
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ คือ “การลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง”
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2537 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มต้นอาสาเข้าร่วม โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ 1 ล้านไร่ จนกระทั่งบรรลุเป้าหมายในปี 2545 และยังคงเดินหน้าฟื้นฟูป่าอย่างไม่หยุดยั้งจนถึงปัจจุบัน ครอบคลุมพื้นที่แปลงปลูกป่ากว่า 1,345,582 ไร่ ใน 59 จังหวัดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ ปตท. ได้สะสมองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมการฟื้นฟูระบบนิเวศไว้มากมาย จึงได้จัดตั้ง “สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท.” ขึ้น เพื่อส่งต่อและขยายผลความรู้เหล่านี้สู่งานวิจัย วิชาการ และขับเคลื่อนการอนุรักษ์ผ่านศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต
พลังความรู้...เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน
เพื่อแบ่งปันบทเรียนความสำเร็จและเชื่อมโยงเครือข่ายอนุรักษ์ ปตท. จึงได้จัดเวทีเสวนา “ศูนย์เรียนรู้ ปตท. : พลังความรู้...เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน (Sustainable Wellbeing)” ในเวทีเสวนาศูนย์เรียนรู้ ปตท. ที่จัดขึ้น ณ ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยเน้นย้ำถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหัวข้อเสวนาและประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้:

ปาฐกถาพิเศษ “ปตท. สืบสานพระราชปณิธาน การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว (ที่ปรึกษาศูนย์เรียนรู้ฯ ปตท. และราชบัณฑิต) สื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลป่าไม้ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ระบุว่า การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนคือรากฐานสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เวทีเสวนา “พลังความรู้…เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน…Sustainable Wellbeing” ร่วมเสวนาโดย รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ผู้เชี่ยวชาญด้านป่านิเวศและการปลูกป่าแบบมิยาวากิ และคณาจารย์จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ดำเนินรายการโดย คุณสุวิกรม อัมระนันทน์)
ประเด็นสำคัญ : การแลกเปลี่ยนมุมมองทางวิชาการเกี่ยวกับการปลูกป่านิเวศเมือง และการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อสร้าง "พื้นที่สีเขียวที่กินได้และใช้งานได้จริง" ให้กับชุมชน
เวทีเสวนา “ผลลัพธ์เชิงสังคม-เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจากศูนย์เรียนรู้ ปตท.” ร่วมเสวนาโดย ผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พร้อมด้วยตัวแทนภาคประชาชน เช่น กลุ่มรักษ์เขาชะเมา, ร้านศูนย์บาท ชุมชนอ่อนนุช และเพจบางกะเจ้า (ดำเนินรายการโดย คุณคมสัน หงภัทรคีรี)
ประเด็นสำคัญ : การสะท้อนให้เห็นว่า ป่าที่สมบูรณ์ไม่ได้ให้แค่ อากาศบริสุทธิ์ แต่ยังช่วยสร้างรายได้ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนรอบผืนป่าอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ (เช่น สผ., สวทช., RECOFTC) มาร่วมจัดนิทรรศการ Green Wellness for Sustainable Living พร้อมกิจกรรม Workshop รักษ์โลก อาทิ กิจกรรมจัดดอกไม้ในโหลแก้ว (มาลีจีรัง), การทำเทียนหอมดอกไม้แห้ง และการแปลงกล่องพลาสติกเป็นพวงกุญแจสุดชิค (Trash to Trend) ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก
4 หมุดหมาย "ศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต"
ความรู้จากเวทีเสวนาไม่ได้อยู่แค่ในห้องประชุม แต่ ปตท. ได้ถ่ายทอดออกมาเป็น 4 ศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว สามารถเข้าไปศึกษา เรียนรู้เชิงนิเวศ และพักผ่อนหย่อนใจได้ฟรี โดยแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน
1. ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง กรุงเทพมหานคร ไฮไลต์ : พลิกฟื้นพื้นที่ทิ้งขยะรกร้าง 12 ไร่ สู่ผืนป่านิเวศจำลองที่สมบูรณ์แห่งเดียวในเมืองกรุง
วัตถุประสงค์ : เป็นแหล่งรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการปลูกป่าแบบผสมผสาน รวมถึงเป็นแหล่งสะสมพันธุ์ไม้พื้นถิ่นของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับคนเมืองที่อยากรีเฟรชร่างกายและศึกษาธรรมชาติใกล้บ้าน
2. ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จ.ระยอง ไฮไลต์ : ต้นแบบการเปลี่ยนเกษตรเชิงเดี่ยวและที่ดินเสื่อมโทรมกว่า 351 ไร่ ให้กลายเป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์

วัตถุประสงค์ : ใช้เป็นพื้นที่สาธิตและวิจัยการฟื้นฟูป่าหลากหลายรูปแบบให้สอดคล้องกับการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่รวบรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นภาคตะวันออกและพันธุ์ไม้หายากของไทยไว้มากมาย
3. ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี จ.ประจวบคีรีขันธ์ (พื้นที่ความร่วมมือระหว่าง ปตท. และ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) ไฮไลต์ : ศูนย์เรียนรู้การฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนจาก "นากุ้งร้าง" แห่งแรกของประเทศไทย บนพื้นที่รวมกว่า 717 ไร่ (เปิดให้เข้าชมเชิงนิเวศ 50 ไร่)
วัตถุประสงค์: มุ่งเน้นการเผยแพร่งค์ความรู้งานวิจัยด้านการพลิกฟื้นป่าชายเลน การต่อยอดใช้ประโยชน์จากไม้ชายเลนอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อให้เป็นแหล่งนิเวศบริการ (Ecosystem Services) ที่ดีแก่ชุมชนปากน้ำปราณ
4. ศูนย์เรียนรู้สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา คุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ (พื้นที่ความร่วมมือระหว่าง ปตท. และ กรมป่าไม้) ไฮไลต์ : สวนสาธารณะสีเขียวขนาดใหญ่ 38 ไร่ ใจกลาง "ปอดสีเขียว" ของคนเมือง

วัตถุประสงค์ : พัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างแบบมีส่วนร่วม รวบรวมงานวิจัยในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า ตลอดจนเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมนันทนาการและพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์
บทเรียนจากงานเสวนาและพื้นที่เรียนรู้ทั้ง 4 แห่งนี้ คือข้อพิสูจน์ว่า “เมื่อเราให้โอกาสธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะมอบความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืนกลับคืนให้เราเสมอ”
สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์สีเขียว สามารถเข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ทั้ง 4 แห่งของ ปตท. ได้แล้ววันนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโลกที่น่าอยู่ไปด้วยกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภาพยนตร์สั้น ชุด The Woman Series ตอน The Moon Still Lives in My Heart Ep.3
“ของบางอย่างอาจไม่ได้วัดกันที่ราคา แต่วัดกันที่คุณค่า และเรื่องราวของสิ่งนั้นๆ” สุดท้าย ทางที่แพรวาเลือกทำ คือทางที่เธอตัดสินใจแล้วว่านี่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ภาพยนตร์สั้น ชุด The Woman Series ตอน The Moon Still Lives in My Heart Ep.2
ใครจะเชื่อว่าประโยคสั้นๆ จากบันทึกของแม่จะทำให้ประธานคนใหม่วัย 18 อย่างแพรวา ได้เรียนรู้ประสบการณ์พิเศษจากพนักงานมากมายที่ยอมเปิดใจให้เธอ
60 วินาทีเพื่อการเปลี่ยนแปลง โชว์พลังคนรุ่นใหม่ในแคมเปญ ‘COOL THE EARTH’
การสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่อาจอาศัยเพียงความพยายามขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ "คนรุ่นใหม่" ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต
เบื้องหลัง "พลังสีเขียว" ที่ขับเคลื่อนโลก กับ 17 ผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24
ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "ชุมชนและคนทำงานในพื้นที่" คือด่านแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้ แต่ในความท้าทายนั้น เรายังได้เห็นกลุ่มคนตัวเล็กๆ ทั่วประเทศที่ลุกขึ้นมาดูแลป่า รักษาน้ำ ปกป้องดิน ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่

