'สนธิ' ชี้เปรี้ยง! คำพิพากษาคุก 2 อดีต ป.ป.ช. ฉีกหน้ากากทั้งสองฝั่ง

“สนธิ ลิ้มทองกุล” มองคำพิพากษาคดี ป.ป.ช. เป็นการฉีกหน้ากากทั้งสองฝ่าย ฝั่ง “วัชรพล-สุภา” ถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ขณะที่ “วีระ สมความคิด” กลับถูกสังคมจับตาหนัก หลังปรากฏข้อเท็จจริงยื่นขอถอนฟ้องจำเลยบางส่วนในช่วงท้ายคดี จนเกิดคำถามถึงความโปร่งใสและเหตุผลเบื้องหลัง แม้เจ้าตัวยืนยันเป็นยุทธวิธีในชั้นศาลก็ตาม

30 พฤษภาคม 2569 - เฟซบุ๊กเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” เผยแพร่ความเห็นของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ในหัวข้อเรื่อง “คำพิพากษาศาลคดีทุจริตฉีกหน้ากากทั้ง 2 ฝั่ง วัชรพล+สุภา ติดคุก/วีระเสียมวยขอถอนฟ้อง” ระบุว่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ คือนัยยะของคำตัดสินคดีประวัติศาสตร์ เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 สั่งจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. คนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และจำเลยทั้งสองคนก็ขอยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์แล้ว โดยที่ผู้ที่ร้องเรียนเดินเรื่องฟ้องศาลฯก็คือ คุณวีระ สมความคิด

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจาก คุณวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จากกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติปกปิดและส่งมอบเอกสารผลไต่สวนคดี "แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน" ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณแบบไม่ครบถ้วน ทว่าเบื้องหลังคดีนี้กลับมีดราม่าและปมลึกที่สังคมตั้งคำถามอย่างหนัก ซึ่งดราม่านี้ผมไม่ได้เป็นคนทำ แต่เป็นคำแถลงของศาล ข่าวแจกสื่อมวลชน ความคลาดเคลื่อนที่ทำให้สังคมสับสนเกิดขึ้น เมื่อปรากฏข้อมูลจากแถลงการณ์ของศาลว่า คุณวีระได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล และ น.ส.สุภา (จำเลยที่ 3 และ 7) ในวินาทีสุดท้าย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทยอยถอนฟ้องจำเลยที่ถูกคุณวีระฟ้องยกเข่งทั้งหมด 12 คน ศาลยกฟ้องไป 8 คน เหลือจำเลยเพียง 4 คน โดย 2 คนในจำนวนนี้ได้เข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้มีการถอนฟ้อง เหลือจำเลยที่ถูกพิพากษาในวันนี้ 2 คน

แต่ศาลสั่งยกคำร้องคุณวีระไม่ให้ถอนฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล และ น.ส.สุภา โดยให้เหตุผลว่า "คำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และอาจเกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ"

ศาลจึงเดินหน้าพิพากษาจนนำไปสู่การจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งนักกฎหมายวิเคราะห์ว่า หากคุณวีระไม่ยื่นถอนฟ้องวินาทีสุดท้าย โทษอาจจะเบากว่านี้ เช่น จำคุกแต่ให้รอลงอาญา แต่การยื่นถอนฟ้องทำให้ศาลต้องตัดสินอย่างเฉียบขาดเพื่อปกป้องประโยชน์ของรัฐ และส่งสัญญาณเตือนไปยังองค์กรอิสระอื่นๆ ว่าคดีอาญาแผ่นดินห้ามใช้เกมการเมืองมาเจรจาลับหลัง

ประเด็นนี้ คุณวีระได้ชี้แจงผ่านทางช่อง News1 ดำเนินรายการโดย คุณยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที หรือ หมี นาบอน ว่า ในวันพิจารณาคดี พล.ต.อ.วัชรพล และ น.ส.สุภารู้ว่าสู้ไม่ได้ จึงเข้ามาขอร้องและขอต่อรองหน้าบัลลังก์ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศาลและประชาชนที่มาร่วมฟัง คุณวีระจึงยื่นเงื่อนไขให้ทั้งสองคนทำหนังสือยอมรับผิดต่อตนเองและสังคม

คุณวีระกล่าวว่า ตนเองยอมเล่นเกม "รัสเซียน รูเลตต์" (Russian Roulette) เพราะมั่นใจ 99% ว่าศาลจะไม่อนุมัติให้ถอนฟ้องเพราะเป็นคดีอาญาแผ่นดินและการทำต่อหน้าศาลเป็นการกระทำที่บังอาจ ผลลัพธ์จึงเป็นไปตามคาดคือศาลไม่อนุญาตและสั่งพิจารณาคดีต่อทันทีจนจำเลยตั้งตัวไม่ติด ส่วนกรณีของ นายปรีชา (จำเลยที่ 4) นั้น ได้นำหลักฐานมาแสดงล่วงหน้าแล้วว่าเกษียณอายุไปก่อนที่จะมีมติตกปิดเอกสาร จึงถอนฟ้องไป

ผมเป็นสื่อเพียงคนเดียวที่ฟันธงล่วงหน้าไว้หลายปีแล้วว่า คดีนี้ถึงคราวที่กรรมการ ป.ป.ช. ที่ทุจริตประพฤติมิชอบน่าจะถึงฆาตและเป็นจุดจบของ ป.ป.ช. ที่น่าอนาถที่สุด และผมสนับสนุนคุณวีระในเรื่องนี้ผ่านรายการ คุยทุกเรื่องกับสนธิ มาตั้งแต่ปี 2567-2568 แต่เมื่อสังคมทราบว่าคุณวีระยื่นถอนฟ้องจำเลยจนเกือบหมด สังคมเลยเกิดความงุนงงสงสัยในเจตนาคุณวีระ

คำพิพากษาที่ออกมากลายเป็นการฉีกหน้ากากของทั้งสองฝั่ง ฝั่ง ป.ป.ช. ก็ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิดจริง ฝั่งคุณวีระนั้นค่อนข้างที่จะเสียมวย และก็เสียความน่าเชื่อถือในสายตาสังคมบางส่วน จากพฤติกรรมเจรจาทยอยถอนฟ้องจำเลย อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดิน คุณวีระไม่สามารถถอนฟ้องเองได้ จึงยื่นคำร้องให้ศาลใช้ดุลพินิจ

นี่อาจจะเป็นยุทธวิธีในการที่จะฟ้องรวมเพื่อสร้างความกดดันอย่างหนัก แต่มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ผมพูดในฐานะที่ผมเป็นนักสู้คนนึง และคุณวีระก็เป็นตัวแทนประชาชนหลายเรื่อง ผมและอาจารย์ปานเทพ และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ก็เป็นตัวแทนประชาชนหลายเรื่อง แต่ถ้าผมเป็นตัวแทนประชาชนแล้ว กระบวนการที่เดินหน้าต่อไป ถ้ามีการเจรจายอมความกันโน่นนี่นั่น มันควรหรือเปล่าครับที่ผมควรที่จะชี้แจงให้ประชาชนรับรู้? เพราะประชาชนเขาคาดหวัง แต่นี่ปรากฏว่า ประชาชนไม่เคยมีใครรับทราบเลย มารับทราบเอาวันที่พิพากษา แล้วค่อยมีข่าวออกมาว่า ได้มีการเจรจาถอนฟ้องคนโน้นถอนฟ้องคนนี้ เหตุผลที่ถอนฟ้องคนนั้น เพราะว่าตกลงกันได้แบบนี้แบบนั้น

ผมยังเชื่อใจคุณวีระว่าเป็นนักสู้ แต่คุณวีระพลาดไปบ้างหรือเปล่าในเรื่องราวต่างๆ ที่สังคมเขาตั้งคำถามถามวันนี้ การที่เราจะเป็นตัวแทนภาคประชาชนในการต่อสู้เรื่องอะไรก็ตาม เราต้องได้รับการสนับสนุนของเขา ประชาชนจะสนับสนุนพวกเราอย่างบริสุทธิ์ใจ เราก็ต้องสร้างความบริสุทธิ์ใจของเราให้ประชาชนเห็นเหมือนกันว่า เราโปร่งใสทุกขั้นตอน ทุกระเบียบ ไม่มีการแอบเกี๊ยะเซียะกันเลย แอบตกลงกันเพื่อให้ขอร้องถอนฟ้อง ส่วนจะมีผลประโยชน์อะไรพิเศษผมไม่ทราบ และผมก็เชื่อว่าคุณไม่มี แต่ผมคิดว่าคุณทำผิดขั้นตอนไปหลายประการในการที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีต สส.เหล็กไหล' อ่วม! ป.ป.ช. ฟันอาญา-จริยธรรมร้ายแรง

'ป.ป.ช.' ชี้มูลอาญา-จริยธรรมร้ายแรง อดีต สส.เหล็กไหล 'คฑาเทพ' กับพวก ทุจริตโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์ แอบอ้างเรียกรับเงินผู้รับเหมา

ป.ป.ช. ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู ยันคดีโกงสอบท้องถิ่นไร้การเมืองแทรกแซง

น.ส.มิรินทร์รัช ชิตถุง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า เนื่องจากคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากถึง 6,000 คน จึ

ป.ป.ช. รับลูกสอบบัญชีทรัพย์สิน 'สุชาดา-สามี' พบรายได้ไม่สัมพันธ์หนี้ รอแจงนาฬิกาหรู

ป.ป.ช. รับสงสัยบัญชีทรัพย์สิน "ไอเดียร์-สามี" เข้าข่ายผิดปกติ เหตุที่มารายได้ไม่สัมพันธ์การชำระหนี้ พร้อมไม่ระบุอาชีพ “ไท่ หยาง” อ้าง ตรวจสอบก่อนเป็นข่าว รอเจ้าตัวแจงทรัพย์สิน-นาฬิกาหรู

ป.ป.ช. เคลียร์ปมปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ปัดตัดตอนตัวการใหญ่ สุดแค่อธิบดี

ป.ป.ช. แจงยิบคดีโกงสอบท้องถิ่น ยันไม่ล่าช้า มี 6 พันคนโดนสอบ คาดต้น พ.ย.แจ้งข้อหาได้ คอนเฟิร์มยังไม่ถึงนักการเมือง-สส.-รมต. สุดแค่อธิบดี

'เท้ง' ชี้ส่งฟ้องคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ตอกย้ำต้องแก้รธน. ปฏิรูปองค์กรอิสระ

'ณัฐพงษ์' มอง ป.ป.ช. ส่งฟ้องคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน ตอกย้ำความจำเป็นปฏิรูปองค์กรอิสระ จี้ เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เปิดทางประชาชนตรวจสอบ