ในยุคที่กติกาการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน “พลังงานสะอาด” ไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็น “ตั๋วใบสำคัญ” ในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันบนเวทีเศรษฐกิจโลก ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวนวัตกรรมที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งไม่เพียงเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถบริหารจัดการ “สิทธิสีเขียว” (Energy Attribute Certificates - EACs) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากลได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพด้วย
ในปี 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้า "การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว" หรือ UGT (Utility Green Tariff) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100) โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
- UGT1 การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา คือ การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องระบุเจาะจงแหล่งที่มา เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดสรรโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีอยู่เดิม 7 แห่ง สำหรับให้บริการ UGT1 ส่วนค่าบริการจะคำนวณจากอัตราค่าไฟฟ้าปกติบวกด้วยค่า Premium ที่คิดตามหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่ผู้ใช้บริการประสงค์ใช้บริการ ระยะเวลาสัญญา 1 ปี
- UGT2 การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา คือ การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแก่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่และกิจการเฉพาะอย่าง ผู้ใช้บริการสามารถระบุเจาะจงแหล่งที่มาได้โดยเจาะจงกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ (Portfolio) ซึ่งประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 245 แห่ง สำหรับค่าบริการจะเป็นอัตราใหม่ที่กำกับโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระยะเวลาสัญญา 10 ปี
การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว
กฟผ. ในฐานะผู้ร่วมพัฒนาและดำเนินการ UGT จึงมุ่งมั่นสนับสนุนกลไก UGT ของประเทศ โดยพัฒนา UGT Platform แพลตฟอร์มกลางที่ดำเนินการเพื่อให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแบบ Bundled RECs หมายความว่า ผู้ซื้อไฟฟ้าจะได้ทั้งไฟฟ้าและใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) รวมมาในบิลค่าไฟใบเดียวกัน ทำให้สามารถนำไปใช้อ้างอิงการลดก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากลในขอบเขต Scope 2 (การปล่อยก๊าซทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) ตามมาตรฐานการทําบัญชีก๊าซเรือนกระจกสําหรับภาครัฐและเอกชน (Greenhouse Gas Protocol : GHG Protocol)
มั่นใจและโปร่งใสด้วยระบบจับคู่หน่วยพลังงานไฟฟ้า
หัวใจสำคัญที่ทำให้ UGT Platform ของ กฟผ. ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล คือ การใช้ระบบจับคู่หน่วยผลิตและการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมนำส่งบริการในรูปแบบ Bundled RECs ทำให้มีความโดดเด่นในหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็น
- ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของพลังงานไฟฟ้าได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงการส่งมอบใบรับรอง REC ให้แก่ผู้ใช้บริการ
- ป้องกันการเคลมสิทธิ์ซ้ำซ้อน (Anti-Double Counting) มีระบบป้องกันการนับซ้ำที่รัดกุม ประกันสิทธิการเป็นเจ้าของใบรับรอง REC เพียงรายเดียว
- กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด (Regulatory Oversight) ออกแบบให้ กกพ. ในฐานะผู้กำกับดูแล สามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลได้ทุกขั้นตอน
- ความถูกต้อง แม่นยำสูง (Multi-Party Verification) ผลการพิจารณาจับคู่พลังงานไฟฟ้าต้องผ่านการยืนยันข้อมูลการผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายก่อนการออกใบรับรอง
ตัวอย่างบิลค่าไฟฟ้าแบบ Bundle RECs
การันตีความสำเร็จระดับสากลด้วยรางวัล REM Asia Awards
ล่าสุด UGT Platform ของ กฟผ. ยังเป็น 1 ใน 8 นวัตกรรมโดดเด่นในตลาดพลังงานหมุนเวียนระดับเอเชีย ได้รับรางวัล 2026 REM Asia Awards จากเวที Renewable Energy Markets Asia ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ ด้วยความโดดเด่นในการการพัฒนา UGT Platform ซึ่งมีกลไก Bundled RECs ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อขับเคลื่อนตลาดพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชีย
(ภาพจาก https://www.renewableenergymarkets.com/asia/2026-awards)
ความมุ่งมั่นในการพัฒนา UGT Platform ของ กฟผ. เปรียบเสมือนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไฟฟ้าสีเขียวยุคใหม่ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นกลไกตลาดอัจฉริยะตอบสนองความต้องการพลังงานสีเขียวที่โปร่งใส ตรวจสอบได้จากภาคธุรกิจไทย อันจะนำไปสู่การลงทุน การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวสู่ Net Zero อย่างยั่งยืนและมั่นคง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
OR ชูโมเดลธุรกิจสีเขียว รับวันสิ่งแวดล้อมโลก มุ่งปักหมุดสู่ Net Zero
เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และการลงมือทำคือคำตอบในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่โลกใบนี้ เนื่องใน “วันสิ่งแวดล้อมโลก”
โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าหนองแขม พร้อมเดินเครื่อง! ซีแอนด์จีฯ เชื่อมโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ตอกย้ำศักยภาพ Waste-to-Energy ไทย
บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับขยะสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ
โฆษกรัฐบาล เผยต่างชาติสนลงทุนพลังงานสะอาดไทย ดันขึ้นฐานสีเขียวของภูมิภาค
โฆษกรัฐบาลเผยนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาดในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังนายกฯ นำเสนอศักยภาพประเทศระหว่างเยือนฝรั่งเศส
'สถิตย์พงษ์-อนุทิน' ลงพื้นที่โครงการพัฒนาจ.เพชรบุรี น้อมนำพระราชดำริ ยกระดับคุณภาพชีวิต
'พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์' พร้อมนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี น้อมนำพระราชดำริ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
ลดค่าไฟอย่างมั่นใจ ได้มาตรฐานจาก PEA MEA
PEA และ MEA ชวนประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop อย่างมั่นใจ ลดค่าไฟ คุ้มค่าในระยะยาว พร้อมดำเนินการตามมาตรฐานการไฟฟ้า
พลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตราคาน้ำมัน ‘โซลาร์สูบน้ำ’ปลดล็อกเกษตรกรพึ่งตนเองแบบยั่งยืน
เขตการปกครองของเทศบาลตำบลท่าช้างมีจำนวนทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน ประกอบไปด้วย ตำบลท่าช้างจำนวน 6 หมู่บ้าน และตำบลสี่ร้อยจำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7

