'แก้วสรร' ออกบทความเรื่อง ทางเลือกไทย : ระบอบทักษิณ vs ระบอบสีน้ำเงิน ?

                                                                                     แก้วสรร อติโพธิ

ถาม    เห็นอาจารย์ไปให้สัมภาษณ์ NATION ว่า  เราเอาคำว่า “ระบอบ” ไปใช้ จนเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน”ไม่ได้   ขอคำอธิบายเหตุผลด้วยครับ

ตอบ    คุณรู้ไหม..ใครเป็นคนคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ขึ้นมา 

ถาม    หัวหน้าพรรคส้มอภิปรายในสภาครับ  นัยว่าหมายถึงพรรคภูมิใจไทย ที่เขามองว่า กำลังแผ่อำนาจกว้างไกลเกินกว่าที่นั่งในสภาผู้แทน และ ครม.  กวาดสายตาดูแล้วจะพบว่า พรรคนี้มีคนของตนอยู่ทั่วไปหมด ทั้งใน วุฒิสภา องค์กรอิสระ  ระบบข้าราชการ และองค์กรท้องถิ่น 

ดังนั้น เพื่อจะให้เราถึงฐานอำนาจที่กว้างขวางทั้งประเทศอย่างนี้  เขาก็เลยหยิบคำว่า “ระบอบ” ขึ้นมาใช้  รวมเรียกเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” ในที่สุด  แล้วอย่างนี้มันผิดที่ตรงไหน เขาไม่ได้พูดพาดพิงสถาบันเลยนะครับ

ตอบ    เรื่องพาดพิง คุณต้องไปดูในโลกโซเชียลของสีส้ม  จึงจะรู้ว่าเขามีเจตนาโจมตีสถาบันหรือไม่   ส่วนถ้าจะถามว่าถูกต้องไหมในทางวิชาการที่ใช้คำนี้   ก็ขอตอบว่าไม่ถูกครับ คำว่าระบอบ นั้น ในทางรัฐศาสตร์มันหมายถึงองค์ประกอบการปกครองทั้งหมด  ทั้ง อุดมคติที่เป็นความคิดพื้นฐาน ความเคลื่อนไหวชี้นำในสังคม  และระบบอำนาจที่จัดตั้งไว้ในโครงสร้างการปกครองนั้นๆ  

สามอย่างนี้เมื่อประกอบกัน ก็จะเกิดการจำแนกเป็นระบอบต่างๆขึ้นมา  เช่น สมบูรณาญาสิทธิราชย์,เสรีประชาธิปไตย หรือคอมมูนิสต์ เป็นต้น

ถาม    แล้วที่เราเอามาใช้กับ “ระบอบทักษิณ” นั่น ถูกต้องไหมครับ

ตอบ    ถูกในแง่สังคมวิทยาการเมืองครับว่า  อำนาจปกครอง ณ เวลาหนึ่ง มาจากปัจจัยสี่ประการนี้อย่างไรทั้ง เงิน,อำนาจหน้าที่,การชี้นำชักจูง และความสวามิภักดิ์ ซึ่งอำนาจสีแดงเค้าจัดตั้งได้ครบหมดเลย

ถาม    จัดตั้งครบอย่างไรครับ

ตอบ    ทั้ง ๔ ปัจจัยนี่เขาจัดตั้งได้ครบหมด สัมพันธ์กันหมด เอาเงินซื้ออำนาจ ใช้อำนาจสร้างเงิน ได้เงินก็เอาไปซื้อพรรคอื่นมาบวกอีก  เพิ่มอำนาจอีก เอาอำนาจสร้างเงินได้ต่อไปอีก เป็นพลวัตไปอย่างนี้  เช่นในปี ๒๕๔๓ เขาเอาเงินเป็นพันล้านซื้อคน ลง สส. พอเซ้งลี้ ปตท. ก็เอาหุ้น ปตท. แจกวุฒิเลือกตั้ง   ในทางบริหารก็ใช้อำนาจประเคนมูลค่าให้ เอไอเอส  พออ้วนท้วน ก็ใช้อำนาจในสองสภาแก้กฎหมายโทรคมนาคมเปิดให้ต่างชาติถือหุ้นถึง ๔๙%  แล้วรีบบินไปสิงค์โปร์ตกลงขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็ค เกิดเงินได้เป็น ๗ หมื่นล้านก็ไม่ยอมเสียภาษี  จนต่อมาในที่สุด ศาลก็สั่งยึดเงินที่ขายได้ มาคืนรัฐกว่า๔ หมื่นล้าน   ฐานได้ทรัพย์สินจากการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในที่สุด

ถาม    ระบอบสีน้ำเงินทำอย่างนี้ได้ไหม

ตอบ    ระบอบสีแดง มุ่งแปรสินทรัพย์ส่วนรวม เป็นทรัพย์ส่วนตัว  ทั้งตลาดโทรคมนาคม ตลาดบ่อนพนัน แหล่งพลังงานอ่าวไทยติดกัมพูชา ทั้งการฟอกเงินเข้ามาจะยึดบางจากอันเป็นวิสาหกิจพลังงานหลักของชาติ   ทั้งหมดนี้เป็นคอรัปชั่นระดับนโยบาย ขยับถึงขั้นขายชาติบ้านเมืองได้   คุณว่าระบอบสีน้ำเงินอะไรที่ว่ากันนั้น  มันคอรัปชั่นขายชาติทั้งชาติได้อย่างนี้ไหม

ถาม    มันก็มีคอรัปชั่นเหมือนกันนะครับ

ตอบ    คอรัปชั่นแบบชั่วเป็นส่วนตัวไม่ถึงขั้นจัดตั้งเป็นวิสาหกิจลงทุนแปรสินทรัพย์สาธารณะเป็นสมบัติเจ้าของพรรคนั้น   คอรัปชั่นระดับส่วนตัวแบบนี้เมืองไทยเรามีมาตลอดจนเป็นปรกติไปแล้ว

ทุกวันนี้ คนเลวๆ รัฐมนตรีเลวๆ ในสมัยรัฐบาลระบอบทักษิณ   ก็ยังมีอำนาจลงมือหากินอยู่ในยุครัฐบาลอนุทินเหมือนเดิม  ไม่เชื่อก็ไปสืบค้นดูสิครับว่า  โครงการสร้างโรงพยาบาลใหม่ให้หาดใหญ่หลังน้ำท่วมนั้น  ที่ปรึกษาใคร กระทรวงไหน ที่ลงไปจัดการจะเรียกเงินทอน ๓๐% แล้วล่ะครับ   

ถาม    หมายความว่า ในระบอบสีน้ำเงิน ความเลวกำเริบได้ในระดับปรกติเท่านั้น อย่างนั้นหรือ

ตอบ    ครับ  มันไม่ได้เอาคอรัปชั่นมาจัดตั้งจนเป็นระบอบ  ไม่ปรากฏการพอกมูลค่าเพิ่มให้บริษัทซีโนไทย  ไม่ปรากฏการคอรัปชั่นของประชาชนที่เสพติดมาตรการประชานิยมลดแลกแจกแถมเป็นเข่งๆ ยังไม่เห็นการสมคบร่วมทุนกับทุนเทาต่างชาติ  นี่คือความแตกต่างของแดงกับน้ำเงินในเรื่องคอรัปชั่น

ถาม    มองอย่างนี้แล้วเราจะหวังอะไรจากรัฐบาลอนุทินได้บ้างไหมครับ

ตอบ    ที่พูดมาผมได้แต่เปรียเทียบแง่ลบเท่านั้น  ส่วนแง่บวกนั้นผมก็ยังมองไม่ออกเหมือนกันครับ  พรรคสีน้ำเงินนี้ เทียบในทางธุรกิจก็เป็นเหมือนกิจการร่วมค้า รวมนักการเมืองหลายกลุ่มมาใส่เสื้อสีน้ำเงินเหมือนๆกันเท่านั้น โครงสร้างที่มีแต่พวกเยอะๆเท่านั้นอย่างนี้ มันสร้างทิศทางและการนำร่วมกันได้ยาก ยิ่งโลกกำลังวิกฤต กำลังเปลี่ยนทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ รัฐบาลนี้จะทำอะไรได้บ้างกับโจทย์ใหญ่อย่างนี้  ผมยังมองไม่เห็นพฤติกรรมที่หวังได้   แค่เรื่องทุนเทาก็น่าเสียดายแล้วล่ะครับ

ถาม    อาจารย์ไปผิดหวังที่ตรงไหนครับ

ตอบ    เงินทั่วโลกกำลังหาที่อยู่ใหม่ มีทั้งเงินดีเงินชั่ว  เมืองไทยต้องตั้งกำแพงจัดการให้ดี  สส.ที่ต้องคดีทุนเทานี่  สภาต้องไม่คุ้มครอง  ส่วนตัวแทนทุนเทาเขมรที่ถูกอายัดหุ้นบางจาก ๒๐% คาศาลอยู่  นั้น  พวกมันต้องไม่สามารถออกเสียงในที่ประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัทบางจากได้  หากอำนาจไม่พอ รัฐก็ต้องแก้กฎหมาย ปปง.ห้ามไปเลย  จะปล่อยให้ครอบงำบริษัทเช่นทุกวันนี้ไม่ได้ 

งานสำคัญที่ทำได้เป็นก้าวๆไปอย่างนี้มีมากมาย งานเช่นนี้นี่เองครับที่ผมคิดว่า เรายังน่าจะพอหวังจากพรรคน้ำเงินได้บ้าง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไอติม' ชี้ตัดตอนคดีฮั้ว สว. ไม่จบแน่ หวั่นเผชิญ 'เสื้อสีน้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด'

“ไอติม” ชี้กกต.ทำหน้าที่ให้โปร่งใส ระบุหากตัดตอนคดีฮั้วสว. เรื่องไม่จบแน่ หวั่นตกอยู่ภายใต้เสื้อสีน้ำเงินทำอะไรไม่ผิด

'เชษฐา' ชี้ 'ม็อบสนธิ' ปลุกยาก ขาดพลังชี้นำมวลชน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์การประกาศนำประชาชนลงถนนในวันที่ 10 กันยายนของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า ประเด็นที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม แต่คือการเมืองแบบมวลชนบนท้องถนนจะยังมีประสิทธิภาพเพียงใด ท่ามกลางโครงสร้างสังคมและพฤติกรรมทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

'วราวุธ' ยัน มีแค่ระบอบปชต.อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่มีระบอบน้ำเงิน-ทักษิณ

ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิต

ส้มหวั่น ล้างบาง 'บิ๊กดีเอสไอ-พนักงานสอบสวน' โดนเป่าคดีโกงสว.

‘พนิดา’ หวั่นโยกย้ายผู้บริหาร-พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ก่อน กกต.ชี้ขาด 229 ราย เอื้อสีน้ำเงินปูทางเป่าคดีโกง สว. เตือน อย่าให้กระบวนการยุติธรรมไปใช้รับใช้การเมือง-เป่าคดีใคร

'เชษฐา' แกะเกมส้ม ใช้ฮั้ว สว. ปั้น 'ระบอบสีน้ำเงิน' ชี้หลักฐานยังจำกัด ล้มพรรค-รัฐบาล ไม่สำเร็จ

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวกรณีข้อกล่าวหา “ฮั้ว สว.” ว่า ต้องมองแยกกันระหว่างกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย กับยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง

ผู้นำฝ่ายค้าน คุยลั่นซักฟอกรัฐบาล ตีแผ่ระบอบสีน้ำเงินกำลังกัดกินประเทศ

'เท้ง' เตรียมถกพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นซักฟอก อุบล็อกเป้าใครบ้าง บอกขอคุยพรรคอื่นก่อน บอก คดีฮั้ว สว.ต้องบี้ก่อน กกต.มีมติ 31 ส.ค.นี้ ลั่น พร้อมตีแผ่ระบอบสีน้ำเงินกัดกินประเทศ