่องการไปเยี่ยมชมบ้านเกิดของ “มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก” ที่เมืองเทสซาโลนีกี ประเทศกรีซ ก่อนโยงมาถึงบ้านพักหลังสุดท้ายของ “ปรีดี” ในฝรั่งเศส
“ปิยบุตร” เปรียบเทียบว่า กรีซยังรักษาพื้นที่ความทรงจำของ “อตาเติร์ก” เอาไว้ได้ แม้จะเป็นบุคคลสำคัญของตุรกี แต่บ้านพักของ “ปรีดี” กลับไม่เคยได้รับการผลักดันจากรัฐไทยในลักษณะเดียวกัน ก่อนกล่าวถึงการที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ใช้เงินส่วนตัวเข้าซื้อบ้านหลังดังกล่าวเพื่อรักษาไว้
ทันทีที่ “ปิยบุตร” หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา น้ำหนักของเรื่องก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวบ้านอีกต่อไป แต่อยู่ที่ชื่อ “ปรีดี” และความหมายทางการเมืองที่ติดอยู่กับชื่อนั้นมาตลอดหลายสิบปี
“ปรีดี พนมยงค์” เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย และเป็นหนึ่งในแกนนำคณะราษฎรผู้มีบทบาทโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 แต่ขณะเดียวกันก็เป็นบุคคลที่อยู่ท่ามกลางข้อถกเถียงทางการเมืองมาโดยตลอด และไม่เคยหลุดออกจากความขัดแย้งทางความคิดของสังคมไทย
สำหรับผู้สนับสนุนพรรคส้มจำนวนไม่น้อย “ปรีดี” คือบุคคลต้นแบบทางความคิด เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง และเป็นชื่อที่ถูกยกขึ้นมาอ้างอิงอยู่บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงอนาคตการเมืองไทย
เพราะฉะนั้น เมื่อ “ธนาธร” เป็นผู้ซื้อบ้าน และ “ปิยบุตร” เป็นผู้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าต่อสาธารณะ เรื่องนี้จึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงการอนุรักษ์บ้านเก่า หากถูกมองว่าเป็นการดึงสัญลักษณ์ทางการเมืองกลับมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะอีกครั้งอย่างชัดเจน
บ้านที่เมืองอองโตนีจึงไม่ใช่เพียงบ้านพักของบุคคลสำคัญในอดีต แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางความคิดอีกชิ้นหนึ่ง ที่ถูกพูดถึงขึ้นมาอีกครั้งในห้วงเวลาทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงอยู่แล้ว
เมื่อนำ “ระบอบสีน้ำเงิน” มาวางคู่กับเรื่องบ้านพักของ “ปรีดี” ภาพของพรรคส้มก็ชัดขึ้นมาก เพราะทั้งสองเรื่องไม่ได้เกิดขึ้นแยกจากกัน หากปรากฏขึ้นในจังหวะการเมืองใกล้เคียงกัน และเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
ด้านหนึ่งคือการสร้างคำใหม่ขึ้นมาใช้อธิบายการเมืองปัจจุบัน อีกด้านคือการหยิบบุคคลจากประวัติศาสตร์การเมืองไทยกลับขึ้นมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง ทั้งสองเรื่องส่งแรงถึงกันในทางความคิดอย่างปฏิเสธได้ยาก
ในสายตาของคนจำนวนมาก สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงความเห็นทางการเมืองรายวัน แต่เป็นความพยายามค่อยๆ เปลี่ยนกรอบการอธิบายประเทศ ผ่านภาษา ผ่านประวัติศาสตร์ และผ่านการตีความใหม่ต่อเรื่องที่สังคมไทยถกเถียงกันมายาวนาน
ผลของมันจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การเมืองในสภา หรือการปะทะกันระหว่างพรรค แต่ลึกไปถึงวิธีที่ผู้คนมองอดีต มองสถาบัน และมองโครงสร้างอำนาจของประเทศในภาพรวม
นี่คือเหตุผลที่หลายฝ่ายจับตาความเคลื่อนไหวของพรรคส้มอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพราะสิ่งที่กำลังขยับอยู่ในวันนี้ อาจส่งผลไกลกว่าที่เห็นในทางการเมืองเฉพาะหน้า
สำหรับคนไทยจำนวนมาก สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ใช่ประเด็นทางการเมืองรายวัน แต่เป็นหลักยึดเหนี่ยวของประเทศ เป็นศูนย์รวมทางประวัติศาสตร์ และเป็นสิ่งที่เชื่อมผู้คนต่างรุ่นต่างความคิดไว้ในชาติเดียวกันมาอย่างยาวนาน
เพราะแบบนี้ ทุกความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำให้สถาบันถูกดึงเข้าไปอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้ง ย่อมทำให้เกิดแรงสะเทือนกลับมาทันที และไม่ใช่แรงสะเทือนเล็กๆ สำหรับคนที่ยังเห็นว่าสิ่งนี้คือหลักของบ้านเมือง
เสียงวิจารณ์ที่มีต่อพรรคส้มจึงไม่ได้เกิดจากการแข่งขันทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มาจากวิธีคิดที่หลายคนมองว่ากำลังค่อยๆ ขยับสังคมไทยออกจากฐานเดิม ผ่านการสร้างคำใหม่ หยิบประวัติศาสตร์ขึ้นมาเล่าใหม่ และเสนอความหมายใหม่ต่อสิ่งที่คนไทยจำนวนมากยึดถือร่วมกันมาอย่างยาวนาน
ความกังวลจึงไม่ได้อยู่แค่สิ่งที่พรรคส้มพูดในวันนี้ แต่อยู่ที่ทิศทางที่ประเทศกำลังถูกพาไป หากวิธีคิดแบบนี้ค่อยๆ ขยายตัวต่อไปโดยไม่มีใครตั้งคำถามกับมัน
เพราะเมื่อสิ่งที่คนไทยจำนวนมากเคยยึดเป็นหลักร่วมของชาติเริ่มถูกทำให้สั่นคลอน สิ่งที่สะเทือนย่อมไม่ใช่แค่การเมือง แต่สะเทือนไปถึงรากของประเทศด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เคส 'แก้วตา' ถูกคุกคามทางเพศ คำขวัญ 'มีเรา ไม่มีเทา' เป็นเพียงคำขวัญที่ใช้ตรวจสอบฝ่ายอื่น
'อัษฎางค์' วิเคราะห์กรณี 'แก้วตา' ถูกคุกคามทางเพศ สะท้อนคำขวัญ 'มีเรา ไม่มีเทา' เป็นเพียงคำขวัญที่ใช้ตรวจสอบฝ่ายอื่น ไม่อาจใช้เป็นเกราะรับรองว่าพรรคปลอดมลทิน เมื่อปัญหาเกิดซ้ำในหลายรูปแบบ ตั้งแต่เรื่อง ทางเพศ ยาเสพติด การพนัน ข้อกล่าวหาทางการเงิน พรรคย่อมไม่อาจอธิบายทุกกรณีว่าเป็นความผิดส่วนบุคคลได้อีกต่อไป
'รองเชน' เมินกระแสรัฐบาล 'เขียว-แดง- ส้ม' ยันเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้มแข็ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.
ฟังจากปาก 'ธรรมนัส' ไม่มีดีล 'แดง-เขียว' หยอด 'ส้ม' ลืมเรื่องก่อนเลือกตั้งหมดแล้ว ศัตรูก็กลับมารักกันได้
ที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์ กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหายหน้าห
'แก้วตา' ลากไส้พรรคส้ม ไร้มาตรการคุ้มครองผู้ถูกคุกคามทางเพศ
ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความตอบโต้แถลงการณ์ของพรรคประชาชนว่า ดิฉันได้แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
หนังคนละม้วน! พรรคส้มออกแถลงการณ์โยนความผิดให้ 'แก้วตา' ที่ไม่ให้ความร่วมมือกรณี 'บ้ากาม'
เพจพรรคประชาชน พรรคประชาชน - People's Party โพสต์แถลงการณ์ ข้อเท็จจริงกรณีอดีต สส. ธิษะณา ชุณหะวัณ เปิดเผยถึงการถูกล่วงละเ
ปชป. จัดหนัก! ร้อง ป.ป.ช.-มท. เชือด 'สก.ส้ม' เสียบบัตรแทนกัน
'โฆษก ปชป.' พร้อม สก. แถลงลุยสอบปมสภา กทม. ลงมติแทนกัน เล่าเหตุการณ์วินาทีโหวต เตรียมร้อง ป.ป.ช.-มท. ย้ำไม่ได้กลั่นแกล้งทางการเมือง แต่ต้องร่วมสร้างความโปร่งใส

